Docker ทำงานบน Single Server และ Kubernetes ถูกสร้างขึ้นเพื่อจัดการ Server Clusters หรือ การนำคอมพิวเตอร์ Server หลาย ๆ เครื่องมาเชื่อมโยงกันและให้ทำงานพร้อมกันโดยไม่มีปัญหา ซึ่งวิธีนี้ช่วยปรับปรุง Server ได้โดยไม่ต้องหยุดการทำงาน
3. ก้าวหน้าไปอีกขั้นด้วยการประมวลผล AI และ ML บน คลาวด์คอมพิวติ้ง
เทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) และ ML (Machine Learning) เป็นอีกเทคโนโลยีที่กำลังมาแรงที่สุดในยุคนี้ รวมถึงเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งที่มีแนวโน้มการใช้งานเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเช่นกัน ดังนั้นในปี ค.ศ. 2023 เทรนด์ที่น่าจับตามองมากที่สุดคงหนีไม่พ้นการรวมเทคโนโลยี AI และ ML มาใช้บน Cloud Computing
ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ยกย่อง AI และ ML เป็นเทคโนโลยีสําคัญ ในการช่วยพัฒนาให้องค์กรก้าวหน้าไปสู่ความสำเร็จในอนาคต แต่ทั้งนี้การรับส่งข้อมูลของ AI ในรูปแบบเดิม ๆ อาจใช้ Bandwidth ค่อนข้างสูง ซึ่งธุรกิจส่วนใหญ่ยังไม่มีทรัพยากรที่พร้อมรองรับ AI และ ML ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้คลาวด์คอมพิวติ้งเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยพัฒนาการประมวลผลข้อมูล เพื่อสร้างแพลตฟอร์ม (Platform) การเรียนรู้ข้อมูลของ Machine ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้การรวม AI และ ML เข้ากับคลาวด์คอมพิวติ้งจึงมีความสำคัญมาก อีกทั้งยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประโยชน์ที่สำคัญของการรวม AI และ ML มาทํางานบนแพลตฟอร์มคลาวด์นั่นเอง
AI คืออะไร ?
AI (Artificial Intelligence) หรือ ปัญญาประดิษฐ์ เป็นเครื่องจักร (Machine) ที่มีความสามารถในการทำความเข้าใจและเรียนรู้ข้อมูลต่าง ๆ เช่น การรับรู้, การเรียนรู้, การให้เหตุผล และการแก้ปัญหาต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งการเติบโตของธุรกิจ AI ต้องอาศัยความก้าวหน้าของ Chip, CPU (Central Processing Unit) และการพัฒนาอัลกอริทึม (Algorithm) รวมถึงกระบวนการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่พบเจอระหว่างการพัฒนา AI
นอกจากนี้เทคโนโลยี AI เช่น Deep Learning, Natural Language Processing และอื่น ๆ ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมมากมาย เช่น ด้านการแพทย์ ที่ใช้ในการตรวจวินิจฉัยและการดูแลสุขภาพ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการรักษาที่มากขึ้น หรือทางด้านธุรกิจ ที่ใช้ในการวางแผนเรื่องการขายสินค้า เพื่อเพิ่มรายได้และเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จ เป็นต้น นอกจากนี้การใช้ AI และ Data Analytics ร่วมกันจะยิ่งช่วยเพิ่มระดับการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ (Predictive Analytics) และการวิเคราะห์เชิงให้คำแนะนำ (Prescriptive Analytics) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ML คืออะไร ?
ML (Machine Learning) เป็นการสอนให้ระบบคอมพิวเตอร์สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง โดยใช้ข้อมูลหรือการสอนอัลกอริทึม (Algorithm) ให้เรียนรู้, ทำความเข้าใจ และตัดสินใจได้ด้วยตัวเองจากข้อมูลที่ป้อนให้
โดยการเรียนรู้ของ Machine มี 3 รูปแบบ คือ
Supervised Learning หรือ การเรียนรู้โดยมี Data สอน ซึ่งสามารถเรียนรู้และทำนายผลลัพธ์จากการสอนของผู้ให้ข้อมูล (Data Scientist)
MySQL คือ ระบบจัดการฐานข้อมูล หรือ Database Management System (DBMS) แบบข้อมูลเชิงสัมพันธ์ หรือ Relational Database Management System (RDBMS) ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลที่จัดเก็บรวบรวมข้อมูลในรูปแบบตาราง โดยมีการแบ่งข้อมูลออกเป็นแถว (Row) และในแต่ละแถวแบ่งออกเป็นคอลัมน์ (Column) เพื่อเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลในตารางกับข้อมูลในคอลัมน์ที่กำหนด แทนการเก็บข้อมูลที่แยกออกจากกัน โดยไม่มีความเชื่อมโยงกัน ซึ่งประกอบด้วยข้อมูล (Attribute) ที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน (Relation) โดยใช้ RDBMS Tools สำหรับการควบคุมและจัดเก็บฐานข้อมูลที่จำเป็น ทำให้นำไปประยุกต์ใช้งานได้ง่าย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้มีความยืดหยุ่นและรวดเร็วได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงเชื่อมโยงข้อมูล ที่จัดแบ่งกลุ่มข้อมูลแต่ละประเภทได้ตามต้องการ จึงทำให้ MySQL เป็นโปรแกรมระบบจัดฐานข้อมูลที่ได้รับความนิยมสูง
MySQL เป็น Open Source ที่ถูกพัฒนาขึ้นจาก MySQL AB ในประเทศสวีเดน โดยชาวสวีเดน 2 คน คือ David Axmark และ Allan Larsson ร่วมกับชาวฟินแลนด์ Michael Monty Widenius ซึ่งต่อมาในปี ค.ศ. 2008 ถูกซื้อกิจการโดย Sun Microsystems และภายหลัง Oracle Corporation ได้เข้าซื้อกิจการในปี ค.ศ. 2010
MySQL มีหน้าที่จัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ รองรับคำสั่งภาษา Structured Query Language หรือ SQL เพื่อจัดการกับฐานข้อมูลโดยเฉพาะ เป็นภาษามาตรฐานบนระบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์และเป็นระบบเปิด (Open System) ที่มีโครงสร้างของภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน และนิยมใช้งานร่วมกับภาษาโปรแกรม PHP รวมถึงภาษาอื่น ๆ ที่สามารถทำงานร่วมกันกับฐานข้อมูล MySQL ได้หลากหลาย เช่น C, C++, Python, Java เป็นต้น อีกทั้ง MySQL ยังได้รับการออกแบบและปรับให้มีความเหมาะสมสำหรับการพัฒนา Website และ Web Application ทำให้สามารถรองรับการทำงานได้ทุกแพลตฟอร์ม รวมถึงการอนุญาตให้ผู้ใช้งานหลายคนสามารถใช้งานพร้อมกันได้ (Multi-user) นอกจากนั้นยังสามารถจัดการและสร้างฐานข้อมูลจำนวนมากรวมถึงประมวลผลหลาย ๆ งานได้พร้อมกัน (Multi-threaded) อย่างสมบูรณ์ จึงทำให้ MySQL เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับธุรกิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronic Commerce (E-Commerce) และเหมาะสำหรับการนำไปใช้งานสร้างเว็บไซต์ทั่วไป เพราะมีความแม่นยำ ครบครัน ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีความน่าเชื่อถือสูง และยังมีโปรแกรมเสริมช่วยจัดฐานข้อมูลที่ใช้งานง่าย เช่น Mysql Admin, phpMyAdmin เป็นต้น
MySQL ใช้ทำงานอะไรบ้าง ?
MySQL มีให้เลือกใช้งาน 2 รุ่น ได้แก่ MySQL Community Edition ที่เป็นเวอร์ชันฟรี ซึ่งเป็น Open Source และ MySQL Enterprise Edition ที่มีคุณสมบัติมากกว่าและการสนับสนุนด้านเทคนิคที่ครอบคลุม รวมถึงยังได้รับอนุญาตให้ใช้ในเชิงพาณิชย์ โดย MySQL เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับเว็บไซต์ขนาดใหญ่และ Web Application เนื่องจากสามารถรองรับการรับส่งข้อมูลในระดับสูง รวมถึงยังมีคุณสมบัติที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เช่น กระบวนการจัดเก็บข้อมูล (Store Procedure), กระบวนการทำงานแบบอัตโนมัติ (Database Trigger), มุมมองฐานข้อมูล (Database View) และภาพรวมระบบฐานข้อมูล (Database Schema) เป็นต้น
โดย MySQL ถูกนำไปใช้ในองค์กรหรือกลุ่มธุรกิจชั้นนำต่าง ๆ มากมาย เพราะสามารถปรับใช้ให้เข้ากับความต้องการของแต่ละองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น
▪ การจัดเก็บข้อมูลสำหรับ Website
▪ การจัดเก็บข้อมูลสำหรับ Mobile Application
▪ การจัดเก็บข้อมูลสำหรับ Application สำหรับองค์กร
▪ การจัดเก็บข้อมูลทางการแพทย์
▪ การจัดเก็บข้อมูลทางการเงิน
▪ การจัดเก็บและสร้างฐานข้อมูลของลูกค้า
9 เหตุผลทำไมต้องใช้ MySQL ?
▪ มี Version Open Source ใช้งานได้ฟรี ! และมีการอัปเดตข้อมูลให้ทันสมัย รวมถึงพัฒนา Feature ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องและแก้ Bug อยู่เสมอ
▪ รองรับฐานข้อมูลขนาดใหญ่ได้ถึง 50 ล้าน Records ! สามารถรองรับฐานข้อมูลจำนวนมหาศาล โดยมีสถิติผู้ใช้ MySQL Server ซึ่งมีข้อมูลถึง 200,000 ตารางประมาณ 500,000,000 แถว
▪ รองรับ Index ได้สูงสุด 64 รายการต่อตาราง โดย Index แต่ละตัวสามารถประกอบด้วย 1 ถึง 16 คอลัมน์หรือคอลัมน์บางส่วน และ Index สามารถใช้คำนำหน้าคอลัมน์ของประเภทคอลัมน์ CHAR, VARCHAR, BLOB หรือ TEXT ได้อีกด้วย
MySQL เป็น Open Source ที่เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการนำไปสร้างเว็บไซต์ทั่วไปจนถึงระดับการพัฒนา E-Commerce เนื่องจากสามารถใช้งานได้ง่าย มีความยืดยุ่นสูง เป็นตัวจัดการ Database Management System ที่ทำให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและจัดสรรประเภทของข้อมูลได้ตามความต้องการ
Server : ผู้ใช้จำเป็นต้องมีแพลตฟอร์มรองรับระบบปฏิบัติการเช่น Windows หรือ Linux เป็นต้น
Web Browser : ผู้ใช้ต้องมี Interface ของ Web Browser เพื่อเรียกใช้เครื่องมือ
ภาษาสคริปต์ PHP : ผู้ใช้ต้องมีภาษาฝั่ง Server
Apache Web Server : ผู้ใช้ต้องมี Web Server เพื่อจัดเก็บไฟล์ phpMyAdmin
ฐานข้อมูล MySQL หรือ MariaDB : ผู้ใช้ต้องมีฐานข้อมูลเพื่อจัดการข้อมูล Application
หมายเหตุ : เพื่อการติดตั้งและรวมแพ็กเกจที่ครบครันแนะนำให้ติดตั้งแพ็กเกจ XAMPP โปรแกรม Apache Web Server สำหรับจำลอง Web Server เพื่อทดสอบสคริปต์หรือเว็บไซต์ โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และ MAMP โปรแกรมจำลอง Server ภายในซึ่งสามารถติดตั้งบนระบบ MacOS และ Windows ได้ โดย MAMP สามารถจัดหาเครื่องมือทั้งหมดที่ต้องการเพื่อใช้งาน WordPress บน Desktop PC สำหรับการทดสอบหรือสำหรับการพัฒนาเว็บไซต์ ซึ่งทั้ง 2 โปรแกรมไม่เสียค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการรับเครื่องมือ phpMyAdmin
นอกจากนี้ยังออกรุ่น LTS ย่อมาจาก Long Term Support หรือการรองรับและการสนับสนุนระยะยาวจาก Ubuntu ซึ่งเวอร์ชัน LTS เน้นกลุ่มผู้ใช้งานด้านธุรกิจและเน้นเรื่องความเสถียร โดยได้รับการดูแลในทุก 2 ปี
Ubuntu มีความเข้าใจในผู้ใช้งานมากกว่าระบบปฏิบัติการ Linux อื่น ๆ จึงออกแบบมาให้ใช้งานง่าย รวมถึงมีการพัฒนาต่อยอดอีกมากมาย ทำให้สามารถรองรับได้ทุกการใช้งาน เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทุกคน เพราะผู้ใช้สามารถเลือก OS ที่เหมาะสมกับการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ผู้ใช้สามารถ Run คำสั่ง SUDO (Super User Do) ซึ่งเป็นคำสั่งอนุญาตให้ผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นใช้งานได้ เพื่อความปลอดภัย เหมาะสำหรับใช้ในการบริหารระบบ เช่นเดียวกับ ‘Mac OS X’
รองรับการทำงาน CPU ประเภท 32bit, 64bit รวมทั้ง CPU แบบ ARM (Advanced RISC Machine) หรือ CPU ที่ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อใช้งานกับอุปกรณ์พกพาต่าง ๆ เช่น Smart Phone, Tablet รวมไปถึง Laptop บางรุ่นในปัจจุบัน
ติดตั้งแบบ Live CD RUN ระบบปฏิบัติการจากแผ่น CD และ Live USB RUN ระบบปฏิบัติการจาก Flash Memory เพื่อให้ผู้ใช้งานได้ทดลองก่อนการติดตั้งจริง โดย Ubuntu สามารถจัดส่งให้ฟรีทุกประเทศโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากชุมชนนักพัฒนา Canonical และ Ubuntu จนเกิดเป็น Knowledge Based มากมาย ทั้งใน Official Forum หรือตาม Platform และ Blog ต่าง ๆ จำนวนมาก
เมื่อทำการติดตั้งโปรแกรมสำเร็จ ระบบจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและสีส้ม เนื่องจากทาง Ubuntu ใช้ชื่อชุดตกแต่งนี้ว่า Human เพื่อทำให้ผู้ใช้งานสามารถทำการปรับเปลี่ยนได้ แต่ใน Version 10.04 ทาง Ubuntu ได้เปลี่ยนโทนสีทั้งหมดให้เป็นสีดำ, สีม่วงและสีส้ม
Linux ยังเป็น Open source ที่นักพัฒนาสามารถนำไปใช้งาน เผยแพร่ แก้ไขหรือดัดแปลงได้อย่างอิสระโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมหรือค่า License ทำให้ Linux ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังรองรับการใช้งานในระยะเวลานานได้ดี รวมถึงมีความปลอดภัยจากไวรัส
นอกจากนี้ Linux สามารถติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีทรัพยากรน้อย แต่ยังทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งยังทำงานได้หลากหลายและเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด เนื่องจากถ้าไม่มีระบบปฏิบัติการก็ไม่สามารถดำเนินขั้นตอนต่อไปได้ โดย Linux นิยมนำมาทำ Server จำนวนมาก เช่น CentOS, RedHat, Ubuntu เป็นต้น
ทำไมต้องใช้ Linux ?
มีความปลอดภัยสูง
มีความเสถียรสูง
ใช้งานได้ฟรี และเป็น Open Source
ได้รับการสนับสนุนจาก Community ของนักพัฒนาที่แข็งแกร่ง
มีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งและใช้งาน
E ย่อมาจาก Nginx หรือ Engine-X
Nginx หรือ Engine-X เป็น Open Source สำหรับพัฒนา Web Server แบบ Reverse Proxy หรือการรอรับ Request จาก Internet แล้วทำการ Forward ข้อมูลเข้าสู่ Network เพื่อให้ระบบภายนอกไม่สามารถ Connect เข้ามายังระบบภายในโดยตรง จึงทำให้สามารถป้องกันการโจมตีจากภายนอกได้
MySQL เป็น Open Source ถูกคิดค้นโดย MySQL AB ในประเทศสวีเดน สร้างขึ้นจากชาวสวีเดน 2 คน คือ David Axmark และ Allan Larsson ร่วมกับชาวฟินแลนด์ Michael Monty Widenius ต่อมาในปี ค.ศ. 2008 ถูก Takeover จากบริษัท Sun Microsystems รวมกับ Oracle Corporation ในปี ค.ศ. 2010
MySQL นิยมใช้งานร่วมกับภาษาโปรแกรม PHP และภาษาอื่น ๆ อีกทั้งยังได้รับการออกแบบและปรับให้เหมาะสมสำหรับพัฒนาเว็บไซต์และ Web Application ทำให้สามารถทำงานได้ทุกแพลตฟอร์ม พร้อมทั้งอนุญาตให้ผู้ใช้งานหลายคนจัดการและสร้างฐานข้อมูลจำนวนมาก จึงทำให้ MySQL เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับธุรกิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronic Commerce (E-Commerce) เหมาะสำหรับการนำไปใช้งานสร้างเว็บไซต์ทั่วไป โดยมีโปรแกรมช่วยจัดฐานข้อมูลที่ใช้งานง่าย มีความแม่นยำ และครบครัน ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีความน่าเชื่อถือสูง เช่น Mysql Admin, phpMyAdmin เป็นต้น
CentOS คือ ระบบปฏิบัติการ Community Enterprise Operating System หรือ ระบบปฏิบัติการ Linux สำหรับองค์กรที่เน้นเรื่องความเสถียรและมีการอัปเดตความปลอดภัยระดับสูง โดย CentOS มีเวอร์ชันใหม่ประมาณทุก 2 ปี โดยแต่ละเวอร์ชันมีอายุการใช้งานสูงสุด 10 ปี หรือตามข้อกำหนดระยะเวลาการสนับสนุนของ Red Hat Enterprise Linux (RHEL) และในแต่ละเวอร์ชันได้รับการอัปเดตประมาณทุก 6 เดือน ทำให้ระบบ Linux มีความปลอดภัยและมีความน่าเชื่อถือ
CentOS เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี ค.ศ. 2004 โดย Gregory Kurtze เป็นผู้ก่อตั้ง ซึ่ง CentOS เป็น Open Source ที่พัฒนามาจากโค้ดต้นฉบับ (Source Code) ของ RedHat Enterprise Linux (RHEL) ระบบปฏิบัติการที่มีความเสถียร รองรับ Workload ที่หลากหลาย สามารถนำไปพัฒนาซอฟต์แวร์ Open Source อื่น ๆ ได้ ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์แบบ GNU General Public License (GNU-GPL) หมายถึง สัญญาอนุญาตให้นักพัฒนาสามารถใช้ซอฟต์แวร์ หรือ License รวมถึงสามารถทำซ้ำ เผยแพร่ และดัดแปลงซอฟต์แวร์นั้นได้ เพื่อทำให้นักพัฒนาทุกคนสามารถใช้งานซอฟต์แวร์ดังกล่าวได้อย่างอิสรเสรีและถูกต้องตามกฎหมาย
ในปัจจุบัน CentOS นิยมนำมาใช้ในการทำ Web Hosting หรือพื้นที่รับฝากเว็บไซต์ เพื่อใช้ออนไลน์บนอินเทอร์เน็ต รวมถึงการทำ Server สำหรับการวางระบบในองค์กรที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้ต้นแบบจาก Red Hat สามารถทำการติดตั้งแพ็กเกจย่อยภายในได้ทั้ง RPM (RPM Package Manager), TAR (Tape Archive), APT (Advanced Packaging Tool) หรือใช้คำสั่ง YUM (Yellow Dog Updater Modified) ในการอัปเดตซอฟต์แวร์ได้แบบอัตโนมัติ
CentOS Stream คืออะไร ?
CentOS เป็นการนำโค้ดต้นฉบับ (Source Code) ของ Red Hat Enterprise Linux (RHEL) มาเผยแพร่ให้ใช้ฟรีโดยไม่ต้องซื้อ Subscription จาก Red Hat โดยเวอร์ชันของ CentOS เท่ากับ RHEL หรือล่าช้ากว่า RHEL เพียงเล็กน้อย
แต่ CentOS Stream คือ Upstream ของ RHEL โดยอยู่ตรงกลางระหว่าง Fedora ที่เป็น Linux Distribution จาก Red Hat Enterprise Linux สำหรับเชิงธุรกิจที่ออกเวอร์ชันใหม่ในทุก 6 เดือน กับ RHEL ที่ออกเวอร์ชันล่าช้ากว่า โดยทีมพัฒนาของ Red Hat นำ CentOS Stream 9 ไปพัฒนาเป็น RHEL 9.x ซึ่งในปัจจุบันสถานะคือ RHEL 9.0 Beta โดย CentOS Stream 9 มีอายุการอัปเดตและการบำรุงรักษาไปจนถึงประมาณปี ค.ศ. 2027 หรือเทียบเท่ากับระยะการดูแลรักษาของ RHEL 9
NodeJS คือ Cross Platform Runtime Environment สำหรับฝั่ง Server เป็น Open Source และ Library ที่ใช้สำหรับพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันต่าง ๆ ด้วยภาษา JavaScript เหมาะสำหรับการสร้างแอปพลิเคชันที่ต้องการใช้ข้อมูลจำนวนมาก และนิยมใช้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันที่ใช้ข้อมูลแบบ Realtime สามารถทำงานได้ทุกระบบปฏิบัติการ โดยถูกนำมาเป็น Web Server, IoT, Webkit, TVOS, OS และอื่น ๆ เป็นต้น
ประวัติความเป็นมาของNodeJS
ในปี ค.ศ. 2009 NodeJS ถูกพัฒนาครั้งแรกโดย Ryan Dahl นักพัฒนาชาวอเมริกัน สำหรับใช้เป็นแพลตฟอร์มที่รองรับภาษา JavaScript เพื่อการพัฒนาเว็บไซต์ในรูปแบบของ Server Side ซึ่งในช่วงแรก NodeJS ยังสนับสนุนการทำงานแบบจำกัดเพียงแค่บน Linux และ Mac OS X เท่านั้นส่วน Windows ได้ถูกเพิ่มเข้ามาในภายหลัง