การใช้งาน Remote Desktop Connection ที่อยู่บน Windows 10 นั้น ผู้ใช้บริการต้องทำการเปิด Port 3389 (RDP) ก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อให้สามารถ Remote เข้าเครื่องได้ โดยผู้ใช้บริการสามารถ Add Port ได้ตอนที่ทำการสร้าง Instance
Port ในการใช้งาน OS Linux & Windows
สำหรับการใช้งาน Port ที่จำเป็นต่อการใช้งานของ OS Linux ต่าง ๆ มีดังนี้
– Ping เป็น Port ที่สามารถใช้งานตามคำสั่ง Ping <Public IP> เพื่อให้สามารถเจอ IP นั้นว่ามีการใช้งานอยู่หรือไม่มี
– SSH เป็น Port ที่สามารถใช้งาน Linux Server ผ่านโปรแกรม MobaxTerm หรือ Putty และโปรแกรมอื่น ๆ ได้
– RDP เป็น Port ที่สามารถใช้งาน Windows Server ผ่านโปรแกรม Remote Desktop Connection ได้
ส่วน Port : HTTP, HTTPS, MySQL นั้น สามารถเปิดเฉพาะตอนที่มีการใช้งาน Web หรือ Database
Port ด้านบนเป็น Port ที่ใช้งานกันทั่วไป ซึ่งผู้ใช้บริการไม่ควรทำการเปิดทุก Port แต่ควรเปิดเฉพาะ Port ที่ทำการใช้งานเท่านั้น โดยในการเปิดใช้งาน Port ควรตรวจสอบดูก่อนว่า Instance ที่ใช้งานนั้นเป็น OS อะไร ?
ยกตัวอย่าง : ถ้าระบบปฏิบัติการของคุณเป็น Linux ให้เปิด SSH และ ICMP หรือ ถ้าระบบปฎิบัติการของคุณเป็น Windows ให้เปิด RDP และ ICMP แทน แต่ถ้ามีการใช้งานหน้าเว็บไซต์ให้เปิด Port : HTTP กับ HTTPS และถ้ามีการใช้งานในส่วนของ Database หรือ DB ให้คุณเปิด Port : MYSQL เป็นต้น
Program : Remote Desktop Connection
1. ให้ผู้ใช้บริการใส่ Public IP ของเครื่องที่ทำการสร้าง และ User Name ที่มีการส่งให้ทางอีเมลหรือใน Notification และเมื่อดำเนินการใส่ข้อมูลบนโปรแกรม Remote Desktop Connection เรียบร้อย ให้กด Connect เพื่อเชื่อมต่อกับเครื่อง
2. เมื่อผู้ใช้บริการใส่ข้อมูลและกด Connect เพื่อเชื่อมต่อกับเครื่องเรียบร้อย จะเข้าสู้หน้าให้บริการนี้ ให้ใส่รหัสผ่านที่ได้ทำการตั้งค่าไว้ในตอนสร้างเครื่องให้ถูกต้อง และกด OK เพื่อยืนยันในการเริ่มใช้งาน
ต่อไปเป็นส่วนของ Public IP คือ IP address ที่ใช้อยู่บนโลก Internet ซึ่งจะเป็นเลขเฉพาะที่ใช้อยู่บนโลก Internet และไม่สามารถซ้ำได้ซึ่งในการ Generate IP เพิ่มนั้นจะมีในกรณีที่ต้องการเพิ่ม Public IP ในเครื่อง Instances ที่คุณยังไม่ได้เลือก Public IP ในตอนสร้างเครื่องไว้ครั้งแรกซึ่งก่อนจะทำการ Generate IP คุณต้องทำการ Shutoff ก่อนโดยไปที่หน้า Instances กดที่ปุ่มจุดสามจุด (Kebab) เลือกที่ Start/Stop Instances
เมื่อ Shutoff เสร็จแล้วให้กลับไปที่หน้า Network แถบ Public IP จากนั้นกดไปที่ Generate IP
กดเลือก Instances ที่ต้อง Generate Public IP เพิ่มกด Generate เป็นการเสร็จสิ้นของขั้นตอนนี้
การทำ Detach และ Attach IP Public
Detach IP Publicคือการถอด IP Public ออกจากเครื่อง
Attach IP Publicคือการนำ IP Public ไปติดกับ Instances
การถอด Public IP สามารถทำได้ โดยเข้ามาที่หน้า Network ส่วนของ Public IP แล้วทำการเลือก Public IP ที่ต้องการถอด โดยกดตรง Action จะมี Dropdown List ให้กดที่ Detach Public IP
ส่วนการใส่ Public IP เข้า VM จะมีขั้นตอนคล้าย ๆ กันโดยกดที่ Attach Instance แล้วทำการเลือก Instances ที่ต้องการ
Volume คือ Virtual Hard Disk ทำหน้าที่เป็นที่เก็บข้อมูลของเครื่อง VM โดยใน VM จะมีที่เก็บข้อมูลอยู่ใน VM ที่เรียกว่า Root Disk หาก Root Disk เก็บข้อมูลจนเต็มหรือเกือบเต็ม การสร้าง Volume เป็นทางเลือกที่ดี เพื่อช่วยลดข้อมูลที่อยู่ใน Root Disk โดยการย้ายข้อมูลจาก Root Disk ไปยัง Volume ที่ Add เข้ามาตอนที่เราทำการสร้าง Volume โดยวิธีการสร้างมีดังนี้
วิธีการสร้าง Security Group และ เปิด Port ที่ต้องการ บน OpenLandscape Cloud
Security Groupคือตัวจัดการความปลอดภัยมีลักษณะคล้าย Firewall บนเครื่อง PC ของเราหรือตัวจัดการ Port ของเครื่อง Server ที่เราใช้งานซึ่งบทความนี้จะอธิบายวิธีการใช้งาน Security Group บนgate.openlandscape.cloud ค่ะ
1. อันดับแรกให้กดเลือก Security Group จากเมนู ทางขวาแล้วจะพบหน้าดังรูป ที่ปรากฎเป็นตาราง Security Group ที่มีอยู่ หากต้องการสร้างเพิ่มให้ทำการกดที่ Create Security Group
2. หลังจากกดที่ Create Security Group จะได้ Pop-up ที่แสดงรายละเอียดใน การสร้าง Security Group ขึ้นมาให้ทำการตั้งชื่อ Security group ตามต้องการ เมื่อทำการกรอกครบตามที่ผู้ใช้ต้องการสร้างแล้ว ให้กดที่ Add เป็นการเสร็จสิ้นในขั้นตอนนี้
3. เมื่อทำการ Add Security Group เรียบร้อยก็จะสามารถเพิ่ม Port ได้โดยมีรายละเอียด Port ดังนี้
Port ในการใช้งาน OS Linux & Windows
Port ที่จำเป็นในการใช้งานของ OS Linux ต่างๆจะมีดังนี้
– Ping เป็น Port ที่สามารถใช้งานคำสั่ง ping <Public IP> เพื่อใหเจอ IP นั้นว่ามีการใช้งานอยู่หรือไม่มี
– SSH เป็น Port ที่สามารถใช้งาน Linux Server ผ่านโปรแกรม MobaxTerm หรือ Putty และโปรแกรมอื่นๆได้
– RDP เป็น Port ที่สามารถใช้งาน Windows Server ผ่านโปรแกรม Remote Desktop Connection ได้
ส่วน Port : http, https, MySQL นั้นจะเปิดเฉพาะตอนที่มีการใช้งาน Web หรือ Database
Port ด้านบนจะเป็น Port ที่ใช้กันทั่วไปซึ่งเราไม่ควรจะเปิดทุก Port แต่เราควรเปิด Port ที่เราใช้งานเท่านั้นโดยในการเปิดใช้งาน Port เราต้องดูก่อนว่าเครื่อง Instance ที่เราจะสร้างนั้นเป็น OS อะไรยกตัวอย่างเช่นถ้าระบบปฏิบัติการของคุณเป็น Linux ให้เปิด ssh และ ICMP หรือถ้าระบบปฎิบัติการของคุณเป็น Windows ให้เปิด RDP และ ICMP แทนแต่ถ้ามีการใช้งานหน้าเว็ปให้เปิด Port : HTTP กับ HTTPS และถ้ามีการใช้งานในส่วนของ Database หรือ DB ให้คุณเปิด Port : MYSQL เป็นต้น
วิธีการเพิ่ม Port
หลังจากที่คุณสร้าง Security Group แล้วคุณสามารถเปิด Port ได้เลยโดยในหนึ่ง Security Group คุณสามารถเปิดได้หลาย Port ทั้งนี้หากคุณมี Security Group อยู่แล้วคุณสามารถเปิด Port บน Security Group เดิมที่คุณมีอยู่แล้วก็ได้โดยมีวิธีการสร้างดังนี้
Rule คือการเลือกประเภทการใช้งานโดยสามารถเลือกประเภทของ Port ได้ตามต้องการและหากต้องการกำหนดเลข Port เองสามารถเลือก Custom TCP , Custom UDP
Direction เลือกประเภทการทำงานโดยแบ่งเป็น Ingress ขารับเข้าข้อมูล , Egress ขาส่งออกข้อมูล
Open Port จะแบ่งออกเป็น Port โดยให้เลือกใส่ Port เดียว , Port Range ใช้กำหนดระยะที่ทำการเปิด Port, All Ports สำหรับเปิด Port ทั้งหมด ( ซึ่งแนะนำให้เปิดใช้เฉพาะ Port ที่จะเป็นเท่านั้น )
Port Number กำหนดเลข Port ที่ต้องการใช้
Remoteให้เลือก CIDR มีไว้สำหรับเจาะจง IP เข้าใช้งาน instances โดยปกติถ้าใช้ 0.0.0.0/0 ทุก IP สามารถเข้าถึงได้ถ้าต้องการเจาะจง Port และ Allow แค่ 1 IP ที่สามารถเข้าใช้งานได้ยกตัวอย่างเช่นเลือกประเภทของ Port เป็น SSH และให้ fix ที่ CIDR Adress เป็นต้น
6.เมื่อคุณทำการเพิ่ม Rule ใน Security group เสร็จแล้วให้คุณนำ Security group ไปเพิ่มในเครื่อง Instance โดยกดไปที่เมนู instances และกดที่ Instances ที่คุณต้องการเพิ่ม
7.ไปที่แถบ Security group กดที่ปุ่ม Manage Security group
8.ทำการเพิ่ม Security group ที่ได้ทำการสร้างไว้กด save เป็นการเพิ่มเสร็จเรียบร้อยจะถูกแสดงบนตารางค่ะ
มาเพิ่มพื้นที่ Instance ด้วย Mount Volume บน Linux กันเถอะ!
หนึ่งในปัญหาการใช้งาน Instance ส่วนใหญ่ที่เรามักจะพบกัน คือ ปัญหาหน่วยความจำเต็ม หรือ Disk เต็ม ทำให้เราไม่สามารถเก็บข้อมูลเพิ่มได้ หรือ ปัญหา Run Service บาง Service ไม่ได้ แล้วอย่างนี้เราจะทำยังไงเมื่อพื้นที่เต็มละ คำตอบง่าย ๆ ก็คือเราจะต้องเพิ่ม Disk เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งานนั่นเอง แล้วอย่างนี้การเพิ่มพื้นที่ หรือ หน่วยความจำบน Instance กับ คอมพิวเตอร์ ต่างกันหรือไม่ แล้วขั้นตอนมีอะไรบ้าง และถ้า OS ต่างกันมีวิธีต่างกันมั้ย วันนี้เราเลยจะมาอธิบายวิธีเพิ่มพื้นที่ Instance ด้วยการ Mount Volume บน Linux กันค่ะ สำหรับใครที่ต้องการ เพิ่มพื้นที่ Instance ด้วยการ Mount New Volume บน Windows Server 2012 R2 สามารถคลิกเข้าไปอ่านกันได้ค่ะ