Author: kanokwan

  • วิธีการใช้งาน Remote Desktop Connection บน gate.openlandscape.cloud

    วิธีการใช้งาน Remote Desktop Connection บน gate.openlandscape.cloud

    วิธีการใช้งาน Remote Desktop Connection

    การใช้งาน Remote Desktop Connection ที่อยู่บน Windows 10 นั้น ผู้ใช้บริการต้องทำการเปิด Port 3389 (RDP) ก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อให้สามารถ Remote เข้าเครื่องได้ โดยผู้ใช้บริการสามารถ Add Port ได้ตอนที่ทำการสร้าง Instance

    Remote Desktop Connection ภาพประกอบ 1

    Port ในการใช้งาน OS Linux & Windows

    สำหรับการใช้งาน Port ที่จำเป็นต่อการใช้งานของ OS Linux ต่าง ๆ มีดังนี้

    – Ping เป็น Port ที่สามารถใช้งานตามคำสั่ง Ping <Public IP> เพื่อให้สามารถเจอ IP นั้นว่ามีการใช้งานอยู่หรือไม่มี

    – SSH เป็น Port ที่สามารถใช้งาน Linux Server ผ่านโปรแกรม MobaxTerm หรือ Putty และโปรแกรมอื่น ๆ ได้

    – RDP เป็น Port ที่สามารถใช้งาน Windows Server ผ่านโปรแกรม Remote Desktop Connection ได้

    Remote Desktop Connection ภาพประกอบ 2

    ส่วน Port : HTTP, HTTPS, MySQL นั้น สามารถเปิดเฉพาะตอนที่มีการใช้งาน Web หรือ Database

    Port ด้านบนเป็น Port ที่ใช้งานกันทั่วไป ซึ่งผู้ใช้บริการไม่ควรทำการเปิดทุก Port แต่ควรเปิดเฉพาะ Port ที่ทำการใช้งานเท่านั้น โดยในการเปิดใช้งาน Port ควรตรวจสอบดูก่อนว่า Instance ที่ใช้งานนั้นเป็น OS อะไร ?

    ยกตัวอย่าง : ถ้าระบบปฏิบัติการของคุณเป็น Linux ให้เปิด SSH และ ICMP หรือ ถ้าระบบปฎิบัติการของคุณเป็น Windows ให้เปิด RDP และ ICMP แทน แต่ถ้ามีการใช้งานหน้าเว็บไซต์ให้เปิด Port : HTTP กับ HTTPS และถ้ามีการใช้งานในส่วนของ Database หรือ DB ให้คุณเปิด Port : MYSQL เป็นต้น

    Remote Desktop Connection ภาพประกอบ 3


    Program : Remote Desktop Connection

    1. ให้ผู้ใช้บริการใส่ Public IP ของเครื่องที่ทำการสร้าง และ User Name ที่มีการส่งให้ทางอีเมลหรือใน Notification และเมื่อดำเนินการใส่ข้อมูลบนโปรแกรม Remote Desktop Connection เรียบร้อย ให้กด Connect เพื่อเชื่อมต่อกับเครื่อง

    Remote Desktop Connection ภาพประกอบ 4

    2. เมื่อผู้ใช้บริการใส่ข้อมูลและกด Connect เพื่อเชื่อมต่อกับเครื่องเรียบร้อย จะเข้าสู้หน้าให้บริการนี้ ให้ใส่รหัสผ่านที่ได้ทำการตั้งค่าไว้ในตอนสร้างเครื่องให้ถูกต้อง และกด OK เพื่อยืนยันในการเริ่มใช้งาน

    Remote Desktop Connection ภาพประกอบ 5

    หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ OpenLandscape ได้ผ่านทางอีเมล technical-support@ols.co.th หรือ Call Center 02-257-7189 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

      Remote Desktop Connection ภาพประกอบ 6

    ติดตามข่าวสารใหม่ๆ หรือข้อมูลน่ารู้อีกมากมายได้ที่

    Remote Desktop Connection ภาพประกอบ 6  OpenLandscape Fanpage | https://www.facebook.com/openlandscapecloud/
    Remote Desktop Connection ภาพประกอบ 7  OpenLandscape Twitter | https://www.twitter.com/olscloud/
    Remote Desktop Connection ภาพประกอบ 8  OpenLandscape Cloud | https://openlandscape.cloud/

    Remote Desktop Connection ภาพประกอบ 9

  • วิธีการแก้ไข Profile และ Verify Profile บน OpenLandscape Cloud

    วิธีการแก้ไข Profile และ Verify Profile บน OpenLandscape Cloud

    การแก้ไข Profile บน OpenLandscape Cloud

    1.วิธีการแก้ไข Profile อันดับแรกให้กดตรง Email ผู้ใช้ที่อยู่มุมขวาบน


    2.หลังจากกดลงมาแล้วจะมี Dropdown ลงมา ให้คู่ทำการกดที่ Edit Profile


    3.หลังจากกด Edit Profile แล้ว คุณจะเข้ามาอีกหน้าหนึ่ง โดยในหน้านี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ Profile กับ Change Password

     Profile ในส่วนนี้จะเป็นการแก้ไข Email และข้อมูลส่วนตัวเพิ่มเติมของผู้ใช้ เมื่อทำการแก้ไขเสร็จแล้วให้ทำการกด ยืนยัน หรือถ้าหากต้องการรับข่าวสารทาง Email เพิ่มเติมก็สามารถเลือกได้เช่นกัน

    Change Password ในส่วน นี้จะเป็นการแก้ไข Password ปัจจุบัน โดย การแก้ไขนี้จะต้องห้ามซ้ำกับ Password ที่ ผู้ใช้ได้ทำการใช้อยู่ เมื่อเสร็จเสร็จสิ้นแล้วให้ กด ตกลง

    Cloud Computing คือ

    ติดตามข่าวสารใหม่ๆ หรือข้อมูลน่ารู้อีกมากมายได้ที่

      OpenLandscape Fanpage | https://www.facebook.com/openlandscapecloud/
      OpenLandscape Twitter | https://www.twitter.com/olscloud/
      OpenLandscape Cloud | https://openlandscape.cloud/

    Cloud Computing คือ

  • ช่องทางการ สอบถามข้อมูล และแจ้งปัญหาการใช้งาน OpenLandscape Cloud

    ช่องทางการ สอบถามข้อมูล และแจ้งปัญหาการใช้งาน OpenLandscape Cloud

    ช่องทางการ สอบถามข้อมูล และแจ้งปัญหาการใช้งาน OpenLandscape Cloud

    คุณสามารถ สอบถามข้อมูล เพิ่มเติมและแจ้งปัญหาการใช้งานผ่านช่องทางของ OpenLandscape Cloud  ได้ 2 ช่องทาง ได้แก่

    • ผ่านแถบเมนู Contact บนเว็บไซต์ https://openlandscape.cloud
    • ผ่านระบบ Ticket หน้าเมนู Support บน https://gate.openlandscape.cloud

    ซึ่งระบบ Support บนหน้า https://gate.openlandscape.cloud คือ ส่วนที่ช่วยเหลือผู้ใช้บริการเมื่อพบปัญหาหรือมีคำถามที่สงสัยในการใช้งานของ Openlandscape Cloud โดยในหน้า Support มีรายละเอียดอะไรบ้าง สามารถดูได้ในบทความดังนี้


    ในหน้า Support มีอะไรบ้าง ?

    คุณสามารถเข้าหน้า Support ได้ด้วยการ กดที่ Support ในส่วนของเมนูด้านขวา ในหน้านี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยกันคือแถบ Knowledge และแถบ Ticket

    ภาพประกอบ 1 สอบถามข้อมูล


    แถบ Knowledge 

    ในส่วนของ Knowledge  จะมีข้อมูลการใช้งานเบื้องต้น และคำถามที่พบบ่อย ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน ดังนี้

    ส่วนที่ 1 Questions เป็นคำถามการใช้งานที่พบบ่อย

    ภาพประกอบ 2 สอบถามข้อมูล

    ส่วนที่ 2 Documentation เป็นวิธีแนะนำการใช้งาน และขอเอกสารต่าง ๆ ของ Cloud Openlandscape

    ภาพประกอบ 3 สอบถามข้อมูล


    แถบ Ticket 

    ในส่วนของแถบ Ticket  แถบนี้หลังจากที่คุณทำการสร้าง Ticket แล้ว คุณสามารถเช็คสถานะ Ticket ได้โดยมีรายละเอียดดังนี้

    ภาพประกอบ 4 สอบถามข้อมูล

    1.Ticket ID เลข Ticket ID ที่ผู้ใช้บริการได้ทำการ Open Ticket

    2.SUBJECT รายละเอียดที่ผู้ใช้บริการได้เลือกหมวดหมู่ หัวข้อ ในการเปิด Ticket

    3.DATA CREATE เวลาที่ได้เปิด Ticket

    4.LAST MODIFY เวลาที่แก้ไขล่าสุด

    5.STATUS สถานะล่าสุดของ Ticket ในส่วนของ STATUS จะมีทั้งหมด 4 สถานะ

    6.ACTION เป็นการเข้าไปดู Ticket ที่ดำเนินการเปิด

    • STATUS OPEN (สีเขียว) เป็นสถานะเปิด Ticket

    ภาพประกอบ 5 สอบถามข้อมูล

    • STATUS INPROGRESS ( สีน้ำเงิน) เป็นสถานะเจ้าหน้าที่ดำเนินการอยู่

    ภาพประกอบ 6 สอบถามข้อมูล

    • STATUS WAITING REVIEW ( สีส้ม รูปดาว) หลังจากเจ้าหน้าที่ดำเนินการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ปิด Ticket เป็นสถานะรอผู้ใช้บริการทำรีวิว Ticket

    ภาพประกอบ 7 สอบถามข้อมูล

    • STATUS CLOSE (สีเทา) เป็นสถานะเจ้าหน้าที่ดำเนินการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ปิด Ticket

    ภาพประกอบ 8 สอบถามข้อมูล


    ช่องทางที่ 1 : การสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือแจ้งปัญหาการใช้งาน ผ่าน Ticket ในเมนู Support 

    1.คุณสามารถแจ้งปัญหาผ่านการสร้าง Ticket ซึ่งเปรียบเสมือนตั๋วคำถาม โดยมีวิธีการดังนี้ อันดับแรกให้กดเลือก Support จากเมนูทางขวาแล้วจะพบหน้าดังรูป

    ภาพประกอบ 9 สอบถามข้อมูล


    2.คุณสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ Support ได้ด้วยการกดที่ Open a support ticket ทางด้านบนขวามือ

    ภาพประกอบ 10 สอบถามข้อมูล


    3.ระบบจะพาคุณเข้าสู่หน้า Ticket โดยจะแบ่งส่วนเป็น 5 ส่วนด้วยกันดังนี้

    วิธีการแจ้งปัญหาการใช้งาน 11

    • ส่วนที่ 1 หมวดหมู่ : คือการเลือกหมวดหมู่ หรือ ประเภทการใช้งานที่พบโดยมีให้เลือก 3 แบบ คือ
      1.Techniques / เทคนิคการใช้งาน
      2.Finance / การเงิน
      3.Account / บัญชีผู้ใช้

    วิธีการแจ้งปัญหาการใช้งาน 12

    • ส่วนที่ 2 หัวข้อ : คือหัวข้อของแต่ละหมวดหมู่ โดยมีให้เลือกดังนี้

    หมวดหมู่เทคนิคการใช้งาน จะมี 10 ข้อ

    ภาพประกอบ 13 สอบถามข้อมูล

    ภาพประกอบ 14 สอบถามข้อมูล

    หมวดหมู่การเงิน จะมี 3 ข้อ

    ภาพประกอบ 15 สอบถามข้อมูล

    หมวดหมู่บัญชีผู้ใช้ จะมี 2 ข้อ

    ภาพประกอบ 16 สอบถามข้อมูล

    • ส่วนที่ 3 เลือกส่วนที่มีปัญหา : ในส่วนนี้หลังจากที่คุณทำการเลือก หมวดหมู่ ตามหัวข้อแล้ว ระบบจะแสดงเครื่อง หรือ รายการที่มีอยู่ในระบบของคุณอยู่ก่อนแล้วมาให้คุณเลือก ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเลือก หมวดหมู่ “เทคนิคการใช้งาน” และ เลือกหัวข้อ  “Instance” ระบบจะแสดงเครื่อง ที่มีอยู่ในระบบมาให้คุณเลือกว่า Instance เครื่องไหนที่คุณพบปัญหา เป็นต้น

    ภาพประกอบ 17 สอบถามข้อมูล

    • ส่วนที่ 4 อัปโหลดรูปภาพ : ในส่วนนี้คุณสามารถอัปโหลดรูปภาพที่มีขนาดไฟล์ไม่เกิน 2 MB ได้จำนวน 2 รูป  (ไฟล์รูปภาพเท่านั้น)

    ภาพประกอบ 18 สอบถามข้อมูล

    • ส่วนที่ 5 เนื้อหา : คุณสามารถอธิบายรายละเอียดของปัญหาที่พบเพิ่มเติมได้ในช่องนี้

    ภาพประกอบ 19 สอบถามข้อมูล

    4.หลังจากที่คุณกรอกทุกส่วนเสร็จแล้วให้ทำการกด Open Ticket

    ภาพประกอบ 20 สอบถามข้อมูล ภาพประกอบ 21 สอบถามข้อมูล


    5.หลังจากกด Open Ticket แล้ว ระบบจะขึ้นหน้าต่างพร้อมเลข Ticket ซึ่งคุณจะต้องรอสักครู่จะมีเจ้าหน้าที่ Support เข้ามาตอบ

    ภาพประกอบ 22 สอบถามข้อมูล


    ช่องทางที่ 2 : การสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือแจ้งปัญหาผ่านหน้า Contact บนเว็บไซต์ Openlandscape

    1.เมื่อเข้ามาบนหน้าเว็บไซต์ https://openlandscape.cloud สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือแจ้งปัญหาเบื้องต้นด้วยการเข้าไปที่หน้าเมนู “Contact”

    ภาพประกอบ 23 สอบถามข้อมูล


    2.จากนั้นระบบจะพาคุณเข้าสู่หน้าสำหรับให้แจ้งข้อมูล ให้คุณกรอกรายละเอียด ดังนี้

    • กรอกข้อมูลสำหรับผู้ติดต่อสอบถาม
    • เลือกประเภทหรือหมวดหมู่หัวข้อที่ต้องการสอบถาม
    • กรอกรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม
    • แนบไฟล์รูปภาพเพิ่มเติมได้จำนวน 3 ไฟล์ภาพ

    ภาพประกอบ 24 สอบถามข้อมูล


    3.เมื่อทำการกรอกรายละเอียดข้อมูลครบถ้วยแล้ว จากนั้นกด “ส่ง” ซึ่งคำถามที่คุณสอบถามจะถูกส่งไปที่อีเมล technical-support@ols.co.th หลังจากนั้นทีมงานจะรีบดำเนินการตรวจสอบและติดต่อกลับในภายหลัง

    ภาพประกอบ 25 สอบถามข้อมูล

    หากมีข้อสงสัย หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อ OpenLandscape ผ่านทางอีเมล technical-support@ols.co.th หรือ Call Center 02-257-7189 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

    ติดตามข่าวสารใหม่ ๆ หรือข้อมูลน่ารู้อีกมากมายได้ที่

      OpenLandscape Fanpage | https://www.facebook.com/openlandscapecloud/
      OpenLandscape Twitter | https://www.twitter.com/olscloud/
      OpenLandscape Cloud | https://openlandscape.cloud/

  • วิธีการสร้าง Network, IP บน gate.openlandscape.cloud

    วิธีการสร้าง Network, IP บน gate.openlandscape.cloud

    วิธีการสร้าง Network, IP บน gate.openlandscape.cloud

    Network คือ ระบบคอมพิวเตอร์ ที่มีคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อกันมากกว่า 1 คอมพิวเตอร์ ซึ่งทำให้ส่งข้อมูลภายในกลุ่มก้อนเดียวกันสะดวกขึ้นซึ่งวิธีการสร้างมีดังนี้


    1. อันดับแรกให้กดเลือกเมนู Networks จากเมนูทางด้านซ้ายแล้วจะพบหน้าดังรูป จากนั้นมาที่แถบ Private Network คือ ระบบคอมพิวเตอร์ที่มีการเชื่อมต่อกันภายใน โดยใช้ IP Private เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมจะเห็นว่ามี Default ที่เลือกไว้ตอนสร้าง Instances เริ่มแรกจะถูกกำหนดเป็น 192.168.0.0/24 จะได้ทั้งหมด 254 IP ถ้าหากคุณต้องการสร้างเพิ่มให้ทำการกดที่ Create Network

    ภาพประกอบ วิธีการสร้าง Network 1


    2. จากนั้นจะมี Pop-up ขึ้นมา ให้กรอกรายละเอียดตามที่คุณต้องการให้เรียบร้อย ในส่วนของ Network Address นี้ คือ การกำหนด IP Address สำหรับ Network ซึ่งรูปแบบจะเป็น <IP subnet >/<subnet> เมื่อสร้างเสร็จแล้วจะถูกแสดงบนตาราง เมื่อเลือกแล้วให้ทำการ กด Create เป็นเสร็จขั้นตอนนี้

    *เงื่อนไขในการ Generate IP ถ้าสร้างทิ้งไว้ ไม่ว่าจะใช้งานหรือไม่ จะมีการคิดค่าใช้จ่าย

    ภาพประกอบ วิธีการสร้าง Network 2


    วิธีการนำไปใช้จะมีในกรณีที่ คุณต้องการให้ Instances มีสอง Private Network หรือต้องการย้าย Instances ไปอยู่อีก Private Network หนึ่ง ซึ่งมีวิธีดังนี้

    1. อันดับแรกคุณต้องทำการ Shutoff ก่อน โดยไปที่หน้า Instances กดที่ปุ่มนี้ เลือกที่ Start/Stop Instances

    ภาพประกอบ วิธีการสร้าง Network 3


    2. เมื่อ shutoff เสร็จแล้ว ให้กลับไปที่หน้า Network กดที่ปุ่มตามในรูปภาพ และเลือกที่ Manage Network

    ภาพประกอบ วิธีการสร้าง Network 4

    3. หลังจากกดแล้วระบบจะแสดงหน้านี้ จะเห็นว่าฝั่งทางซ้ายคือ Instances ที่อยู่ในวง Private Network นี้ ส่วนทางขวาคือ Instances ที่อยู่ภายในวง Private Network อื่น จากนั้นถ้าต้องการให้ Instances นี้ไปอยู่ในวง Private Network เดียวกัน ให้ทำการย้ายไปทางฝั่งซ้าย กด Save เป็นการย้ายเสร็จสิ้น

    ภาพประกอบ วิธีการสร้าง Network 5


    วิธีการ Generate Public IP เพิ่ม

    ต่อไปเป็นส่วนของ Public IP คือ IP address ที่ใช้อยู่บนโลก Internet ซึ่งจะเป็นเลขเฉพาะที่ใช้อยู่บนโลก Internet และ ไม่สามารถซ้ำได้ ซึ่งในการ Generate IP เพิ่มนั้น จะมีในกรณีที่ต้องการเพิ่ม Public IP ในเครื่อง Instances ที่คุณยังไม่ได้เลือก Public IP ในตอนสร้างเครื่องไว้ครั้งแรก ซึ่งก่อนจะทำการ Generate IP คุณต้องทำการ Shutoff ก่อน โดยไปที่หน้า Instances กดที่ปุ่มจุดสามจุด (Kebab) เลือกที่ Start/Stop Instances

    เมื่อ Shutoff เสร็จแล้ว ให้กลับไปที่หน้า Network แถบ Public IP จากนั้นกดไปที่ Generate IP

    ภาพประกอบ วิธีการสร้าง Network 6

    ภาพประกอบ วิธีการสร้าง Network 7

    กดเลือก Instances ที่ต้อง Generate Public IP เพิ่ม กด Generate เป็นการเสร็จสิ้นของขั้นตอนนี้

    ภาพประกอบ วิธีการสร้าง Network 8


    การทำ Detach และ Attach IP Public

    Detach IP Public คือ การถอด IP Public ออกจากเครื่อง

    Attach IP Public คือ การนำ IP Public ไปติดกับ Instances

    การถอด Public IP สามารถทำได้ โดยเข้ามาที่หน้า Network ส่วนของ Public IP แล้วทำการเลือก Public IP ที่ต้องการถอด โดยกดตรง Action จะมี Dropdown List ให้กดที่ Detach Public IP

    ภาพประกอบ วิธีการสร้าง Network 9

    ภาพประกอบ วิธีการสร้าง Network 10

    ส่วนการใส่ Public IP เข้า VM จะมีขั้นตอน คล้าย ๆ กัน โดยกดที่ Attach Instance แล้วทำการ เลือก Instances ที่ต้องการ

    ภาพประกอบ วิธีการสร้าง Network 11

    ภาพประกอบ วิธีการสร้าง Network 12

     

    หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ OpenLandscape ได้ผ่านทางอีเมล technical-support@ols.co.th หรือ Call Center 02-257-7189 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


    รับชมเป็นรูปแบบวิดีโอได้ที่นี่

     


     

    ติดตามข่าวสารใหม่ๆ หรือข้อมูลน่ารู้อีกมากมายได้ที่

      OpenLandscape Fanpage | https://www.facebook.com/openlandscapecloud/
      OpenLandscape Twitter | https://www.twitter.com/olscloud/
      OpenLandscape Cloud | https://openlandscape.cloud/

     


  • วิธีเพิ่ม Key Pairs บน OpenLandscape Cloud

    วิธีเพิ่ม Key Pairs บน OpenLandscape Cloud

    วิธีเพิ่ม Key Pairs บน OpenLandscape Cloud

    วิธีเพิ่ม Key Pairs ทำอย่างไร สำหรับการ SSH เข้าใช้งาน Instance ที่เป็น Linux ของ OpenLandscape จะต้องใช้ Key authentication ในการเข้าใช้งาน ซึ่งจะมีความปลอดภัยมากกว่าการเข้าใช้งานผ่าน Password โดยขั้นตอนการเพิ่ม Key Pairs บน OpenLandscape Cloud มีดังนี้ค่ะ


    1.อันดับแรกให้กดเลือก Key Pairs จากเมนูทางซ้ายแล้วจะพบ หน้าดังรูป (คุณสามารถเพิ่มได้ในส่วนของ Key Pairs ในหน้า Instance ได้เช่นเดียวกัน) ในหน้านี้จะแสดงเป็นตาราง Key Pairs เมื่อต้องการเพิ่มให้ทำการกด ไปที่ Add Keypair หรือ Import Key Pair


    2.จากนั้นจะมี Pop-up ขึ้นมา ให้คุณเพิ่ม Key Pair โดยจะมีให้เลือกระหว่าง ADD NEW KEY PAIR และ IMPORT EXISTING KEY PAIR

    • หน้าเพิ่ม ADD NEW KEY PAIR : สำหรับผู้ใช้งานที่ยังไม่เคยสร้างInstance 

    • หน้า Import Key Pair :สำหรับผู้ใช้งานที่มี Public Key อยู่แล้ว และต้องการใช้ Private Key เดิมในการ SSH เข้าใช้งาน

    Public Key และ Private Key คืออะไร

    หากจะให้อธิบายเพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น จะเปรียบเทียบได้กับ Public Key เปรียบเสมือนแม่กุญแจซึ่งจะมีชุดรหัสเข้าใช้งาน และ Private Key เปรียบเสมือนลูกกุญแจ ซึ่งจะเป็นผู้ถอดรหัสเข้าใช้งาน นั่นหมายความว่าหากจะเข้าใช้งาน Instance จะต้องมี public key และ private key ที่ตรงกันถึงจะสามารถเข้าใช้งานได้

    Public key สามารถดูได้จากไหน

    Public key จะถูกสร้างจากระบบของ OpenLandscape ซึ่งอยู่ใน Linux จะถูกเก็บอยู่ในไฟล์  .ssh/authorized_keys

    คำสั่งสำหรับเรียกดู public key

    $ cat authorized_keys

    หลังจากได้ Public Key ใส่แล้ว ให้ทำการ copy แล้วนำไปวางในขั้นตอนการ Import Key Pair กด Import จึงจะสามารถใช้ Private Key เดิมในการ SSH เข้าใช้งานได้


    3.หลังจากเพิ่ม Key Pair เสร็จเรียบร้อยแล้วจะกลับมาสู่หน้า Key Pairs ดังเดิม แต่จะเห็นได้ว่าในตารางจะมีการแสดงรายการ Key Pairs ที่คุณได้สร้างขึ้นมาเพิ่มค่ะ

    วิธีเพิ่ม Key Pairs


    รับชมเป็นรูปแบบวิดีโอได้ที่นี่

    Cloud Computing คือ

    ติดตามข่าวสารใหม่ๆ หรือข้อมูลน่ารู้อีกมากมายได้ที่

      OpenLandscape Fanpage | https://www.facebook.com/openlandscapecloud/
      OpenLandscape Twitter | https://www.twitter.com/olscloud/
      OpenLandscape Cloud | https://openlandscape.cloud/

    Cloud Computing คือ

  • วิธีการสร้าง Volume ขยายพื้นที่จัดเก็บข้อมูล บน gate.openlandscape.cloud

    วิธีการสร้าง Volume ขยายพื้นที่จัดเก็บข้อมูล บน gate.openlandscape.cloud

    วิธีการสร้าง Volume ขยายพื้นที่จัดเก็บข้อมูล บน gate.openlandscape.cloud

    Volume คือ Virtual Hard Disk ทำหน้าที่เป็นที่เก็บข้อมูลของเครื่อง VM โดยใน VM จะมีที่เก็บข้อมูลอยู่ใน VM ที่เรียกว่า Root Disk หาก Root Disk เก็บข้อมูลจนเต็มหรือเกือบเต็ม การสร้าง Volume เป็นทางเลือกที่ดี เพื่อช่วยลดข้อมูลที่อยู่ใน Root Disk โดยการย้ายข้อมูลจาก Root Disk ไปยัง Volume ที่ Add เข้ามาตอนที่เราทำการสร้าง Volume โดยวิธีการสร้างมีดังนี้


    1. อันดับแรกให้กดเลือก Volume จากเมนูทางซ้าย หลังจากนั้นให้ทำการกดไปที่ Create Volume ทางด้านขวาบน

    Volume 1


    2. หลังจากกดที่ Create volume จะได้ Pop-up ที่แสดงรายละเอียดในการสร้าง Volume ขึ้นมา เมื่อทำการกรอกข้อมูลครบตามที่ผู้ใช้ต้องการสร้าง หรือหากมีการสร้าง Snapshot ไว้แล้ว ให้ทำการเพิ่มที่ช่อง “Create From Snapshot” แล้วทำการกรอกข้อมูลให้ครบ จากนั้นกดที่ Create เป็นการสร้างเสร็จสิ้น

     Volume 2


    3. เมื่อสร้าง Volume เสร็จเรียบร้อยแล้ว ข้อมูล Volume ที่คุณทำการสร้างจะแสดงบนตารางค่ะ

    Volume 3


    รับชมเป็นรูปแบบวิดีโอได้ที่นี่

    cached linux

    ติดตามข่าวสารใหม่ๆ หรือข้อมูลน่ารู้อีกมากมายได้ที่

      OpenLandscape Fanpage | https://www.facebook.com/openlandscapecloud/
      OpenLandscape Twitter | https://www.twitter.com/olscloud/
      OpenLandscape Cloud | https://openlandscape.cloud/

    Cloud Computing คือ

  • วิธีการ Take Snapshot บน gate.openlandscape.cloud

    วิธีการ Take Snapshot บน gate.openlandscape.cloud

    วิธีการ Take Snapshot บน gate.openlandscape.cloud

    Snapshot คือการเก็บข้อมูลในรูปแบบ Image เพื่อมีไว้สำหรับการเรียกใช้ในภายหลัง ซึ่งช่วยให้การใช้ Virtual Machine ในงานทดสอบหรือพัฒนาระบบต่าง ๆ สามารถทำได้สะดวกขึ้น หรือเป็นเหมือนจุด Save เวลา เมื่อระบบมีปัญหา ผู้ใช้บริการสามารถทำการย้อนคืนข้อมูลหรือ Roll Back กลับมาได้ อย่างไรก็ตามหลังจากใช้ Snapshot เสร็จแล้ว ไฟล์ Snapshot นั้นยังสามารถนำมาใช้ได้ หรือผู้ใช้บริการสามารถทำการลบ Snapshot เมื่อไม่ต้องการใช้ได้เช่นเดียวกัน โดยวิธีการ Take Snapshot บน OpenLandscape Cloud มีดังนี้


    วิธีการ Take Snapshot

    1. อันดับแรกให้ผู้ใช้บริการกดเลือก Snapshots จากเมนูทางขวา จะปรากฏหน้าแสดงเป็นตาราง ให้ทำการกดไปที่ Take Snapshot

    วิธีการ Take Snapshot


    2. หลังจากกดที่ Take Snapshop จะได้ Pop-up ที่แสดงรายละเอียดในการสร้าง Snapshot ขึ้นมา ให้ผู้ใช้บริการทำการเลือก Instances ที่ผู้ใช้บริการทำการสร้างไว้ เพื่อทำการ Snapshot และกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย กดที่ Create เป็นการสร้าง Instances Snapshot

    วิธีการ Take Snapshot 1

    *เงื่อนไขในการ Snapshot ถ้าสร้างทิ้งไว้ ไม่ว่าจะใช้งานหรือไม่ จะมีการคิดค่าใช้จ่าย


    3. เมื่อสร้าง Snapshot เสร็จเรียบร้อยแล้วจะกลับมาสู่หน้า Snapshot ดังเดิม ซึ่งในตารางจะมี Snapshot ที่ผู้ใช้บริการสร้างปรากฎขึ้นมาเพิ่มเติม

    วิธีการ Take Snapshot 2


    วิธีการนำ Instances Snapshot ที่ทำการสร้างไว้ไปใช้งาน

    1. ไปที่เมนู Instances และกดที่ Create Instance เลือกที่แถบ Snapshot และเลือก Instances Snapshot ที่ผู้ใช้บริการทำการสร้างไว้ จากนั้นทำการเลือก Package ซึ่งจะต้องเลือก Package ที่มีขนาด SSD ที่มีมากกว่าหรือเท่ากับขนาด Instances Snapshot ที่ผู้ใช้บริการสร้างไว้

    วิธีการ Take Snapshot 3


    2. ในส่วนของ Authentication ให้ใส่ Password หรือ Keypair สำหรับ Keypair ผู้ใช้บริการจะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ ถ้าหากไม่ใส่จะใช้ Keypair เดิม


    3. ในส่วนของ Networks ให้เลือกตามต้องการ

    วิธีการ Take Snapshot 4


    4. ในส่วนของ External IP จะแบ่งออกเป็น 2 กรณี กรณีแรก คือ

    • กรณีที่ต้องการ IP Public ใหม่ : ให้กด Enable Public IPและเลือก Create a new IP Addres
    • กรณีที่ต้องการ IP Public เดิม : ในส่วนนี้ผู้ใช้บริการไม่ต้องเลือก Enable Public IP 

    วิธีการ Take Snapshot 5


    5. จากนั้นทำการตั้งชื่อ Hostname ตั้งรหัสผ่านให้เรียบร้อย เมื่อสร้างเสร็จแล้วระบบจะทำการแสดงบนตาราง

    วิธีการ Take Snapshot 6


    6. ลำดับต่อมาถ้าหากผู้ใช้บริการต้องการใช้ IP เดิมเพื่อย้ายไปยัง Instances ที่ผู้ใช้บริการทำการ Snapshot ผู้ใช้บริการจะต้องทำการ Shutoff Instance ทั้งหมดก่อน

    วิธีการ Take Snapshot 7

    วิธีการ Take Snapshot 8


    7. จากนั้นให้กดไปที่เมนู Network กดที่แถบ Public IP ทำการถอนหรือ Detach Public IP ก่อน

    วิธีการ Take Snapshot 9

    วิธีการ Take Snapshot 10


    8. ทำการเลือก Instance ที่ต้องการย้ายหรือ Attach Public IP เข้าไป

    วิธีการ Take Snapshot 11

    วิธีการ Take Snapshot 12


    9. เมื่อ Attach แล้ว ให้กดไปที่เมนู Instances จะเห็นว่า Public Network ที่ผู้ใช้บริการทำการ Attach จะย้ายมาอยู่ที่เครื่อง Instances ที่ผู้ใช้บริการทำการ Attach ไว้

    วิธีการ Take Snapshot 13

    10. ให้ทำการกด Start เพื่อเป็นการเปิดการใช้งานอีกครั้ง ส่วน Instances เดิม ผู้ใช้บริการสามารถลบหรือเก็บไว้ใช้งานได้

    วิธีการ Take Snapshot 14

    วิธีการ Take Snapshot 15


    วิธีการ Take Snapshot Volume

    1. ให้ทำการสร้าง Volume ก่อน โดยกดไปที่เมนู Volume และกดที่ Create Volume ทำการกรอกข้อมูลที่ต้องการสร้างให้เรียบร้อย ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถอ่านบทความการสร้าง Volume ได้ที่นี่ : Link

    วิธีการ Take Snapshot 16


    2. เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ไปที่เมนู Snapshot และไปที่แถบ Volume ทำการกดที่ Take Snapshot

    วิธีการ Take Snapshot 17


    3. จากนั้นทำการเลือก Volume ที่ผู้ใช้บริการทำการสร้างไว้ กรอกรายละเอียดให้เรียบร้อยกด Create

    วิธีการ Take Snapshot 18


    4. เมื่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการกดที่ปุ่ม Action เลือก Create Volume ระบบจะถามว่าผู้ใช้บริการต้องการสร้าง Volume ที่ Volume Snapshot นี้ใช่ไหม และให้ทำการกดไปที่ Go to Create Volume

    วิธีการ Take Snapshot 19

    วิธีการ Take Snapshot 20


    5. ระบบจะ Direct ไปยังหน้า Create Volume ให้ ให้ทำการกรอกข้อมูลในส่วนที่เหลือ โดย Size จะไม่สามารถลดขนาดลงได้ และในส่วนของ Attach To  ให้ผู้ใช้บริการเลือกว่าจะ Attach ไปที่ Instance ใด ทำการกด Create เป็นการ Take Snapshot Volume เรียบร้อย

    วิธีการ Take Snapshot 21


    6. เมื่อผู้ใช้บริการได้ Volume ที่สร้างจาก Snapshot ขึ้นมา หรือผู้ใช้บริการสามารถเข้าไปดูที่เมนู Snapshot และไปที่แถบ Volume ก็จะเห็น Volume ที่สร้างจาก Snapshot เช่นกัน

    วิธีการ Take Snapshot 22


    หากมีข้อสงสัย หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อ OpenLandscape ผ่านทางอีเมล technical-support@ols.co.th หรือ Call Center 02-257-7189 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง  

     

    รับชมเป็นรูปแบบวิดีโอได้ที่นี่


     

     

                                                                     cached linux

    ติดตามข่าวสารใหม่ๆ หรือข้อมูลน่ารู้อีกมากมายได้ที่

      OpenLandscape Fanpage | https://www.facebook.com/openlandscapecloud/
      OpenLandscape Twitter | https://www.twitter.com/olscloud/
      OpenLandscape Cloud | https://openlandscape.cloud/

  • วิธีการสมัครสมาชิก OpenLandscape Cloud

    วิธีการสมัครสมาชิก OpenLandscape Cloud

    วิธีการสมัครสมาชิก OpenLandscape Cloud

    1.อันดับแรกให้คุณเข้าสู่หน้าแรกของ gate.openlandscape.cloud จะพบกับหน้าจอ Login จากนั้นให้คุณกด สมัครสมาชิก 

    วิธีสมัครสมาชิกopenlandscape


    2.ระบบจะพาคุณเข้าสู่หน้ากรอกอีเมลเพื่อทำการกรอกอีเมลสมัครสมาชิก ทำการกด ตกลง  ให้คุณเข้าไปที่อีเมลของคุณเพื่อทำการกดยืนยันอีเมลจากทางระบบ (กรณีที่คุณไม่พบอีเมล ให้คุณเข้าไปตรวจสอบอีเมลอีกครั้งที่อีเมลขยะ หากยังไม่ได้รับอีเมลให้คุณกดติดต่อเจ้าหน้าที่)

    วิธีสมัครสมาชิกopenlandscape


    3.หลังจากยืนยันอีเมลแล้ว link จะพามายังหน้ายืนยันเบอร์โทรศัพท์มือถือ โดยทำการกรอกเบอร์โทรศัพท์มือถือ แล้วกด คลิกเพื่อรับรหัส OTP

    วิธีสมัครสมาชิกopenlandscape


    4.รหัส OTP จะทำารส่งไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่มีการกรอกไว้ หลังจากนั้น ให้กรอกหมายเลข OTP 6 ตัวไปยังช่องที่ปรากฎขึ้นมาและทำการกด ยืนยัน หรือหากไม่ได้รับรหัส OTP ให้กดที่ ขอรหัสอีกครั้ง

    วิธีสมัครสมาชิกopenlandscape


    5.ต่อมาจะเข้าสู่หน้าข้อมูลส่วนตัว ให้ทำการกรอกชื่อ และนามสกุลในช่อง เป็นภาษาอังกฤษ และทำการตั้ง Password ของเราเอง หลังจากนั้นให้กด เลือกหน้าช่อง “ฉันยอมรับ ข้อกำหนดในการให้บริการ และ นโยบายความเป็น ส่วนตัว” และทำการกด ยืนยัน

    วิธีสมัครสมาชิกopenlandscape5


    6.หลังจากและกด ยืนยัน ระบบจะพาคุณเข้าหน้า ยืนยันว่าคุณได้ทำการสมัครสมาชิกสำเส็จแล้ว คุณสามารถกด เข้าสู่ระบบ เพื่อเข้าใช้งานหน้า Gate ของ OpenLandscape ได้เลยค่ะ

    วิธีสมัครสมาชิกopenlandscape5


    รับชมเป็นรูปแบบวิดีโอได้ที่นี่

    Cloud Computing คือ

    ติดตามข่าวสารใหม่ๆ หรือข้อมูลน่ารู้อีกมากมายได้ที่

      OpenLandscape Fanpage | https://www.facebook.com/openlandscapecloud/
      OpenLandscape Twitter | https://www.twitter.com/olscloud/
      OpenLandscape Cloud | https://openlandscape.cloud/

    Cloud Computing คือ

  • วิธีการสร้าง Security Group และ เปิด Port ที่ต้องการ บน OpenLandscape Cloud

    วิธีการสร้าง Security Group และ เปิด Port ที่ต้องการ บน OpenLandscape Cloud

    วิธีการสร้าง Security Group และ เปิด Port ที่ต้องการ บน OpenLandscape Cloud

    Security Group คือ ตัวจัดการความปลอดภัย มีลักษณะคล้าย Firewall บนเครื่อง PC ของเรา หรือ ตัวจัดการ Port ของเครื่อง Server ที่เราใช้งาน ซึ่งบทความนี้จะอธิบายวิธีการใช้งาน Security Group บนgate.openlandscape.cloud ค่ะ

    1. อันดับแรกให้กดเลือก Security Group จากเมนู ทางขวาแล้วจะพบหน้าดังรูป ที่ปรากฎเป็นตาราง Security Group ที่มีอยู่ หากต้องการสร้างเพิ่มให้ทำการกดที่ Create Security Group


    2. หลังจากกดที่ Create Security Group จะได้ Pop-up ที่แสดงรายละเอียดใน การสร้าง Security Group ขึ้นมาให้ทำการตั้งชื่อ Security group ตามต้องการ เมื่อทำการกรอกครบตามที่ผู้ใช้ต้องการสร้างแล้ว ให้กดที่ Add เป็นการเสร็จสิ้นในขั้นตอนนี้


    3. เมื่อทำการ Add Security Group เรียบร้อย ก็จะสามารถเพิ่ม Port ได้ โดยมีรายละเอียด Port ดังนี้

    Port ในการใช้งาน OS Linux & Windows

    วิธีการสร้าง Security Group

    Port ที่จำเป็นในการใช้งานของ OS Linux ต่างๆ จะมีดังนี้

    – Ping เป็น Port ที่สามารถใช้งานคำสั่ง ping <Public IP> เพื่อใหเจอ IP นั้นว่ามีการใช้งานอยู่หรือไม่มี

    – SSH เป็น Port ที่สามารถใช้งาน Linux Server ผ่านโปรแกรม MobaxTerm หรือ Putty และโปรแกรมอื่นๆได้

    – RDP เป็น Port ที่สามารถใช้งาน Windows Server ผ่านโปรแกรม Remote Desktop Connection ได้

    วิธีการสร้าง Security Group

    ส่วน Port : http, https, MySQL นั้น จะเปิดเฉพาะตอนที่มีการใช้งาน Web หรือ Database

    Port ด้านบน จะเป็น Port ที่ใช้กันทั่วไป ซึ่งเราไม่ควรจะเปิดทุก Port แต่เราควรเปิด Port ที่เราใช้งานเท่านั้น โดย ในการเปิดใช้งาน Port เราต้องดูก่อนว่าเครื่อง Instance ที่เราจะสร้างนั้นเป็น OS อะไร ยกตัวอย่างเช่น ถ้าระบบปฏิบัติการของคุณเป็น Linux ให้เปิด ssh และ ICMP หรือ ถ้าระบบปฎิบัติการของคุณเป็น Windows ให้เปิด RDP และ ICMP แทน แต่ถ้ามีการใช้งานหน้าเว็ปให้เปิด Port : HTTP กับ HTTPS และถ้ามีการใช้งานในส่วนของ Database หรือ DB ให้คุณเปิด Port : MYSQL เป็นต้น


    วิธีการเพิ่ม Port 

    หลังจากที่คุณสร้าง Security Group แล้ว คุณสามารถเปิด Port ได้เลย โดยในหนึ่ง Security Group คุณสามารถเปิดได้หลาย Port ทั้งนี้หากคุณมี Security Group อยู่แล้ว คุณสามารถเปิด Port บน Security Group เดิมที่คุณมีอยู่แล้วก็ได้ โดยมีวิธีการสร้างดังนี้


    1.คลิกที่ปุ่ม Action ตามในรูป จะพบกับเมนู Rename , Manage และ Delete ( ให้เลือก Manage เพื่อทำการเพิ่ม port )


    4. เมื่อเข้า Manage จะพบกับหน้าจอสำหรับจัดการ Port โดยกด Add Rule เพื่อเพิ่ม Port ที่ต้องการ


    5.และเมื่อกด Add Rule จะพบกับ ให้คุณกด Add Rule เพื่อเพิ่ม Rule ที่ต้องการ โดยมีหัวข้อให้เลือกดังต่อไปนี้

    • Rule คือ การเลือกประเภทการใช้งาน โดยสามารถเลือกประเภทของ Port ได้ตามต้องการและหากต้องการกำหนดเลข Port เองสามารถเลือก Custom TCP , Custom UDP
    • Direction เลือกประเภทการทำงานโดยแบ่งเป็น Ingress ขารับเข้าข้อมูล , Egress ขาส่งออกข้อมูล
    • Open Port จะแบ่งออกเป็น Port โดยให้เลือกใส่ Port เดียว , Port Range ใช้กำหนดระยะที่ทำการเปิด Port, All Ports สำหรับเปิด Port ทั้งหมด ( ซึ่งแนะนำให้เปิดใช้เฉพาะ Port ที่จะเป็นเท่านั้น )
    • Port Number กำหนดเลข Port ที่ต้องการใช้
    • Remoteให้เลือก CIDR มีไว้สำหรับเจาะจง IP เข้าใช้งาน instances โดยปกติ ถ้าใช้ 0.0.0.0/0 ทุก IP สามารถเข้าถึงได้ ถ้าต้องการเจาะจง Port และ Allow แค่ 1 IP ที่สามารถเข้าใช้งานได้ ยกตัวอย่างเช่น เลือกประเภทของ Port เป็น SSH และให้ fix ที่ CIDR Adress เป็นต้น


    6.เมื่อคุณทำการเพิ่ม Rule ใน Security group เสร็จแล้ว ให้คุณนำ Security group ไปเพิ่มในเครื่อง Instance โดยกดไปที่เมนู instances และกดที่ Instances ที่คุณต้องการเพิ่ม


    7.ไปที่แถบ Security group กดที่ปุ่ม Manage Security group


    8.ทำการเพิ่ม Security group ที่ได้ทำการสร้างไว้ กด save เป็นการเพิ่มเสร็จเรียบร้อยจะถูกแสดงบนตารางค่ะ


    รับชมเป็นรูปแบบวิดีโอได้ที่นี่

    Cloud Computing คือ

    ติดตามข่าวสารใหม่ๆ หรือข้อมูลน่ารู้อีกมากมายได้ที่

      OpenLandscape Fanpage | https://www.facebook.com/openlandscapecloud/
      OpenLandscape Twitter | https://www.twitter.com/olscloud/
      OpenLandscape Cloud | https://openlandscape.cloud/

    Cloud Computing คือ

  • มาเพิ่มพื้นที่ Instance ด้วย Mount Volume บน Linux กันเถอะ!

    มาเพิ่มพื้นที่ Instance ด้วย Mount Volume บน Linux กันเถอะ!

    มาเพิ่มพื้นที่ Instance ด้วย Mount Volume บน Linux กันเถอะ!

    หนึ่งในปัญหาการใช้งาน Instance ส่วนใหญ่ที่เรามักจะพบกัน คือ ปัญหาหน่วยความจำเต็ม หรือ Disk เต็ม ทำให้เราไม่สามารถเก็บข้อมูลเพิ่มได้ หรือ ปัญหา Run Service บาง Service ไม่ได้ แล้วอย่างนี้เราจะทำยังไงเมื่อพื้นที่เต็มละ คำตอบง่าย ๆ ก็คือเราจะต้องเพิ่ม Disk เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งานนั่นเอง แล้วอย่างนี้การเพิ่มพื้นที่ หรือ หน่วยความจำบน Instance กับ คอมพิวเตอร์ ต่างกันหรือไม่ แล้วขั้นตอนมีอะไรบ้าง และถ้า OS ต่างกันมีวิธีต่างกันมั้ย วันนี้เราเลยจะมาอธิบายวิธีเพิ่มพื้นที่ Instance ด้วยการ Mount Volume บน Linux กันค่ะ สำหรับใครที่ต้องการ เพิ่มพื้นที่ Instance ด้วยการ Mount New Volume บน Windows Server 2012 R2 สามารถคลิกเข้าไปอ่านกันได้ค่ะ


    การเพิ่มพื้นที่ บน Instance ต่างกับ เพิ่มบนคอมพิวเตอร์หรือไม่

    คำตอบก็คือต่างกันค่ะ เพราะว่าบนคอมพิวเตอร์ เวลาที่หน่วยความจำเต็ม หรือ พื้นที่จัดเก็บ เราก็แค่เปลี่ยน หรือ เพิ่มหน่วยความจำ ด้วยการเพิ่ม RAM หรือ Disk ตามขนาดที่เราต้องการได้ จากนั้นตั้งค่าอีกนิดหน่อยเพียงเท่านี้ก็เสร็จเรียบแล้วค่ะ

    แต่ !!

    สำหรับ Instance นั้นเราจะต้องสร้าง Volume เพิ่ม เพื่อนำไป Mount กับ Instance ที่เราต้องการ แค่นี้การเพิ่มหน่วยความจำเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ


    ขั้นตอนการสร้าง Volume

    อันดับแรกให้กด Create Volume ด้านขวาบน เพื่อสร้าง Volume

    Create Volume

    ใส่ข้อมูลของ Volume ที่เราต้องการ เช่น Name, Size (GB), Attach to (Instance)

    Volume

    หลังจากนั้น คุณจะได้ Volume เพื่อนำมาเชื่อมกับ Instance แต่ยังไม่สามารถใช้งานได้ ดังนั้นเราต้องทำการ Mount Volume ก่อนใน Instance ถึงจะใช้งาน Volume ตัวนั้นได้ค่ะ


    ขั้นตอนการ Mount Volume

    อันดับแรกให้คุณเปิด Terminal ของ Instance ขึ้นมา

    Mount Volume 1

    ทำการ Check ว่า Volume ที่สร้างนั้น อยู่ในเครื่อง Instance ยัง โดยใช้ Command : lsblk จะได้ตามตัวอย่าง

    Mount Volume 2

    ให้คุณทำการแบ่ง Partition โดยใช้ Command : sudo fdisk /dev/vdb ตามตัวอย่าง

    Mount Volume 3

    จากนั้น ลองใช้ Command : lsblk ดูว่ามีอะไรที่เปลี่ยน

    Mount Volume 4

    ต่อมา ใช้ Command : mkfs.ext4 /dev/vdc1 เพื่อสร้าง filesystem ของ /dev/vdc1

    Mount Volume 5จากนั้นให้ใช้ Command : mkdir [ชื่อที่จะตั้ง] เพื่อสร้าง Directory ที่ใช้เก็บ Disk
    Mount Volume 6

    และใช้ Command : mount -t ext4 /dev/vdc1 /[ชื่อ directory ที่สร้างไว้ก่อนหน้านี้] เพื่อผูก Disk ไว้กับ Directory โดยจะเป็นไฟล์ประเภท ext4 และใช้ df -h เพื่อตรวจสอบว่าเราได้ทำการ Mount ไว้ค่ะ

    Mount Volume 7

    พอถึงจุดนี้ ทุกคนคงคิดว่าทำการ Mount Volume สำเร็จแล้ว แต่จริงๆไม่ใช่ค่ะ เพราะถ้าทำการ Reboot Volume ที่ Mount จะหายไป แต่ก็มีวิธีตั้งค่าให้ Volume ที่ Mount ยังอยู่เมื่อทำการ Reboot แล้ว โดยมีวิธีดังนี้ค่ะ


    Config Volume Mount on Linux

    อันดับแรกให้ใช้ command $ blkid เพื่อดู UUID ของ Volume ที่ทำการ Mount

    Volume Mount on Linux 1

    ต่อมา ทำการ Copy UUID ของ Volume ที่เราจะทำการ Config

    ทำการแก้ไขไฟล์ fstab โดยใช้คำสั่ง $sudo vi /etc/fstab

    Volume Mount on Linux 2

    นำ UUID ที่ได้ copy มาวางไว้ตามตำแหน่ง

    Volume Mount on Linux 3

    เสร็จแล้วทำการ Save แลพทำการ Reboot เครื่อง และตรวจสอบโดยใช้คำสั่ง df -h เพื่อดูว่า Volume ที่ Mount นั้นยังอยู่รึป่าว

    Volume Mount on Linux 4

    ติดตามข่าวสารใหม่ๆ หรือข้อมูลน่ารู้อีกมากมายได้ที่

      OpenLandscape Fanpage | https://www.facebook.com/openlandscapecloud/
      OpenLandscape Twitter | https://www.twitter.com/olscloud/
      OpenLandscape Cloud | https://openlandscape.cloud/