Author: Pornpansa

  • GDPR คือ อะไรทำไมทั้งโลกถึงให้ความสำคัญ ?

    GDPR คือ อะไรทำไมทั้งโลกถึงให้ความสำคัญ ?

    ในโลกปัจจุบัน…. ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอินเตอร์เน็ตนั้นมีบทบาทที่สำคัญมาก แทบจะทุกตารางนิ้วบนโลกใบนี้ ได้ถูกเชื่อมเอาไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ สังเกตได้ว่ามีแอพต่างๆมากมายเกิดขึ้นไม่เว้นวัน แต่ละแอพต่างก็มีการขอเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ (เช่น Google,Facebook,Twitter,Youtube ,Uber) ดังนั้นข้อมูลมากมายจึงถูกส่งไปที่ต่างๆมากมายนับไม่ถ้วนในแต่ละวัน และแน่ใจได้เลยค่ะว่า… ทุกการกระทำของเราบนโลกออนไลน์ได้ถูกบันทึกไว้โดยผู้ให้บริการแน่นอน ด้วยเหตุนี้เอง “GDPR” จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อควบคุมมาตรฐานของการที่องค์กรจะนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ มาดูกันดีกว่าค่ะว่า GDPR คือ อะไร


     The Beginning of GDRR

    “GDPR” ย่อมาจาก “General Data Protection Regulation” ป็นกฏหมายสำหรับคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data) ของพลเมืองยุโรป โดยเป็นการนำมาใช้แทนกฏหมายเดิม EU Directive 95/46 ที่ใช้กันมาเนิ่นนานมากตั้งแต่ปี 1995 ซึ่งยุคนั้นยังเป็นยุคที่อินเตอร์เน็ตยังไม่เข้ามามีบทบาทขนาดนี้ ดังนั้นการนำกฏหมายที่เก่าเกินไปและไม่เข้ากับยุคสมัยมาใช้จึงเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอีกต่อไป

    “GDPR” นั้นถูกประกาศให้เริ่มใช้โดยสหภาพยุโรป (EU) มาตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2016
    แต่เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2018 ที่ผ่านมานี้เอง


     เพราะข้อมูลส่วนตัวนั้น ..สำคัญไฉน

    หากใครยังงงและสับสนว่าข้อมูลส่วนตัวของเราบนโลกออนไลน์นี่มีอะไรบ้าง ก็ขอตอบตรงนี้เลยนะคะว่า ‘ทุกอย่าง’ ค่ะ แค่เราเปิดเว็ปนั้นเข้าไปก็มีข้อมูลของเราส่งออกไปแล้วว่าเราเปิดเว็ปอะไร ตั้งแต่ไอพีแอดเดรส, ชื่อ, รูปถ่าย, ที่อยู่, อีเมล, ข้อมูลทางการแพทย์, ข้อมูลบัตรต่างๆ กระทั่งคำคมโดนๆที่เราโพสท์บน Social Network และพฤติกรรมการใช้งาน

    เดิมที ….เรารับรู้แค่ว่าผู้ให้บริการนั้นๆจะเอาข้อมูลเราไปทำอะไรต่างๆมากมาย แต่ไม่รู้ว่าเขาจะเอาไปทำอะไรบ้าง จะไปทำอะไรไม่ดีรึเปล่า แต่สุดท้าย หากต้องใช้บริการจากเขา เราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่ดีที่ต้องยอมให้ข้อมูลไป โดยที่แต่ก่อนมีแค่กฏหมายคุ้มครองของแต่ละประเทศที่ตั้งกันตามใจชอบ ไม่มี Standard ที่ชัดเจนกันสักที จนกระทั่ง GDPR กำเนิดเกิดขึ้นมานี่แหละ


    GDPR change the world!

    แม้จะดูเหมือนเป็นแค่กฏหมายที่ออกโดย EU เพื่อพลเมืองชาว EU แต่ว่าการประกาศใช้กฏหมายนี้ได้สร้างความสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ให้กับองค์กรทั่วโลก เมื่อวันที่ 25 ที่ผ่านมาเราอาจจะเห็นอีเมลอัพเดทข่าวสารจากเว็ปไซต์และแอพต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องการปรับใช้ GDPR กับเวปไซต์หรือแอพของตัวเอง นั่นก็เพราะ กฏหมาย GDPR มันจะตามไปคุ้มครองข้อมูลพลเมืองยุโรป ไม่ว่าข้อมูลจะวิ่งไปเก็บอยู่ที่ไหนของโลกก็ตาม


     ดูยุ่งยากไป..ไม่ปรับได้มั้ย?

    ไม่ปรับได้ ..แต่เราจะอยู่ยากมากค่ะ หนึ่งก็คือด้วยความที่มันตามไปคุ้มครองชาวยุโรปรายบุคลคลนี่แหละค่ะ ที่ทำให้ทุกๆองค์กรต้องขยับ ต้องปรับตามกันไปหมด เพราะมันแทบเป็นไปไมไ่ด้เลย ในการหลีกเลี่ยงที่จะไม่เก็บข้อมูลชาว EU ที่มีสัดส่วนประชากรสูงถึง 26.18 ของโลก และมีถึง 28 ประเทศสมาชิก แถมยังมีประเด็นอื่นๆที่สำคัญ ดังนี้….

    • ถ้าเราคือคนที่ทำธุรกิจประเภทที่ต้องเก็บข้อมูลของคนต่างชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น การโรงแรม การท่องเที่ยว ธนาคารต่างๆ รวมไปถึง Market Place โดยรวมแล้วก็ครอบคลุมแทบทุกธุรกิจ
    • ถ้าเราไม่อยากเสียโอกาสทางธุรกิจ ในการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์หรือองค์กร
    • ถ้าเราไม่อยากเสียค่าปรับสูงถึง 20 ล้านยูโร หรือไม่เกิน 4% ของรายได้รวมทั่วโลก
    • ถ้าเราต้องการยกระดับ หรือปรับมาตรฐานการจัดการกับข้อมูล (เก็บ-ถ่าย-โอน) ด้วยวิธีการที่มีประสิทธิภาพและทันสมัยเข้ากับยุคมากขึ้น

     สิทธิ์การคุ้มครองข้อมูลของ GDPR

    (1) Breach Notification
    สิทธิ์ที่จะได้รับแจ้งเมื่อเกิดความเสียหายหรือการรั่วไหลของข้อมูล ภายใน 72 ชั่วโมง

    (2) Right to Access
    สิทธิ์ที่จะรับรู้และยินยอมให้มีการเข้าถึงข้อมูล ต้องมีการแจ้งให้ทราบว่าจะใช้ข้อมูลในทางใดอย่างโปร่งใสและชัดเจน ใช้ภาษาที่เป็นมาตรฐาน เข้าใจได้โดยทั่วกัน และใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งเท่านั้น

    (3) Right to Forgetten
    สิทธิ์ที่จะขอให้ลบข้อมูล หรือขอยกเลิก หรือปฏิเสธการอนุญาตในการเข้าถึงข้อมูลของตนเอง

    (4) Data Portability
    สิทธิ์ที่จะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับตัวเอง โดยต้องเข้าถึงได้ง่าย และไม่มีค่าใช้จ่าย

    (5) Privacy by Default
    สิทธิ์ที่จะได้รับความคุ้มครองตั้งแต่ต้น โดยให้องค์กรวางระบบคุ้มครองช้อมูลตั้งแต่ตอนที่ออกแบบระบบ และจำกัดการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะผู้่ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

    (6) Data Protection Officer (DPO)
    สิทธิ์ที่จะได้รับการคุ้มครองโดยเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล (DPO) และเปลี่ยนมาใช้ระบบการเก็บบันทึกข้อมูลภายในองค์กร เพื่อแทนการแจ้งการประมวลผลข้อมูลต่อหน่วยงานท้องถื่นตามกฏหมายเดิม

    ส่วนวิธีการเตรียมตัว และการการปรับการจัดการกับข้อมูลให้ตรงตามกฏหมาย สามารถดูและปฏิบัติตามข้อกำหนดได้ตามเอกสารนี้ (ข้อกำหนด) ได้เลยค่ะ


     แล้วคนไทย..ได้รับการคุ้มครองมั้ย?

    ประเทศไทยเรามี  ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่คล้ายๆกับ GDPR อยู่ค่ะ
    ซึ่งก็เพิ่งจะผ่านมติเห็นชอบจาก ครม.เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2018 ที่ผ่านมา

    แต่ในสุดท้ายแล้วหลังจากกฏหมายนี้ถูกบังคับใช้ เราก็พลอยได้รับการคุ้มครองโดยอัตโนมัติไปด้วยอยู่ดี
    เพราะหลายๆองค์กรเองก็จำเป็นต้องปรับเพื่อให้เป็น Standard ใหม่นี้ สำหรับรองรับข้อมูลชาว EU

     

    จำหลักการง่ายๆด้วย 3 คีย์เวิร์ดหลักๆ

    “ซื่อสัตย์ / ชัดเจน / มั่นใจ”

     

    สรุปหลักง่ายๆของ GDPR เลยก็คือ “การแสดงผู้ใช้บริการ เห็นถึงความโปร่งใสในการเก็บข้อมูลส่วนตัว และให้ความชัดเจนถึงวิธีในการนำข้อมูลส่วนตัวของเค้าไปใช้ เพื่อเพิ่มความเชื่อใจระหว่างลูกค้ากับองค์กร” ถือเป็น win-win situation เพราะเราก็จะรับรู้ว่าข้อมูลของเราก็จะไปทำประโยชน์ให้เค้าจริงๆ ไม่ได้ถูกเอาไปใช้โกงอะไร ส่วนเราก็ได้ใช้บริการจากเค้าด้วยเช่นกัน

     

    ติดตามข่าวสารใหม่ๆ หรือข้อมูลน่ารู้อีกมากมายได้ที่

      OpenLandscape Fanpage | https://www.facebook.com/openlandscapecloud/
      OpenLandscape Twitter | https://www.twitter.com/olscloud/
      OpenLandscape Cloud | https://openlandscape.cloud/

     

  • บริการ OLS Cloud ที่ตอบโจทย์ความต้องการ IaaS ของธุรกิจ

    บริการ OLS Cloud ที่ตอบโจทย์ความต้องการ IaaS ของธุรกิจ

    OpenLandscape Cloud (OLS Cloud) การให้บริการ เพื่อใช้งาน server ในลักษณะที่เป็น Virtual Machine (Instance) ซึ่งคุณสามารถเลือกที่จะจัดสรรทรัพยากรได้ด้วยตนเองและสามารถเลืกใช้ได้เฉพาะบางช่วงเวลาที่ต้องการ โดยทรัพยากรที่เพิ่มขึ้นจะคิดค่าใช้จ่ายตามปริมาณการใช้งานจริง (Pay Per Use or Pay As You Go) ผู้ใช้บริการสามารถเลือกลงระบบปฏิการที่ต้องการใช้งานเองได้ ไม่ว่าจะเป็น Windows หรือ Linux ผู้ใช้สามารถจัดสรรทรัพยากรได้ทั้ง CPU, Ram, Disk ที่ต้องการใช้งานได้อย่างอิสระ เพื่อรองรับการขยายความต้องการใช้งานของผู้ใช้งานที่มากขึ้นในทุกๆวัน

    (more…)

  • เทคนิคการสอบ Certified Kubernetes Administrator (CKA) ให้ผ่าน

    ข้อมูลเบื้องต้น สำหรับการสอบ Certified Kubernetes Administrator

    • Certified Kubernetes Administrator เป็นขององค์กรมูลนิธิ Clound native Computing Foundation (CNCF) ที่เป็นองค์กรที่อยู่ภายใต้ Linux Foundation
    • ราคาในการสอบ 300 เหรียญ ประมาณ 15000 บาท ตามอัตราค่าแลกเปลี่ยน ซึ่งถ้าเราสอบตก เราสามารถสอบได้อีก 1 ครั้ง ฟรี แล้วถ้ารู้ว่าเราสอบตกวันนั้น สามารถขอสอบอีกครั้งได้เลย
    • การสอบออนไลน์ เป็นการสอบปฏิบัติ พิมพ์ command line อย่างเดียว จะมีผู้คุมสอบดูเราสอบผ่านกล้อง webcam
    • ใช้ Kubernetes (k8s) version 1.6.2 on Ubuntu 16.04
    • ใช้เวลาสอบประมาณ 3-4 ชั่วโมง
    • คะแนนที่สอบผ่าน คือ 74%
    • อายุของ certificate คือ 2 ปี
    • สามารถลงทะเบียนได้ที่ https://www.cncf.io/certification/expert/

    สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนสอบ

    • ต้องมี PC หรือ Laptop
    • ใช้ได้ทั้ง Windows, MacOS หรือ Linux
    • ต้องใช้ Chrome or Chromium Browser เท่านั้น
    • พื้นที่การสอบต้องสะอาด โต๊ะไม่รก โดยผู้คุมสอบจะให้ถือ webcam เพื่อส่องรอบๆห้อง ว่ามีใครอยู่บ้าง ต้องเป็น private space เพื่อความเป็นส่วนตัวในการสอบ จะต้องไม่มีใครในห้อง ห้ามเปิดประตู ประตูกระจกที่เห็นคนข้างนอกเดินไปเดินมา ให้เป็นห้องแบบปิด แต่สามารถมีกระจกได้
    • อินเทอร์เนตต้องมีความเร็วพอสมควร เพราะว่า ต้องมีการบันทึกหน้าจอขณะการทำข้อสอบ เผื่อเราทุจริตหรือมีปัญหากันในภายหลัง
    • ต้องมีไมโครโฟน บันทึกเสียงรอบข้าง
    • ต้องมี passport หรือ ID Card ที่ยืนยันตัวตนความเป็นเราที่ใช้สมัคร
    • ในการจองสอบ เตรียมเวลาในการสอบประมาณ 1-3 วันถึงจะได้สอบ

    ตัวอย่างหน้าจอการสอบ

    หน้าจอการสอบประกอบด้วย 2 ฝั่ง ด้านซ้ายเป็นโจทย์ ด้านขวาเป็น terminal อย่างเดียว ไม่มี GUI ให้ใช้ เป็นการพิมพ์ command line ล้วนๆ ซึ่งเราสามารถกด back หรือ next ไปเรื่อยๆ เพื่อแสดงโจทย์ข้อถัดไปหรือโจทย์ข้อก่อนหน้า

    ระหว่างการสอบ

    • เป็นการสอบแบบ Open book ไม่สามารถ copy เอาโจทย์ปัญหาไป search เพื่อหาคำตอบ
    • ไม่มี dashboard ให้ใช้แต่ command line อย่างเดียว
    • ห้ามเปิด notepad ของตัวเองเพื่อจดอะไรลงไปเด็ดขาด เพราะว่า จะมี notepad ที่อยู่ในหน้าจอสอบให้ อยู่ประมาณขวาบนของจอ ที่ใช้ในการบันทึกข้อความ
    • ตัวนับเวลาการสอบที่อยู่ที่ผู้คุมสอบ เมื่ออินเทอร์เนตตัด หน้าจอก็จะดับตาม แต่เวลาจะนับเรื่อยๆ ไม่ต้องกังวลไป เพราะ ผู้คุมสอบได้ทดเวลาการเราเพิ่มแล้ว
    • สามารถ reboot server เองได้
    • ความคุ้นชินในการใช้ Crtl+Alt+W ในหน้า terminal จะมาใช้ในการสอบในหน้าเบราเซอร์ไม่ได้ เพราะ การใช้ Ctrl+W เป็นคำสั่งในการปิดเบราเซอร์ ทำให้ต้องมานั่งกดเปิดใหม่ จะให้เสียเวลาในการสอบ
    • การใช้ Copy & Paste ในแต่ละ os (ไม่แนะนำในการใช้ window ในการสอบ เพราะ ยากกว่า OS อื่นๆ)
      • Linux ให้เลือก text และทำการวางคลิกปุ่มตรงกลางของเม้าท์เพื่อทำการวางข้อความ
      • Mac command + C
      • Windows ใช้ Ctrl+insert หรือ shift insert เพื่อทำการวาง
    • สามารถใช้ screen หรือ tmux ก็ได้ เพราะมี terminal หน้าจอเดียว จะเปิด terminal หลายๆหน้า เพื่อทำงานพร้อมกันไม่ได้

    CKA Exam Environment

    Environment ที่ใช้ในการสอบมีทั้งหมด 8 cluster ซึ่งเราสามารถเดาข้อสอบได้จากคำอธิบายได้ ซึ่งอยู่ในเอกสารก่อนสอบ

    Cluster Members CNI Description
    k8s 1 CA, 1 etcd, 1 master, 2 worker flannel non-HA k8s cluster
    Hk8s 1 CA, 3 etcd, 3 master, 1 load balancer, 2 worker calico HA k8s cluster
    bk8s 1 CA, 1 etcd, 1 master, 1 worker flannel non-HA k8s cluster
    wk8s 1 CA, 1 etcd, 1 master, 2 worker flannel non-HA k8s cluster
    ek8s 1 CA, 1 etcd, 1 master, 2 worker flannel non-HA k8s cluster
    fk8s 1 CA, 1 etcd, 1 based node none k8s cluster none Missing master node
    ik8s 1 CA, 1 etcd, 1 master, 1 based flannel k8s cluster – missing worker node
    tk8s 1 CA, 1 etcd, 1 master, 1 worker flannel non-HA k8s cluster

    คำถามในการสอบ Certified Kubernetes Administrator (CKA)

    • 5% Scheduling
    • 5% Logging/Monitoring
    • 8% Application Lifecycle Management
    • 11% Cluster Maintenance
    • 12% Security
    • 7% Storage
    • 10% Troubleshooting
    • 19% Core Concepts
    • 11% Networking
    • 12% Installation, Configuration & Validation

    Core Concept

    Core Concept ประกอบด้วย 2 ฝั่ง คือ Component กับ Objects คุณต้องเข้าใจในเรื่องของ Master Components ซึ่งประกอบไปด้วย api-server, controller, scheduler ข้างในแต่ละ service run ยังไง ทำงานแบบไหน

    Master Components

    • Kube-api-server
    • Kube-controller-manager
    • Kube-scheduler

    Non-master components

    • Kubelet ( เป็น api ที่ master จะติดต่อเข้ามา )
    • Kube-proxy ( เป็น network ที่ putty เข้ามา )

    Kubernetes Objects ( ต้องเข้าใจ Object พื้นฐานทั้งหมด )

    • Pod
    • Service
    • Ingress
    • Volume
    • Namespace
    • ReplicaSet
    • Deployment
    • Job
    • [CronJob]
    • [StatefulSet]
    • [DaemonSet]

    Core Concept (80% of score)

    • ซึ่งในการสอบอย่างเช่น มี environment ทั้งหมด 8 cluster มี 1 cluster ที่ข้อสอบทั้งหมด 70% – 80% ที่ข้อสอบทั้งหมดอยู่ในนั้นทั้งหมด มี namespace มากกว่า 10 ซึ่งโจทย์แต่ละข้อจะเล่นกับ namespace เลยใช้ namespace เยอะมาก
    • การใช้ Label และ Selector โจทย์จะไม่บอกหรอกว่า จงเขียน Label และ Selector แต่โจทย์จะบอกว่า จงเขียน Service ที่วิ่งเข้า Pod ตัวนี้ ลักษณะแบบนี้เราก็ต้องรู้ด้วยตัวเองว่าต้องใช้ Label กับ Selector
    • init container คือ container ที่ต้อง start ก่อนตัวอื่น พอ complete เสร็จแล้ว จะ return zero แล้วถึง start container ตัวถัดไป มีโจทย์ที่ให้ทำแบบนี้ด้วย เพื่อแชร์ volume ด้วยกัน สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://kubernetes.io/docs/concepts/workloads/pods/init-containers/
    • Control output ที่ให้พิมพ์ command เพื่อแสดง Output ที่โจทย์ต้องการ เช่น การ sorting ขนาดของ volume, การแสดงเฉพาะ field , การให้แสดงเฉพาะ ip address สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://kubernetes.io/docs/user-guide/kubectl-overview/
    • Job เป็นตัว run แบบ parallel เหมือนทำ worker run job พร้อมกันหลายๆตัว ซึ่งโจทย์จะบอกประมาณว่า จง run ตัวนี้ให้เสร็จ 10 ครั้ง โดยที่ run ครั้งละ 3 ตัว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://kubernetes.io/docs/concepts/workloads/controllers/jobs-run-to-completion/
    • Update and Scaling Deployment
    • History and rollback Deployment เป็น command

    Installation, Configuration and Validation (20% of score)

    คุณต้องทำ manual การติดตั้งด้วยตัวเองทั้งหมด เป็นแบบ Hard Install ให้ไปที่ https://github.com/kelseyhightower/kubernetes-the-hard-way ซ้อมทำการติดตั้งจนกว่าจะจำได้ ว่าแต่ละขั้นตอนต้องทำยังไง โดยที่ไม่ต้องเปิดเอกสารในการติดตั้งอีก แล้วคุณจะสามารถทำคะแนน 20% ได้แน่นอน

    • การสร้าง K8S cluster from binaries เป็นการ upzip ออกมาเอง แล้วทีละขั้นตอนในการติดตั้ง
    • Must use token and certificates
    • Configure to start K8S components with system
    • ใช้ systemctl to enable/disable services
    • Troubleshooting with k8s log files
    • มี backup and restore etcd

    Networking

    Volume

    Volume เป็น empty dir หรือ share disk ธรรมดา การสร้าง storage class ใหม่ มีข้อสอบประมาณ 1-2 ข้อ

    Security

    Troubleshooting, Monitoring/Logging

    ซึ่งจะสอดแทรกตามที่ต้องทำการติดตั้งอยู่แล้ว มีการ recovery ดู log ดูว่าทำไม service ไม่ start? ทำไม reboot แล้วมีปัญหา? ทำไมตัวนี้ start ไม่ขึ้น? cluster ตัวนี้ขาดอะไรไป? เราต้องใช้คำสั่งในการดูปัญหาที่เกิดขึ้น ซึงมีคำสั่ง kubectl และ kubectl logs ในการแสดง output ของปัญหา

    Tips

    • ควรฝึกการติดตั้งแบบ command line อย่างเดียว อย่างน้อย 6 เดือน เพื่อความคุ้นชินในการติดตั้ง kubernetes
    • โจทย์ 60% สำหรับ developer และอีก 40% เป็นของ administrator
    • Kubernetes Version ที่ใช้ คือ 6.2
    • Kubectl explain จะมีคำอธิบายว่าขาดอะไรไปบ้าง มีคำอธิบายให้เราเข้าใจ
    • สามารถเลือกทำโจทย์คำถามได้ เพื่อประหยัดเวลาในการทำข้อสอบ แล้วค่อยกลับวนมาทำใหม่ได้ ไม่ควรติดอยู่กับข้อใดข้อหนึ่งนานจนเกินไป จะเป็นการเสียเวลา
    • แนะนำให้สร้าง manifest เพราะ แต่ละข้อสามารถนำมาใช้ซ้ำกันได้ เพื่อประหยัดเวลาในการทำข้อสอบ
    • จงทำทีละ step ด้วยมือทั้งหมด ลงจนกว่าจะจำได้ ด้วยการทำตาม https://github.com/kelseyhightower/kubernetes-the-hard-way

    หลังจากทำข้อสอบเสร็จแล้ว จะประกาศผลภายใน 72 ชั่วโมง และจะจัดส่งใบ Certified Kubernetes Administrator (CKA)  เป็นไฟล์ pdf ให้ และมีลำดับของการเป็น Certified Kubernetes Administrator (CKA)  คนที่เท่าไหร่ของโลก

    การทำข้อสอบนี้เป็นการวัดความรู้ของเราจริงๆ ไม่สามารถจำคำตอบแล้วไปสอบได้ ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการสอบ Certified Kubernetes Administrator (CKA) นะคะ

    เนื้อหาโดย

    คุณจิรายุส นิ่มแสง
    Founder & CEO at Opsta (Thailand) Co.,Ltd.
    จากหัวข้อ “Tips & Techniques to pass Certified Kubernetes Administrator”
    by Jirayut Nimsaeng, Founder at Opsta ในงาน GDG Cloud Bangkok 2nd Meetup

    สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ OpenLandscape Cloud based on OpenStack สามารถทดสอบฟรีได้ที่ https://gate.openlandscape.cloud/ ค่ะ