Author: kanokwan

  • Blockchain เทคโนโลยี ที่อาจเป็นคำตอบของการเลือกตั้งในอนาคต  

    Blockchain เทคโนโลยี ที่อาจเป็นคำตอบของการเลือกตั้งในอนาคต  

    Blockchain เทคโนโลยี ที่อาจเป็นคำตอบของการเลือกตั้งในอนาคต  

    ในปัจจุบันการเลือกตั้งในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยยังใช้องค์กรอิสระเป็นผู้ดำเนินการการเลือกตั้งตั้งแต่การจัดวางระบบ จัดเก็บข้อมูล รวมไปถึงการรวบรวมผลการเลือกตั้ง การดำเนินการโดยระบบนี้มีผลเสียอยู่พอสมควร เช่น ประชาชนไม่สามารถตรวจสอบผลการเลือกตั้งและทราบผลได้ในทันที เนื่องจากผลการลงคะแนนนั้นถูกรวบรวมไว้ที่เดียว และต้องรอการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้วเท่านั้นผลจึงจะชัดเจน ซึ่งข้อเสียดังกล่าวนี้อาจก่อให้เกิดปัญหาการรวบรวมข้อมูลที่ผิดพลาด การถูกโจมตีโดยผู้ไม่หวังดี หรือความไม่โปร่งใส ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดคอร์รัปชันได้ วันนี้เราเลยอยากจะพาทุก ๆ คนมาทำความรู้จักกับเทคโนโลยี Blockchain ที่หลายคนพูดถึงว่าสามารถนำมาช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ แต่จะแก้ได้จริง ๆ หรือไม่ เราลองมาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันดีกว่าค่ะ


    Blockchain เทคโนโลยี ที่อาจนำมาแก้ปัญหาการเลือกตั้งแบบเดิม ๆ ได้

    หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูคุ้นตากับเทคโนโลยีนี้กันสักเท่าไรนัก เพราะเทคโนโลยีนี้ยังใหม่อยู่มาก ซึ่งคุณลักษณะเฉพาะของ Blockchain คือสามารถสร้างความปลอดภัยให้กับข้อมูล และช่วยให้เกิดความโปร่งใสได้ โดยพื้นฐานแล้ว Blockchain คือระบบการจัดเก็บข้อมูลรูปแบบหนึ่ง มีความพิเศษตรงที่ไม่ว่าจะมีใครส่งผ่านข้อมูล หรือทำธุรกรรมใด ๆ ก็ตาม ทุกคนจะทราบและรับรู้ข้อมูลเท่าๆ กัน ทำให้การโกง หรือบิดเบือนข้อมูลนั้นเป็นไปได้ยากมาก ๆ ค่ะ

    blockchaindกับการเลือกตั้ง

    รูปภาพจาก : NAVAL AGILITY

    จากรูปภาพด้านบน ในส่วนของรูปทางด้านซ้ายเป็นระบบในรูปแบบเก่าจะเห็นได้ว่าโครงข่ายข้อมูลจะถูกส่งผ่าน และเก็บรวบรวมไว้ที่ส่วนกลางแต่เพียงผู้เดียว ทำให้ยากแก่การตรวจสอบ ถูกโจมตีง่าย และอาจถูกบิดเบือนได้ ในขณะที่รูปทางด้านขวาซึ่งเป็นระบบการทำงานแบบ Blockchain จะเป็นการส่งผ่านแบบกระจายข้อมูลให้ทุกคนรับทราบทั่วถึงกันโดยไม่ต้องผ่านศูนย์กลาง ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบ ทั้งยังสามารถป้องกันการถูกโจมตี และถูกบิดเบือนข้อมูล

    หากเราจะนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ในการเลือกตั้ง เราสามารถทำได้ด้วยการออกแบบเป็นแพลตฟอร์ม หรืออุปกรณ์เทคโนโลยี เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้ามาร่วมโหวตคะแนน และตรวจสอบผลการเลือกตั้งได้ ซึ่งแต่ละผลโหวตจะถูกเข้ารหัสข้อมูล Timestamped ไว้  แล้วกระจายข้อมูลเข้าสู่ระบบแบบไม่ผ่านศูนย์กลาง ด้วยการเชื่อมต่อข้อมูลผ่านหลาย ๆ  Node บน Network ทำให้ให้ยากต่อการปรับเปลี่ยนข้อมูล ผลคะแนนที่ออกมานั้นจึงมีความถูกต้องและเที่ยงตรง

    นอกจากการโหวตคะแนนแบบ Blockchain จะเปิดให้ผู้มีสิทธิ์โหวตสามารถตรวจสอบผลคะแนนได้แล้ว Blockchain ยังทำให้ผู้ใช้มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลส่วนอื่น ๆ ได้อีกด้วย เช่น สามารถตรวจสอบได้ว่าคะแนนที่เพิ่มมานั้น คนลงคะแนนได้ลงคะแนนตอนไหน หรือสามารถรู้ได้ว่าตอนนี้เรากำลังเชื่อมต่อกับใครบ้าง ซึ่งก่อนการโหวตผู้ใช้จะต้องทำการยืนยันตัวตนโดยใช้หลักฐานที่น่าเชื่อถือ เช่น บัตรประชาชน การพิมพ์ลายนิ้วมือ เป็นต้น จากนั้นข้อมูลเหล่านี้จะถูกเข้ารหัส ทำให้ตัวตนของบุคคลดังกล่าวไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ หรือเพื่อป้องกันการถูกกดดัน และข่มขู่จากเจ้าหน้าที่รัฐบาล


    แต่…การนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ในการโหวตยังคงมีข้อจำกัดอยู่

    ฟังดูดีใช่มั้ยคะ แต่เดี๋ยวก่อน ถึงแม้จะมีความเป็นไปได้ที่จะนำ Blockchain มาใช้ได้ในการเลือกตั้ง แต่ก็ยังคงมีข้อจำกัดอยู่บางส่วนที่สร้างความท้าทายให้กับการนำมาปรับใช้อยู่เหมือนกัน อย่างแรกเลยหากนำ Blockchain มาปรับใช้จะต้องให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้ใช้งาน (User Experience) ที่ต้องออกแบบให้ผู้มีสิทธิ์โหวตสามารถเข้าถึงและเข้าใจการใช้งานได้ในทันที อาจทำได้ด้วยการออกแบบแอปพลิเคชันผ่านมือถือ หรือพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถใช้โหวตได้ เป็นต้น

    นอกจากนี้หากใช้เป็นระบบ Private Blockchain การที่ระบบจะต้องเปลี่ยนข้อความให้เป็นรหัส จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่มีระบบประมวลผลสูงมาก อาจทำให้มีค่าใช้จ่ายที่สูงตามไปด้วย ทั้งยังมีช่องว่างอื่น ๆ อีก เช่น การสวมรอยตัวตนเพื่อลงคะแนนแทนในระบบ การถูกเจาะระบบ หรือการปรับแต่งข้อมูลผ่าน Hardware หรือ Software ที่ทางผู้จัดตั้งสามารถทำได้ก่อนการเข้าใช้สิทธิ์เพื่อบิดเบือนข้อมูล เป็นต้น ปัญหาเหล่านี้เป็นโจทย์สำคัญหากเราจะนำ Blockchain มาใช้ เราจะต้องคำนึงถึง และวางแผนเพื่อเตรียมรับมือกับปัญหาเหล่านี้ที่อาจะเกิดขึ้น


    แต่ถึงจะมีข้อจำกัด แต่ก็มีบางประเทศที่เอาไปทดลองใช้เหมือนกัน

    ถึงแม้การนำ Blockchain มาใช้จะมีข้อจำกัดอยู่มาก แต่ก็มีบางประเทศที่เริ่มนำ Blockchain มาพัฒนาใช้งานกันบ้างแล้ว อย่างการเลือกตั้งในช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2018 ที่รัฐเวสต์เวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นรัฐแรกที่ทดลองใช้การโหวตออนไลน์ สำหรับทหารและพลเมืองที่อาศัยอยู่นอกประเทศให้สามารถเข้ามาโหวตได้ ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือชื่อ Voatz ในการโหวตนั้นผู้มีสิทธิ์โหวตจะต้องยืนยันตัวตนด้วยการพิมพ์ลายนิ้วมือ ก่อนทำการโหวต จากนั้นผลโหวตดังกล่าวจะถูกบันทึกเข้าสู่ Private Blockchain ซึ่งผลการเลือกตั้งโดยรวมก็ออกมาด้วยดี และทำให้เกิดข้อถกเถียงอย่างกว้างขว้าง

    blockchaindกับการเลือกตั้ง

    รูปภาพจาก : Angel

    อีกหนึ่งหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจ แม้จะไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้งทางการเมืองโดยตรง คือในช่วงปลายเดือนสิงหาคมปี 2018 ที่เมืองสึคุบะ (Tsukuba) ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเมืองที่โดดเด่นในเรื่องของการวิจัยหุ่นยนต์และวิทยาศาสตร์ ได้มีการทดลองนำเทคโนโลยี Blockchain มาปรับใช้กับระบบลงคะแนนเสียง เพื่อสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ภายในเมือง

    โดยผู้ใช้สิทธิ์สามารถมีส่วนร่วมได้ด้วยการใช้บัตรประชาชนของตัวเองมาใช้ยืนยันตัวตน และสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ของทางการที่ชื่อว่า Stated ได้ เพื่อทำการลงคะแนนเสียงสนับสนุนโครงการเพื่อสังคมต่าง ๆ ซึ่งผู้ใช้สิทธิ์สามารถโหวตคะแนนให้กับโครงการใด ๆ ก็ได้ที่ตนรู้สึกว่าคุ้มค่ากับการลงทุนและสนับสนุนมากที่สุดตั้งแต่โครงการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อตรวจหามะเร็ง ไปจนถึงโปรแกรมเสียงนำทางในเมือง หรือการคิดค้นอุปกรณ์ใหม่ ๆ สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง เป็นต้น ซึ่งการทดลองดังกล่าว ที่ได้นำเทคโนโลยี Blockchain มาปรับใช้ก็ได้ผลที่น่าพอใจและเกิดความโปร่งใสในการโหวต ทำให้ลดการโกงในการลงคะแนนไปได้มาก

    นอกจากสองประเทศนี้แล้วยังมีประเทศอื่น ๆ ที่เริ่มนำเทคโนโลยี Blockchain มาพัฒนาและปรับใช้ในการลงคะแนนเสียงอย่าง เอสโตเนีย (Estonia) ที่นำมาใช้ในการโหวตเสียงภายในร้านค้า, เมืองซุก (Zug) ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ (Switzerland) ที่นำ Blockchain มาใช้ในการลงเสียงโหวตในทุกโครงการของเมือง เป็นต้น


    สรุป

    เรียกได้ว่าเทคโนโลยี Blockchain เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่น่าสนใจเลยทีเดียวใช่มั้ยคะ แต่ถึงแม้จะดูเหมือนว่าการนำเทคโนโลยี Blockchain มาปรับใช้ในการการเลือกตั้งจะดูมีความเป็นไปได้ในอนาคต แต่อย่าลืมว่า Blockchain เป็นเพียงแค่เครื่องมือหนึ่งเท่านั้น หากคนที่เอาไปใช้นำมาใช้ในทางที่ผิดและไม่มีความซื่อสัตย์พอก็สามารถใช้ช่องว่างปรับปรุงแก้ไขระบบเพื่อหาประโยชน์ได้เช่นเดียวกันค่ะ


    ที่มา

    Is Blockchain The Answer To Election Tampering?

    Blockchain and Elections: The Japanese, Swiss and American Experience.

    Blockchain and Elections: A Review of the Current Landscape.

    Voatz

    Stated 

    ติดตามข่าวสารใหม่ๆ หรือข้อมูลน่ารู้อีกมากมายได้ที่

      OpenLandscape Fanpage | https://www.facebook.com/openlandscapecloud/
      OpenLandscape Twitter | https://www.twitter.com/olscloud/
      OpenLandscape Cloud | https://openlandscape.cloud/

  • Cloud computing ประโยชน์ ที่ให้ได้มากกว่าความประหยัด

    Cloud computing ประโยชน์ ที่ให้ได้มากกว่าความประหยัด

    Cloud computing ประโยชน์ ที่ให้ได้มากกว่าความประหยัด

    ในปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าบริการ Cloud Computing ได้ก้าวเข้ามามีส่วนสำคัญในเชิงธุรกิจอย่างมาก ซึ่ง Cloud Computing ประโยชน์ ในเชิงธุรกิจและการใช้งานทั่วไปนั้น นอกจากจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มากกว่าในอดีตแล้ว ยังมีประโยชน์อีกมากมายที่คุณเองคาดไม่ถึง บทความนี้เราจะพาคุณมาดูประโยชน์ของ Cloud Computing กัน

    สำหรับใครที่สนใจอยากทำความรู้จักกับ Cloud Computing มากขึ้นเราขอแนะนำบทความ : Cloud Computing คืออะไร เทคโนโลยีสุดล้ำที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโต แต่ถ้าคุณรู้จักและพร้อมแล้ว เราลองไปดูกันเลยว่าประโยชน์มีอะไรบ้าง


    1.มีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า

    Cloud computing ประโยชน์

    อย่างแรกเลยคือคุณไม่ต้องลงทุนเรื่องทรัพยากรคอมพิวเตอร์หรือดูแลระบบเอง เพราะผู้ให้บริการจะเป็นฝ่ายลงทุนทรัพยากรด้าน IT เกือบทั้งหมด ซึ่งหลาย ๆ แบรนด์มี Service แบบ Pay Per use คอยไว้ให้บริการ คือบริการที่ให้คุณจ่ายตามจริง ใช้เท่าไหรจ่ายเท่านั้น เรียกได้ว่าประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มากสำหรับธุรกิจทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก


    2.เพิ่มความสะดวกและความรวดเร็วในการใช้งาน

    Cloud computing ประโยชน์ 2

    เคยพบปัญหากันไหม เวลาคุณต้องเข้าถึงข้อมูลบางอย่างต้องเสียเวลารับส่งข้อมูลหลาย ๆ รอบ หรือติดปัญหาอื่น ๆ ทำให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลต่าง ๆ เป็นไปอย่างยากลำบาก การใช้งานบน Cloud Computing นั้น คุณไม่ต้องกังวลปัญหาเหล่านี้เลย ในเรื่องของสถานที่ เวลาหรืออุปกรณ์ เพราะขอเพียงแค่คุณมีอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ คุณก็สามารถเข้าถึงและใช้งาน Cloud ทุกที่ได้แบบไม่มีข้อจำกัด สร้างทั้งความสะดวกและความรวดเร็วให้กับธุรกิจหรือโปรเจกต์ของคุณได้เป็นอย่างดี


    3.มีความสามารถในการขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว

    Cloud computing ประโยชน์ 3

    อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่นักพัฒนาระบบหลาย ๆ คนต้องเจอ คือเมื่อพัฒนาระบบไปได้ในระดับหนึ่งเมื่อมีข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้น เราก็ต้องการพื้นที่เก็บที่เพิ่มมากขึ้นด้วย ทำให้เกิดปัญหาความยุ่งยากและเสียเวลาตามมาในการเพิ่ม Spec เครื่อง การหันมาใช้ Cloud สามารถช่วยแก้ปัญหาได้มาก เพราะด้วยความสามารถของ Cloud Computing คุณสามารถสร้างระบบใหม่ได้ทุกเวลา ทั้งยังสามารถเพิ่มหรือลดขนาดของทรัพยากรได้ภายในระยะเวลาอันสั้น โดยที่คุณสามารถควบคุมและบริหารทรัพยากรของคุณได้เองทันที


    4.เข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ อยู่เสมอ

    Cloud computing ประโยชน์ 4

    ผู้ให้บริการ Cloud จะทำหน้าที่พัฒนาและอัปเกรดระบบใหม่ ๆ อยู่เสมอ รวมไปถึงสรรหาเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อรองรับการใช้งานของผู้ใช้บริการ เช่น Virtual Machine, Blockchain หรือ Application ใหม่ ๆ เพื่อรองรับ Solution และตอบโจทย์ ผู้ใช้ให้ได้มากที่สุด โดยที่ผู้ใช้อย่างเราไม่ต้องหาเอง นั่งอัปเกรดเอง


    5.มีการบำรุงรักษาและความปลอดภัยสูง

    Cloud computing ประโยชน์ 5

    สำหรับใครที่กังวลและสงสัยว่าข้อมูลของเราไม่ได้เก็บเองแบบนี้แล้ว ข้อมูลจะปลอดภัยหรือไม่ ต้องบอกก่อนเลยว่าผู้ให้บริการมีมาตรการการรักษาความปลอดภัยให้กับโครงสร้างพื้นฐานของศูนย์ข้อมูล และการเก็บรักษาข้อมูลลูกค้า ดังนั้นข้อมูลของคุณจะถูกจัดเก็บไว้ภายใต้ระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม นอกจากนี้ยังมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลรักษาและซ่อมแซมระบบตลอด 24 ชัวโมง คุณจึงไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลของคุณจะสูญหายหรือรั่วไหล


    สรุป

    นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของประโยชน์เด่น ๆ ของ Cloud Computing ที่เราได้คัดสรรมานำเสนอคุณเท่านั้น ประโยชน์ของคลาวด์ยังมีอีกมากมายยิบย่อยตามแต่รายละเอียดของผู้ให้บริการและจุดประสงค์การนำไปใช้ของคุณ ดังนั้นหากคุณที่นำมาปรับใช้กับธุรกิจหรือโปรเจกต์ของคุณให้ถูกจะรับรับรองว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีมากมายมหาศาลทีเดียว

    ติดตามข่าวสารใหม่ๆ หรือข้อมูลน่ารู้อีกมากมายได้ที่

      OpenLandscape Fanpage | https://www.facebook.com/openlandscapecloud/
      OpenLandscape Twitter | https://www.twitter.com/olscloud/
      OpenLandscape Cloud | https://openlandscape.cloud/

  • Cloud Computing คือ อะไร เทคโนโลยีสุดล้ำที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโต

    Cloud Computing คือ อะไร เทคโนโลยีสุดล้ำที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโต

    Cloud Computing คือ อะไรกันแน่ ?

    หากพูดถึงคำว่า Cloud หลาย ๆ คนอาจจะนึกถึงบริการ iCloud, Dropbox, Google Drive หรือ Microsoft และ Onedrive กันใช่ไหม เพราะบริการเหล่านี้เป็นบริการที่เราคุ้นเคยกันดี เนื่องจากใช้กันอยู่เป็นประจำ เพื่อไว้ใช้จัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ บนโลกออนไลน์ แต่ถ้าหากเราถามถึงคำว่า Cloud Computing คืออะไร หลายคนอาจยังสับสนและไม่แน่ใจว่า ต่างหรือเหมือนกันอย่างไรกันแน่ เชื่อว่าหลายคนอาจเดาว่าชื่อคล้ายกันเลยน่าจะคล้ายกันสิ ซึ่งคำตอบคือ ถูกแค่ครึ่งเดียว เพราะบริการข้างต้นที่เราได้กล่าวกันมานั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของบริการ Cloud Computing เท่านั้น ซึ่งเป็นบริการที่เรียกว่า Cloud Storage

    “แล้วอย่างงี้ Cloud Computing ที่เราพูดถึงคืออะไรกันแน่ ?”

    Cloud Computing คือ บริการที่ให้เราใช้หรือเช่าใช้ระบบคอมพิวเตอร์หรือทรัพยากรด้านคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ โดยครอบคลุมทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการประมวลผล การจัดเก็บข้อมูล และระบบออนไลน์ต่าง ๆ ผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งเราสามารถเลือกกำลังการประมวลผล เลือกจำนวนทรัพยากร ได้ตามความต้องการในการใช้งาน พูดง่าย ๆ คือ ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้นนั่นเอง นอกจากนี้เรายังสามารถเข้าถึงข้อมูลบน Cloud จากที่ไหนก็ได้เรียกได้ว่าทั้งสะดวกสบายแถมยังประหยัดเวลาแบบสุด ๆ


    ประเภทของ คลาวด์คอมพิวติ้ง มีแบบไหนบ้าง 

    Cloud Computing คือ

    Private Cloud

    คือ การตั้งคลาวด์ส่วนตัว โดยแต่ละบริษัทหรือองค์กรจะลงทุนจัดตั้ง Hardware และ Software ที่ใช้เป็นพื้นฐานในการทำ Cloud Datacenter ขึ้นมาเป็นของตัวเอง เพื่อให้พนักงานในองค์กรใช้เท่านั้น

      ข้อมูลปลอดภัยเพราะจัดเก็บอยู่ภายใน Datacenter ของตัวเอง

    ไม่สามารถ Scale Out แบบกะทันหัน เมื่อเกิด Workload Peak Time ได้เหมือนกับ Public Cloud และมีค่าใช้จ่ายสูงเพราะต้องลงทุนซื้อ Hardware และ Software รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบเองทั้งหมด

    Public Cloud

    คือ คลาวด์ที่สร้างขึ้นเพื่อให้ทุกคนสามารถใช้งานได้ โดยจะมีผู้ให้บริการระบบคลาวด์เป็นคนตั้งระบบ Hardware และ Software ขึ้นมา แล้วให้แต่ระบริษัทหรือองค์กรเข้าไปเช่าใช้บริการ อาจจะจ่ายเป็นรายเดือนหรือรายปี

     ประหยัดเงินได้มากกว่า เพราะไม่ต้องลงทุนตั้ง Cloud Datacenter เป็นของตัวเอง

    อาจมีปัญหาด้าน IT Policy Audit ในบางบริษัท เพราะบางบริษัทห้ามเก็บข้อมูลไว้นอกองค์กร

    Hybrid Cloud

    คือ เป็นการเอาข้อดีของระหว่าง Private Cloud และ Public Cloud มาใช้ร่วมกัน เช่น การนำ Private Cloud มาใช้สำหรับเก็บข้อมูลภายในองค์กร และใช้ Public Cloud มาใช้เพื่อการ Scale Out ในการประมวลผลในช่วงที่เกิด Workload Peak Time เป็นต้น

     เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการได้มากขึ้นและอุดข้อเสียของทั้ง 2 รูปแบบนั้นได้

    มีความยุ่งยาก เพราะรายละเอียดของ Cloud ทั้งสองแบบนั้นต่างกันมาก ต้องมีผู้เชี่ยวชาญปรับแต่งระบบให้ทำงานร่วมกันและทดสอบบ่อย ๆ เพื่อให้เกิดความเสถียร

    Multi Cloud

    คือ การใช้งานร่วมกันของ Cloud Provider ตั้งแต่ 2 ผู้ให้บริการขึ้นไป เพื่อลดความเสี่ยงด้านต่าง ๆ ในการใช้งาน มีความแตกต่างจาก Hybrid Cloud ที่ใช้ร่วมกันระหว่าง Private Cloud และ Public Cloud

    เลือกใช้ทรัพยากรและบริการเฉพาะจากผู้ให้บริการหลายรายเพื่อได้รับประโยชน์สูงสุดในการใช้งาน 

    ต้องมีผู้เชี่ยวชาญออกแบบและจัดทำ Solution ได้อย่างเหมาะสมกับการใช้งานขององค์การ ทั้งในด้านการดูแลและการทำงานของระบบ Cloud Platforms รวมถึงการจัดเก็บข้อมูลและ Hypervisor ที่ต่างกัน


    บริการ ของคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Service Models) มีอะไรบ้าง

    Cloud Computing คือ 2

    Software as a Service (SaaS)

    คือ บริการที่ให้ใช้หรือเช่าใช้บริการ Software และ Application ผ่านอินเทอร์เน็ต โดยประมวลผลบนระบบของผู้ให้บริการโดยที่เราไม่ต้องกังวลหรือหาคนมาดูแล Infrastructure และคนมาสร้าง Application ให้เรา เพราะทุกอย่างได้ถูกจัดเตรียมมาโดยผู้ให้บริการเรียบร้อยแล้ว

    ข้อดี คือ ไม่ต้องลงทุนในการสร้างระบบคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์เอง ซอฟต์แวร์จะถูกเรียกใช้งานผ่าน Cloud จากที่ไหนก็ได้

    ตัวอย่างที่ใกล้ตัวเรามากที่สุด เช่น Google Docs ที่มาในรูปแบบการใช้ซอฟต์แวร์ผ่านเว็บบราวเซอร์ โดยไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ลงบนเครื่อง หรือ Web-based Email Service ต่าง ๆ เช่น Hotmail, Gmail, Facebook, Twitter ที่มีการเก็บโปรแกรมและข้อมูลต่าง ๆ ไว้ที่ Host แล้วให้ผู้ใช้สามารถเรียกใช้ Application ต่าง ๆ ผ่านทางเว็บได้ ถือว่าเป็นบริการประเภทนี้อีกเช่นเดียวกัน

    Platform as a Service (PaaS)

    คือ การให้บริการด้าน Platform สำหรับผู้ใช้งาน เช่น นักพัฒนาระบบ หรือ Developer ที่ทำงานด้าน Software และ Application โดยผู้ให้บริการ Cloud จัดเตรียมทรัพยากรสำหรับการพัฒนาระบบที่จำเป็น เช่น Hardware, Software และ ชุดคำสั่ง เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถพัฒนาระบบได้อย่างสมบูรณ์แบบบนระบบ Cloud

    ข้อดี คือ สามารถช่วยลดต้นทุนและเวลาที่ใช้ในการพัฒนาซอฟท์แวร์ได้

    ตัวอย่างบริการทางด้านนี้ เช่น Google App Engine, Microsoft Azure ที่สามารถนำมาพัฒนาแอปพลิเคชันที่ให้บริการคนจำนวนมหาศาลได้ โดยใช้เวลาพัฒนาไม่นานด้วยทีมงานแค่ไม่กี่คน

    Infrastructure as a Service (IaaS)

    คือ บริการที่ครอบคลุมเฉพาะในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานทางด้านไอทีได้แก่ ระบบเครือข่าย (Network), ระบบจัดเก็บข้อมูล (Database), ระบบประมวลผล (CPU) ไปจนถึงอุปกรณ์พื้นฐาน เช่น Servers และ ระบบปฏิบัติการ (OS)ใ นรูปแบบระบบเสมือน (Virtualization) โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อ Hardware ที่มีราคาแพง

    ข้อดี คือ ไม่ต้องลงทุนซื้อเอง สามารถขยายได้ง่ายตามการเติบโตของบริษัทและมีความยืดหยุ่นสูง ลดความยุ่งยากในการดูแลระบบเอง แต่จำเป็นต้องมีผู้ดูแลระบบด้าน IT

    ตัวอย่างของบริการให้เช่ากำลังประมวลผล บริการให้เช่าเซิร์ฟเวอร์เสมือน เพื่อใช้ลงและรันแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่เราต้องการเช่น OpenLandscape Cloud, Google Compute Engine, Amazon Web Services, Microsoft Azure เป็นต้น

    สรุป

    จะเห็นได้ว่าแท้จริงแล้ว Cloud Computing ไม่ได้เป็นเทคโนโลยีที่ไกลตัวและยังใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับธุรกิจทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก หรือแม้กระทั้งโปรเจกต์เล็ก ๆ ของเราให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มศักยภาพทั้งในด้านของความรวดเร็ว ความยืดหยุ่น และความปลอดภัย รวมไปถึงยังสามารถช่วยลดต้นทุนและประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มากอีกด้วยเช่นกัน สำหรับใครที่อยากรู้ว่า ประโยชน์ ของ Cloud Computing มีอะไรบ้างเราขอแนะนำบทความ : Cloud computing ประโยชน์ ที่ให้ได้มากกว่าความประหยัด

    ติดตามข่าวสารใหม่ๆ หรือข้อมูลน่ารู้อีกมากมายได้ที่

      OpenLandscape Fanpage | https://www.facebook.com/openlandscapecloud/
      OpenLandscape Twitter | https://www.twitter.com/olscloud/
      OpenLandscape Cloud | https://openlandscape.cloud/

  • เช็คให้ชัวร์ ! วิธีตรวจสอบประสิทธิภาพ Linux Server แบบง่าย ๆ ให้ทำงานเป๊ะ

    เช็คให้ชัวร์ ! วิธีตรวจสอบประสิทธิภาพ Linux Server แบบง่าย ๆ ให้ทำงานเป๊ะ

    เช็คให้ชัวร์ ! วิธีตรวจสอบประสิทธิภาพ Linux Server แบบง่าย ๆ ให้ทำงานเป๊ะ

    การทำงาน Server ที่ทุกท่านใช้งานนั้นมีหลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่การออกแบบตามจุดประสงค์ของแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป โดยส่วนมากแล้ว หลาย ๆ คนมักจะไปดูผลลัพธ์ที่ End User ใช้งานกันมากกว่า ว่ามีปัญหารีเปล่า แต่กลับละเลยเรื่องสำคัญอย่างการตรวจสอบ Performance ของ Server ไป วันนี้เราเลยอยากจะมาแนะนำวิธีตรวจสอบประสิทธิภาพ Linux Server แบบง่าย ๆ ให้ Server ทำงานเป๊ะกันค่ะ อย่างแรกเราจะมาอธิบายการตรวจสอบการใช้งานของ Server นี้มันจำเป็นยังไง แล้วเช็คเพื่ออะไร วิธีการเช็คทำอย่างไรกันก่อนนะคะ เพื่อให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น เราลองมาดูเคสที่ตัวอย่างกันก่อนดีกว่า ว่าทำไมการตรวจสอบประสิทธิภาพ Linux Server จึงสำคัญ ยกตัวอย่างกรณีเช่น หากเรามี web server  1 เครื่อง ซึ่งมี SPEC : CPU 1 Core, RAM 2 GB, DISK 30 GB คำถามง่าย ๆ เลย คือถ้าเรา SPEC เครื่องเท่านี้เราจะสามารถรองรับคนจำนวน 6 ล้านคนเพียงพอรึเปล่า?? คำตอบคือไม่พอแน่นอน เพราะว่าเป้าหมายการใช้งานมันต้องสัมพันธ์กับสิ่งที่จะใช้งาน หรืออธิบายง่ายๆว่า สเปคไม่เพียงพอต่อการใช้งานนั่นเอง 


    การตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของ Server คืออะไร?

    คือ การตรวจสอบประสิทธิภาพของ CPU, RAM และ DISK ว่ามีการทำงานที่ปกติหรือเปล่า หรือมีทรัพยากรเพียงพอต่อการใช้งานรึเปล่า เพื่อที่เราจะได้ปรับแก้ไขให้ตัว Server มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น


    วิธีตรวจสอบการใช้งาน

     

    การตรวสอบประสิทธิภาพของ Server เราจะใช้ Linux Base Command เช็ค ระบบแบบ Real Time ค่ะ
    1.  สำหรับ CPU (ต้อง install htop ก่อนถึงจะใช้ได้)
    top  หรือ htop

    2.  สำหรับ RAM

    free -h

    3.  สำหรับ DISK

    df -hT


    อย่างไรก็ตาม วิธีการตรวจสอบข้างต้นเป็นเพียงแค่พื้นฐานในการตรวจสอบ Performance ของ Linux เท่านั้น หากต้องการตรวจสอบ Performance อย่างละเอียด เราขอแนะนำให้ติดตั้ง Grafana ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับ Monitor Performance โดยเฉพาะ อีกทั้งยังสามารถดูย้อนหลังได้อีกด้วย Cloud Computing คือ

    ติดตามข่าวสารใหม่ๆ หรือข้อมูลน่ารู้อีกมากมายได้ที่

      OpenLandscape Fanpage | https://www.facebook.com/openlandscapecloud/   OpenLandscape Twitter | https://www.twitter.com/olscloud/   OpenLandscape Cloud | https://openlandscape.cloud/

    Cloud Computing คือ