Tag: PHP

  • Magento คือ อะไร ? Content Management System สำหรับ E-Commerce ยอดนิยม !

    Magento คือ อะไร ? Content Management System สำหรับ E-Commerce ยอดนิยม !

    Magento คือ อะไร ?

    Magento คือ ซอฟต์แวร์ Open Source จัดการเนื้อหาบนเว็บไซต์ หรือที่หลายคนเรียกว่า CMS (Content Management System) ซึ่งสามารถเพิ่ม Module และ Plug-in ใหม่ ๆ ที่เป็นส่วนเสริมในการช่วยพัฒนาเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพสูงได้ตามต้องการ และที่สำคัญสามารถใช้งานได้ฟรี ! 

    โปรแกรม Magento ถูกพัฒนาโดยภาษา PHP และถูกออกแบบให้เหมาะสมกับการจัดทำเว็บไซต์สำหรับ E-Commerce โดยเฉพาะ และยังมีการใช้ระบบจัดการฐานข้อมูล (Database) MySQL หรือ MariaDB ซึ่งเว็บไซต์หรือ E-Commerce ที่ใช้ Magento มีจุดเด่นที่สามารถปรับแต่งให้เว็บไซต์ของตนมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น เนื่องจาก Magento มีความยืดหยุ่นสูง ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้รูปแบบที่ทันสมัยและมีความหลากหลาย ในการออกแบบเว็บไซต์ได้ตามต้องการ นอกจากนี้ Magento ยังเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมสำหรับธุรกิจที่ต้องการพัฒนาเว็บไซต์ E-Commerce เพราะมีความน่าเชื่อถือ ใช้งานง่าย และมีความเป็นมืออาชีพ สามารถพัฒนาต่อยอดให้เว็บไซต์มีประสิทธิภาพสำหรับการทำธุรกิจ 

    เวอร์ชัน Beta ของ Magento เปิดตัวครั้งแรก ในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2551 โดย Varien บริษัทเอกชนของสหรัฐอเมริกา ซึ่งภายหลังคือบริษัท Magento ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 บริษัท Magento ถูกซื้อโดยบริษัท eBay ผู้นำการขายสินค้าออนไลน์ระดับโลก และในวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ถูกขายให้ Permira บริษัทด้านการลงทุนระดับโลก และท้ายที่สุดถูกขายให้กับ Adobe บริษัทซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ในวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561 

    โปรแกรม Magento ได้รับการพัฒนาบน Zend Framework ซึ่งเป็นส่วนขยายของ PHP ที่ได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานของการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ หรือ OOP (Object Oriented Programming) ที่เน้นการพัฒนาให้มีความปลอดภัย ความรวดเร็ว ความเสถียร และง่ายต่อการพัฒนาแอปพลิเคชันในรูปแบบ Web 2.0 และ Web Service 

    นอกจากนี้ยังมี APIs (Application Programming Interface) จากบริษัทชั้นนำอย่าง Google Amazon Yahoo และ Flickr เป็นต้น รวมถึง APIs สำหรับระบบ Catalog สินค้า เช่น StrikeIron และ ProgrammableWeb เป็นต้น เพื่อเชื่อมต่อให้ระบบภายนอกสามารถเข้าถึงและอัปเดตข้อมูลได้ตามที่กำหนดไว้ โดย APIs เป็นตัวช่วยรับคำสั่งต่าง ๆ ในการประมวลผลข้อมูล ช่วยเพิ่มความสะดวกและลดข้อผิดพลาดได้มากขึ้น


    Magento มีกี่ประเภท ?

    ประเภทการใช้งานของ Magento ถูกแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้

    • Magento Community หรือแบบ Open Source สามารถใช้งานได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยสามารถ Download โปรแกรมเพื่อติดตั้งและใช้งานบนคอมพิวเตอร์ หรือติดตั้งเพื่อใช้งานบน Cloud ซึ่งเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูง เพราะช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานและพัฒนาได้มากกว่ารูปแบบอื่น ๆ 
    • Magento Enterprise รูปแบบการใช้งานแบบเสียค่าใช้จ่าย จะได้รับการดูแลจาก Technical Support รวมถึงการรักษาความปลอดภัย และคุณสมบัติการใช้งานที่มากขึ้น เช่น ระบบสะสมคะแนน, การลงทะเบียนรับของขวัญหรือบัตรของขวัญ และระบบเชิญเพื่อน เป็นต้น

    ภาพประกอบ 1 Magento คือ

    10 คุณสมบัติน่าใช้ของ Magento มีอะไรบ้าง ?

    1. หน้าแสดงสินค้าแบบมืออาชีพ ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ เช่น แสดงรูปภาพสินค้าได้เป็นจำนวนมาก และลูกค้าสามารถแสดงความคิดเห็นหรือรีวิวสินค้าได้ เป็นต้น

    2. จัดหมวดหมู่สินค้าเป็นสัดส่วน ช่วยแยกประเภทสินค้าตามหมวดหมู่ให้เป็นระเบียบ เพิ่มความสะดวกในการค้นหาสินค้าได้ง่ายขึ้น

    3. ตรวจสอบสินค้าคงคลังได้สะดวก ช่วยเพิ่มความสะดวกในการจัดการคลังสินค้าอย่างเป็นระเบียบ เช่น สินค้าคงเหลือ, ปริมาณสินค้านำเข้า และการส่งออกสินค้า เป็นต้น

    4. บันทึกข้อมูลลูกค้าครบถ้วน สร้างความสะดวกในการใช้งานทั้งลูกค้าและธุรกิจ ด้วยการแสดงสถานะบัญชีของผู้ใช้งานที่ครบครัน เช่น ประวัติการทำธุรกรรม, รายการสินค้าที่ต้องการ, ที่อยู่สำหรับจัดส่งสินค้า และตะกร้าสินค้า เป็นต้น

    5. บริการลูกค้าอย่างครบวงจร ช่วยเพิ่มความสะดวกในการจัดการคำสั่งซื้อ และการแจ้งสถานะคำสั่งซื้อของลูกค้า รวมถึงสามารถปรับปรุงคุณสมบัติรูปแบบการใช้งานได้ตามต้องการ เช่น ช่องทางติดต่อลูกค้า, การจัดการคำสั่งซื้อของลูกค้า และบริการอีเมลติดตามผลการสั่งซื้อแบบครบถ้วน เป็นต้น

    6. ครอบคลุมด้านการชำระเงิน ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการชำระสินค้า ด้วยหลากหลายช่องทาง เช่น บัตรเครดิต, PayPal, Authorize.net, Google Checkout, CyberSource, ePay และ eWAY เป็นต้น

    7. มีเทคโนโลยีในการค้นหาข้อมูล ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการหาข้อมูลสินค้า รองรับการค้นหาบน Google SiteMap หรือแผนผังเว็บไซต์ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบภาพรวมของหน้าเว็บไซต์ทั้งหมดได้ง่ายมากขึ้น

    8. รองรับการใช้งานภาษาไทยได้ดี Magento รองรับได้หลากหลายภาษา ช่วยเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลากหลายยิ่งขึ้น รวมถึงมีการรองรับภาษาไทยที่มีความเสถียรมากกว่า Content Management System อื่น ๆ อีกทั้งยังสามารถจัดการ Interface 2 ภาษาบนหน้าเว็บไซต์และแปลภาษาได้ดี

    9. ครบครันด้วยเครื่องมือส่งเสริมการขาย สามารถวางแผนการขายสินค้า หรือส่งเสริมแผนการตลาดให้มีความน่าสนใจ เพื่อกระตุ้นยอดขายและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เพิ่มมากขึ้น เช่น โปรโมชันและโค้ดลดราคา เป็นต้น 

    10. วิเคราะห์และรายงานผล ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและรายงานผลการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดด้วย Google Analytics ทำให้สามารถนำผลสรุปมาช่วยพัฒนาและปรับปรุงธุรกิจให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น


    ภาพประกอบ 2 Magento คือ

    6 ประโยชน์จากการใช้ Magento

    • สร้างเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย – มี Interface ที่สวยงามและทันสมัย สามารถใช้เครื่องมือจัดการเนื้อหาและเลือกจัดวางตำแหน่งบนเว็บไซต์ได้ตามต้องการ 
    • เพิ่มโอกาสในการขายสินค้าได้มากขึ้น – ช่วยเพิ่มความสะดวกในการซื้อขายสินค้าให้ง่ายขึ้น รวมถึงสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ได้มากขึ้น ด้วยการโปรโมตสินค้าให้มีความน่าสนใจและบริการอย่างมืออาชีพ
    • มีระบบหลังบ้านที่เครื่องมือครบครัน – อำนวยความสะดวกด้วยการรวมเครื่องมือสำหรับการจัดการสินค้าแบบครบวงจร เช่น การเลือกซื้อสินค้า, การชำระเงิน, การจัดส่งสินค้า และการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า เป็นต้น
    • เป็น Open Source ที่สามารถพัฒนาต่อยอดได้ – เพิ่มประสิทธิภาพให้กับเว็บไซต์ ด้วยการเขียนโค้ดหรือเพิ่ม Module และ Plug-in ใหม่ ๆ ได้ตามต้องการ
    • รองรับการทำ SEO – ช่วยเพิ่มคุณภาพของเว็บไซต์ ให้มีประสิทธิภาพในการเพิ่มยอดเข้าชมเว็บไซต์ในระยะยาว และรองรับการติดอันดับค้นหาระดับสูงบน Search Engine Result Page (SERP) หรือระบบการจัดอันดับการแสดงผล Search Engine ใน Google
    • มีความยืดหยุ่นสูง – เหมาะสำหรับธุรกิจหรือองค์กรที่กำลังเติบโต เพราะสามารถปรับหรือเพิ่มขนาดทรัพยากรได้ตามต้องการ

    คุณพร้อมใช้งาน Magento แล้วหรือยัง ?

    โปรแกรม Magento เป็น Open Source ยอดนิยมสำหรับจัดการเนื้อหาบนเว็บไซต์ E-Commerce ที่ใช้งานง่าย มีฟังก์ชันหลากหลายสำหรับการจัดทำเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพและมีเครื่องมือส่งเสริมการขายสำหรับวางแผนการตลาดที่ครบครัน ช่วยสร้างภาพลักษณ์ของธุรกิจให้เป็นมืออาชีพและน่าเชื่อถือ 

    สำหรับผู้ที่สนใจใช้บริการ Magento สามารถติดตั้งพร้อมใช้งานได้ฟรีบน OpenLandscape Cloud ที่ https://gate.openlandscape.cloud


    ข้อมูลอ้างอิง

    https://business.adobe.com/products/magento/magento-commerce.html

    https://en.wikipedia.org/wiki/Magento

    https://www.mindphp.com/developer/28-pear-zend-framework/-Zend-Framework.html

    https://www.primal.co.th/th/seo/what-is-magento/

    https://sherocommerce.com/difference-between-magento-2-enterprise-community-edition/

    https://zixzax.net/what-is-magento/

  • MySQL คือ อะไร ? โปรแกรมจัดการฐานข้อมูล Open Source ยอดนิยม !

    MySQL คือ อะไร ? โปรแกรมจัดการฐานข้อมูล Open Source ยอดนิยม !

    MySQL คือ อะไร ? 

    MySQL คือ ระบบจัดการฐานข้อมูล หรือ Database Management System (DBMS) แบบข้อมูลเชิงสัมพันธ์ หรือ Relational Database Management System (RDBMS) ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลที่จัดเก็บรวบรวมข้อมูลในรูปแบบตาราง โดยมีการแบ่งข้อมูลออกเป็นแถว (Row) และในแต่ละแถวแบ่งออกเป็นคอลัมน์ (Column) เพื่อเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลในตารางกับข้อมูลในคอลัมน์ที่กำหนด แทนการเก็บข้อมูลที่แยกออกจากกัน โดยไม่มีความเชื่อมโยงกัน ซึ่งประกอบด้วยข้อมูล (Attribute) ที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน (Relation) โดยใช้ RDBMS Tools สำหรับการควบคุมและจัดเก็บฐานข้อมูลที่จำเป็น ทำให้นำไปประยุกต์ใช้งานได้ง่าย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้มีความยืดหยุ่นและรวดเร็วได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงเชื่อมโยงข้อมูล ที่จัดแบ่งกลุ่มข้อมูลแต่ละประเภทได้ตามต้องการ จึงทำให้ MySQL เป็นโปรแกรมระบบจัดฐานข้อมูลที่ได้รับความนิยมสูง

    MySQL เป็น Open Source ที่ถูกพัฒนาขึ้นจาก MySQL AB ในประเทศสวีเดน โดยชาวสวีเดน 2 คน คือ David Axmark และ Allan Larsson ร่วมกับชาวฟินแลนด์ Michael Monty Widenius ซึ่งต่อมาในปี ค.ศ. 2008 ถูกซื้อกิจการโดย Sun Microsystems และภายหลัง Oracle Corporation ได้เข้าซื้อกิจการในปี ค.ศ. 2010 

    MySQL มีหน้าที่จัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ รองรับคำสั่งภาษา Structured Query Language หรือ SQL เพื่อจัดการกับฐานข้อมูลโดยเฉพาะ เป็นภาษามาตรฐานบนระบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์และเป็นระบบเปิด (Open System) ที่มีโครงสร้างของภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน และนิยมใช้งานร่วมกับภาษาโปรแกรม PHP รวมถึงภาษาอื่น ๆ ที่สามารถทำงานร่วมกันกับฐานข้อมูล MySQL ได้หลากหลาย เช่น C, C++, Python, Java เป็นต้น อีกทั้ง MySQL ยังได้รับการออกแบบและปรับให้มีความเหมาะสมสำหรับการพัฒนา Website และ Web Application ทำให้สามารถรองรับการทำงานได้ทุกแพลตฟอร์ม รวมถึงการอนุญาตให้ผู้ใช้งานหลายคนสามารถใช้งานพร้อมกันได้ (Multi-user) นอกจากนั้นยังสามารถจัดการและสร้างฐานข้อมูลจำนวนมากรวมถึงประมวลผลหลาย ๆ งานได้พร้อมกัน (Multi-threaded) อย่างสมบูรณ์ จึงทำให้ MySQL เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับธุรกิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronic Commerce (E-Commerce) และเหมาะสำหรับการนำไปใช้งานสร้างเว็บไซต์ทั่วไป เพราะมีความแม่นยำ ครบครัน ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีความน่าเชื่อถือสูง และยังมีโปรแกรมเสริมช่วยจัดฐานข้อมูลที่ใช้งานง่าย เช่น Mysql Admin, phpMyAdmin เป็นต้น 


    MySQL ใช้ทำงานอะไรบ้าง ?

    MySQL มีให้เลือกใช้งาน 2 รุ่น ได้แก่ MySQL Community Edition ที่เป็นเวอร์ชันฟรี ซึ่งเป็น Open Source และ MySQL Enterprise Edition ที่มีคุณสมบัติมากกว่าและการสนับสนุนด้านเทคนิคที่ครอบคลุม รวมถึงยังได้รับอนุญาตให้ใช้ในเชิงพาณิชย์ โดย MySQL เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับเว็บไซต์ขนาดใหญ่และ Web Application เนื่องจากสามารถรองรับการรับส่งข้อมูลในระดับสูง รวมถึงยังมีคุณสมบัติที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เช่น กระบวนการจัดเก็บข้อมูล (Store Procedure), กระบวนการทำงานแบบอัตโนมัติ (Database Trigger), มุมมองฐานข้อมูล (Database View) และภาพรวมระบบฐานข้อมูล (Database Schema) เป็นต้น

    โดย MySQL ถูกนำไปใช้ในองค์กรหรือกลุ่มธุรกิจชั้นนำต่าง ๆ มากมาย เพราะสามารถปรับใช้ให้เข้ากับความต้องการของแต่ละองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น 

    ▪ การจัดเก็บข้อมูลสำหรับ Website

    ▪ การจัดเก็บข้อมูลสำหรับ Mobile Application

    ▪ การจัดเก็บข้อมูลสำหรับ Application สำหรับองค์กร

    ▪ การจัดเก็บข้อมูลทางการแพทย์

    ▪ การจัดเก็บข้อมูลทางการเงิน

    ▪ การจัดเก็บและสร้างฐานข้อมูลของลูกค้า


    9 เหตุผลทำไมต้องใช้ MySQL ?

    ภาพประกอบ MySQL คือ

    มี Version Open Source ใช้งานได้ฟรี ! และมีการอัปเดตข้อมูลให้ทันสมัย รวมถึงพัฒนา Feature ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องและแก้ Bug อยู่เสมอ

    การป้องกันความปลอดภัยของข้อมูลที่แข็งแกร่ง สามารถกําหนดสิทธิและการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่มีความรัดกุมด้วยรหัสผ่านที่มีความปลอดภัยสูง 

    ▪ ขยายพื้นที่การใช้งานได้มากขึ้น ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลและจัดสรรทรัพยากรได้ง่ายและเป็นระเบียบมากขึ้น เพราะ MySQL ใช้ทรัพยากรระบบเพียงเล็กน้อยสำหรับการทำงาน

    ▪ มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับขนาดได้ตามต้องการ รวมถึงจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ ได้ง่ายและเพิ่มเครื่องมือจัดเก็บข้อมูลอื่น ๆ ได้โดยไม่ลดประสิทธิภาพของการทำงาน

    ▪ มีความสามารถในการสร้างและแก้ไขมุมมองเพื่อใช้งานได้ง่ายขึ้น รวมถึงคุณสมบัติอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น การจำลองแบบ, แบบสอบถามย่อย และกระบวนการทำงานแบบอัตโนมัติ (Triggers) เป็นต้น ซึ่งเป็นคุณลักษณะเฉพาะของ MySQL ที่ไม่พบใน Database Management System อื่น ๆ เป็นส่วนใหญ่

    เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของฐานข้อมูลได้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นโปรแกรมจัดระบบฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูง มีความเสถียรและปลอดภัยในการใช้งาน อีกทั้งยังได้รับการยอมรับจากนักพัฒนารวมถึงมีธุรกิจชั้นนำมากมายที่ใช้โปรแกรมนี้

    ▪ รองรับฐานข้อมูลขนาดใหญ่ได้ถึง 50 ล้าน Records ! สามารถรองรับฐานข้อมูลจำนวนมหาศาล โดยมีสถิติผู้ใช้ MySQL Server ซึ่งมีข้อมูลถึง 200,000 ตารางประมาณ 500,000,000 แถว 

    ▪ รองรับ Index ได้สูงสุด 64 รายการต่อตาราง โดย Index แต่ละตัวสามารถประกอบด้วย 1 ถึง 16 คอลัมน์หรือคอลัมน์บางส่วน และ Index สามารถใช้คำนำหน้าคอลัมน์ของประเภทคอลัมน์ CHAR, VARCHAR, BLOB หรือ TEXT ได้อีกด้วย

    ▪ ให้บริการลูกค้าตลอด 24/365 ทีมสนับสนุนของ MySQL พร้อมให้การดูแลผู้ใช้บริการผ่านช่องทางอีเมลหรือการสนทนาออนไลน์ (Chat Online) อีกทั้งยังมีการแบ่งปันข้อมูลความรู้ที่ครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ รวมถึงข้อผิดพลาดเฉพาะที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการติดตั้ง โดยดูข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ https://www.mysql.com


    คุณพร้อมใช้งาน MySQL แล้วหรือยัง ?

    MySQL เป็น Open Source ที่เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการนำไปสร้างเว็บไซต์ทั่วไปจนถึงระดับการพัฒนา E-Commerce เนื่องจากสามารถใช้งานได้ง่าย มีความยืดยุ่นสูง เป็นตัวจัดการ Database Management System ที่ทำให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและจัดสรรประเภทของข้อมูลได้ตามความต้องการ

    ผู้ที่สนใจใช้บริการ MySQL สามารถติดตั้งพร้อมใช้งานได้ฟรีบน OpenLandscape Cloud ที่ https://gate.openlandscape.cloud


    ข้อมูลอ้างอิง

    https://www.geeksforgeeks.org/what-is-lemp-stack/

    https://www.mindphp.com/

    https://dev.mysql.com/doc/refman/8.0/en/features.html

    https://www.websiterating.com/th/web-hosting/glossary/what-is-mysql

  • phpMyAdmin คือ อะไร ? Database Management System ยอดนิยม !

    phpMyAdmin คือ อะไร ? Database Management System ยอดนิยม !

    phpMyAdmin คือ อะไร ?

    phpMyAdmin คือ โปรแกรมประเภท MySQL Client ที่ใช้ในการบริหารจัดการฐานข้อมูล (Database) MySQL ผ่าน Browser ได้โดยตรง อีกทั้งยังสามารถสร้างฐานข้อมูลใหม่หรือทำการสร้าง Table ใหม่ และมี Function ที่ใช้สำหรับการทดสอบการ Query ข้อมูลด้วยภาษา Structured Query Language หรือ SQL ซึ่งเป็นภาษาสำหรับจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลในฐานข้อมูลแบบเชิงสัมพันธ์ โดยสามารถใช้คำสั่งในการจัดเก็บ, ปรับปรุง, ลบและค้นหา รวมถึงดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลแล้วยังสามารถใช้ภาษา SQL ในการรักษาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของฐานข้อมูลได้อีกด้วย

    นอกจากนี้ phpMyAdmin ยังสามารถ Insert, Delete และ Update หรือใช้คำสั่งต่าง ๆ เหมือนการใช้ภาษา SQL ในการสร้างตารางข้อมูล โดยโปรแกรมนี้ถูกพัฒนาขึ้นโดย Tobias Retschiller และเป็น Open Source ที่ถูกพัฒนาด้วยภาษา PHP ทั้งหมด อีกทั้ง phpMyAdmin มีให้บริการมากกว่า 50 ภาษาและสามารถใช้ได้บนระบบปฏิบัติการที่หลากหลาย เช่น Windows, Mac OS X, Linux และ Unix รวมถึงยังใช้งานได้กับ Web Browser ยอดนิยม เช่น Firefox, Chrome และ Safari เป็นต้น 


    12 คุณสมบัติพิเศษของ phpMyAdmin ? 

    1. สามารถทำการสร้างและลบ Database ได้

    2. สร้างและจัดการ Table เช่น แทรก Record, ลบ Record, แก้ไข Record, ลบ Table, แก้ไข Field เป็นต้น

    3. อัปโหลด Text File เข้าไปเก็บเป็นข้อมูลในตารางได้

    4. หาผลสรุป (Query) ด้วยคำสั่ง SQL, คำสั่งแบบกลุ่ม, กระบวนการทำงานแบบอัตโนมัติ, กระบวนงานที่เก็บไว้, ฟังก์ชันเพื่อแสดงผลลัพธ์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

    5. จัดการสิทธิ์ระดับผู้ใช้ทั้งหมดได้ ช่วยเพิ่มความปลอดภัย

    6. ส่งออกข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ เช่น CSV, XML, PDF, Word, Spreadsheet, Excel เป็นต้น

    7. รองรับการสืบค้นที่ซับซ้อนและการบุ๊กมาร์กของแบบสอบถาม SQL ซึ่งเป็นคำสั่งที่ถูกต้องของระบบการจัดการฐานข้อมูลแบบเชิงสัมพันธ์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์สร้างคำสั่ง SQL โดยใช้องค์ประกอบภาษา SQL ที่แตกต่างกัน โดยองค์ประกอบภาษา SQL เป็นส่วนประกอบ เช่น ตัวระบุ, ตัวแปร และเงื่อนไขการค้นหาที่สร้างคำสั่ง SQL ที่ถูกต้อง

    8. สามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ซ่อมแซม เปลี่ยนตารางและมุมมองได้

    9. รองรับ InnoDB คีย์ต่างประเทศ (Foreign Key) หรือฐานข้อมูลที่ทำงานแบบ Transaction ซึ่งเป็นการทำงานที่ห้ามพบข้อผิดพลาด และ MySQLi (MySQL Improve) เป็นการพัฒนาจากฐานข้อมูล MySQL ซึ่งเป็นเวอร์ชันใหม่ที่มีคุณสมบัติต่าง ๆ รวมถึงมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น 

    10. สามารถให้เค้าโครงกราฟิก PDF ของฐานข้อมูล

    11. มีความยืดหยุ่นสูงกับระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกัน

    12. สามารถควบคุม Server จำนวนมากพร้อมกันได้


    ใช้งาน phpMyAdmin อย่างไร ? 

    ในการติดตั้งซอฟต์แวร์ phpMyAdmin ควรมีรายการต่อไปนี้

    Server : ผู้ใช้จำเป็นต้องมีแพลตฟอร์มรองรับระบบปฏิบัติการเช่น Windows หรือ Linux เป็นต้น

    Web Browser : ผู้ใช้ต้องมี Interface ของ Web Browser เพื่อเรียกใช้เครื่องมือ

    ภาษาสคริปต์ PHP : ผู้ใช้ต้องมีภาษาฝั่ง Server

    Apache Web Server : ผู้ใช้ต้องมี Web Server เพื่อจัดเก็บไฟล์ phpMyAdmin

    ฐานข้อมูล MySQL หรือ MariaDB : ผู้ใช้ต้องมีฐานข้อมูลเพื่อจัดการข้อมูล Application

    หมายเหตุ : เพื่อการติดตั้งและรวมแพ็กเกจที่ครบครันแนะนำให้ติดตั้งแพ็กเกจ XAMPP โปรแกรม Apache Web Server สำหรับจำลอง Web Server เพื่อทดสอบสคริปต์หรือเว็บไซต์ โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และ MAMP โปรแกรมจำลอง Server ภายในซึ่งสามารถติดตั้งบนระบบ MacOS และ Windows ได้ โดย MAMP สามารถจัดหาเครื่องมือทั้งหมดที่ต้องการเพื่อใช้งาน WordPress บน Desktop PC สำหรับการทดสอบหรือสำหรับการพัฒนาเว็บไซต์ ซึ่งทั้ง 2 โปรแกรมไม่เสียค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการรับเครื่องมือ phpMyAdmin


    7 ประโยชน์จากการใช้งาน phpMyAdmin

    ภาพประกอบ 1 phpMyAdmin คือ

    1. มี UI ที่ใช้งานง่าย สามารถทำการติดตั้งและใช้งาน รวมถึงตั้งค่าเครื่องมือที่เข้าใจง่าย

    2. เพิ่มความสะดวกในการใช้งานด้วยเครื่องมือ GUI สำหรับนักพัฒนาและผู้ใช้งานทั่วไปสามารถใช้งานได้ง่าย

    3. สามารถใช้งานได้ทุก OS ทั้ง Windows, Linux และ Unix 

    4. สำรองข้อมูล MySQL ได้อัตโนมัติ ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานและป้องกันข้อมูลหาย

    5. จัดการหลาย Database ได้พร้อมกัน โดยสามารถบริหารจัดการฐานข้อมูลจำนวนมากจากหลายฐานข้อมูล ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น

    6. มีความปลอดภัยด้วยรหัสเข้าใช้งาน ซึ่งช่วยดูแลรักษาข้อมูลให้มีประสิทธิภาพสูงแก่ผู้ใช้งาน7. มีหลากหลายภาษาให้เลือกใช้งาน เนื่องจากเป็นโปรแกรมที่ได้รับความนิยมจากชุมชนนักพัฒนาทั่วโลก จึงมีการพัฒนาโปรแกรมให้มีหลายภาษา เพื่อสะดวกสำหรับการใช้งานของนักพัฒนาทั่วโลก


    คุณพร้อมใช้งาน phpMyAdmin แล้วหรือยัง ?

    phpMyAdmin เป็น Open Source ยอดนิยมที่ให้บริการฟรี สำหรับการดูแลจัดการข้อมูล MySQL ที่น่าเชื่อถือและใช้งานง่าย เหมาะสำหรับแอปพลิเคชันหรือโปรแกรมบนเว็บไซต์ โดยคุณสามารถติดตั้ง phpMyAdmin และใช้งานฟรีบน OpenLandscape Cloud ได้ง่าย ๆ ที่ https://gate.openlandscape.cloud


    ข้อมูลอ้างอิง

    https://www.mindphp.com/

    https://zixzax.net/database/what-is-phpmyadmin/

    https://zixzax.net/web-server/mamp

    https://www.mindphp.com/developer

    https://aws.amazon.com/th/what-is/sql/

  • LEMP คือ อะไร ? ชุดซอฟต์แวร์พัฒนา Web Application ยอดนิยม !

    LEMP คือ อะไร ? ชุดซอฟต์แวร์พัฒนา Web Application ยอดนิยม !

    LEMP คือ อะไร ?

    LEMP Stack หรือ LEMP คือ อักษรย่อของชุดซอฟต์แวร์สำหรับใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์และ Web Application ที่เป็น Open Source และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีลักษณะเป็นแบบ Modular ทำให้สามารถเลือกใช้หรือถอดเปลี่ยนส่วนประกอบต่าง ๆ ได้สะดวกตามที่ต้องการ โดย LEMP มีความคล้ายกับ LAMP แต่แตกต่างกันที่ Web Server ที่ใช้ไม่เหมือนกัน เนื่องจาก LEMP ใช้ Nginx หรือ Engine-X ส่วน LAMP ใช้ Apache


    LEMP ย่อมาจากอะไรบ้าง ?

    ภาพประกอบ 1 LEMP คือ อะไร ?

    ที่มาของตัวอักษรภาษาอังกฤษทั้ง 4 ตัวของ LEMP ย่อมาจาก Linux, Nginx, MySQL และ PHP, Perl หรือ Python ซึ่งแต่ละ Software ทำหน้าที่อะไรบ้าง OpenLandscape Cloud ได้สรุปข้อมูลมาให้เรียบร้อยแล้ว

    ทำไมต้อง LEMP แทน LNMP ?

    สาเหตุที่เป็น LEMP เนื่องจากการออกเสียงของ Nginx หรือ Engine-X คือ En-Juhn-Ecks ซึ่งในภาษาอังกฤษใช้เสียงของตัวอักษรคำอ่านตัวแรก คือ E มากกว่าการใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวแรกที่เขียนด้วยตัว N นอกจากนี้ LEMP ยังออกเสียงได้เข้าใจง่ายมากกว่าและไม่เหมือนการอ่านออกเสียงแบบเรียงตัวอักษร

    L ย่อมาจาก Linux 

    Linux เป็นระบบปฏิบัติการ (OS) ที่มีบทบาทสำคัญเหมือนระบบปฏิบัติการ Unix ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบบเปิด (Open System) ถูกพัฒนาใน Bell Laboratories ของบริษัท AT&T โดย Unix ถูกออกแบบให้เป็น Multiusers หรือ ผู้ใช้งานสามารถใช้งานร่วมกันได้หลายคนในเวลาเดียวกัน และ Multitasking หรือ สามารถทำงานได้หลายอย่างในเวลาเดียวกันได้ 

    Linux ยังเป็น Open source ที่นักพัฒนาสามารถนำไปใช้งาน เผยแพร่ แก้ไขหรือดัดแปลงได้อย่างอิสระโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมหรือค่า License ทำให้ Linux ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังรองรับการใช้งานในระยะเวลานานได้ดี รวมถึงมีความปลอดภัยจากไวรัส  

    นอกจากนี้ Linux สามารถติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีทรัพยากรน้อย แต่ยังทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งยังทำงานได้หลากหลายและเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด เนื่องจากถ้าไม่มีระบบปฏิบัติการก็ไม่สามารถดำเนินขั้นตอนต่อไปได้ โดย Linux นิยมนำมาทำ Server จำนวนมาก เช่น CentOS, RedHat, Ubuntu เป็นต้น 

    ทำไมต้องใช้ Linux ?

    • มีความปลอดภัยสูง
    • มีความเสถียรสูง
    • ใช้งานได้ฟรี และเป็น Open Source
    • ได้รับการสนับสนุนจาก Community ของนักพัฒนาที่แข็งแกร่ง
    • มีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งและใช้งาน

    E ย่อมาจาก Nginx หรือ Engine-X

    Nginx หรือ Engine-X เป็น Open Source สำหรับพัฒนา Web Server แบบ Reverse Proxy หรือการรอรับ Request จาก Internet แล้วทำการ Forward ข้อมูลเข้าสู่ Network เพื่อให้ระบบภายนอกไม่สามารถ Connect เข้ามายังระบบภายในโดยตรง จึงทำให้สามารถป้องกันการโจมตีจากภายนอกได้  

    Nginx ถูกพัฒนาขึ้นในปี ค.ศ. 2004 โดย Igor Sysoev วิศวกร Software ชาวรัสเซีย ในช่วงเริ่มต้น Nginx ถูกใช้งานเฉพาะแค่ภายในประเทศรัสเซียเท่านั้น ต่อมาจึงมีการทำคู่มือภาษาอังกฤษและเริ่มแพร่หลายการใช้งานมากขึ้นไปทั่วโลก

    นอกจากนี้ Nginx ยังช่วยในการ Load Balance ของการอัปโหลด ดาวน์โหลด หรือใช้ในการ Streaming, การดูวิดีโอ, การฟังเพลง และสื่อต่าง ๆ ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน เนื่องจากช่วยให้มีพื้นที่รองรับจำนวนผู้ใช้งานได้มากกว่าและสามารถรองรับการใช้งานได้หลากหลายกว่า Apache อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงมีความเสถียรสูง ใช้งานทรัพยากร RAM และ CPU ในระบบน้อย ทำให้สามารถเรียกการทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังรองรับทั้งระบบ Linux และ Windows 

    ทำไมต้องใช้ Nginx ?

    • การติดตั้งและการกำหนดค่าใช้งานง่าย
    • รองรับการปรับสมดุล Load Balancing
    • สามารถจัดการการเชื่อมต่อพร้อมกันได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับ Apache
    • ประมวลผล Static Files ได้รวดเร็วมากขึ้น
    • สามารถใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันอื่น ๆ ที่ใช้กันทั่วไปได้โดยไม่มีปัญหา
    • รองรับมาตรฐานในด้านความปลอดภัย HTTP/2
    • รับรองการทำงาน HTTP
    • รองรับผู้ใช้งานได้มากขึ้นด้วยการทำงานแบบ Asynchronous สามารถทำงานให้เสร็จได้ทันที โดยไม่ต้องรอทำงานให้เสร็จตามลำดับ 

    M ย่อมาจาก MySQL

    MySQL เป็นระบบจัดการฐานข้อมูล หรือ Database Management System (DBMS) แบบข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database Management System) ซึ่งเป็นการเก็บข้อมูลในรูปแบบตาราง แบ่งเป็นแถว และในแต่ละแถวแบ่งออกเป็นคอลัมน์ (Column) เพื่อเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลในตารางกับข้อมูลในคอลัมน์ที่กำหนด โดยใช้ RDBMS Tools สำหรับควบคุมและจัดเก็บฐานข้อมูลที่จำเป็น ทำให้นำไปประยุกต์ใช้งานได้ง่าย อีกทั้งยังเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอีกด้วย 

    MySQL เป็น Open Source ถูกคิดค้นโดย MySQL AB ในประเทศสวีเดน สร้างขึ้นจากชาวสวีเดน 2 คน คือ David Axmark และ Allan Larsson ร่วมกับชาวฟินแลนด์ Michael Monty Widenius ต่อมาในปี ค.ศ. 2008 ถูก Takeover จากบริษัท Sun Microsystems รวมกับ Oracle Corporation ในปี ค.ศ. 2010

    MySQL นิยมใช้งานร่วมกับภาษาโปรแกรม PHP และภาษาอื่น ๆ อีกทั้งยังได้รับการออกแบบและปรับให้เหมาะสมสำหรับพัฒนาเว็บไซต์และ Web Application ทำให้สามารถทำงานได้ทุกแพลตฟอร์ม พร้อมทั้งอนุญาตให้ผู้ใช้งานหลายคนจัดการและสร้างฐานข้อมูลจำนวนมาก จึงทำให้ MySQL เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับธุรกิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronic Commerce (E-Commerce) เหมาะสำหรับการนำไปใช้งานสร้างเว็บไซต์ทั่วไป โดยมีโปรแกรมช่วยจัดฐานข้อมูลที่ใช้งานง่าย มีความแม่นยำ และครบครัน ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีความน่าเชื่อถือสูง เช่น Mysql Admin, phpMyAdmin เป็นต้น

    ทำไมต้องใช้ MySQL ?

    • เป็น Open Source ที่มีความปลอดภัย
    • มีการปกป้องข้อมูลที่แข็งแกร่ง
    • สามารถขยายพื้นที่การใช้งานได้มากขึ้น
    • มีประสิทธิภาพสูง
    • มีความสามารถในการปรับขนาดและความยืดหยุ่นสูง

    P ย่อมาจาก PHP, Perl หรือ Python

    PHP (PHP Hypertext Preprocessor) เป็น 1 ใน 3 ภาษาหลักที่ใช้ใน LEMP โดยภาษาอื่นในลำดับถัดมา ได้แก่ Perl และ Python โดย PHP เป็นโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ โดย Rasmus Lerdorf สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1994 ประเภท Scripting Language ซึ่งภาษาประเภทนี้เก็บคำสั่งต่าง ๆ ในไฟล์ที่เรียกว่า Script และเวลาใช้งานต้องอาศัยตัวแปรชุดคำสั่ง โดยมีรากฐานโครงสร้างคำสั่งมาจากภาษาซี (C Programming Language) ภาษาจาวาสคริปต์ (JavaScript) และ ภาษาเพิร์ล (Practical Extraction and Report Language) ซึ่ง PHP เป็นภาษา Script ที่ออกแบบมาสำหรับพัฒนาเว็บไซต์ได้ดี และสามารถประมวลผลออกมาในรูปแบบ HTML โดยเป้าหมายหลักของภาษา PHP คือให้นักพัฒนาเว็บไซต์สามารถเขียนเว็บเพจ ที่มีความตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วจึงได้รับความนิยมมากในหมู่ Developer

    ทำไมต้องใช้ PHP ?

    • ได้รับการสนับสนุนจาก Community นักพัฒนาขนาดใหญ่
    • มีตัวเลือกเพิ่มเติมสำหรับการเชื่อมต่อฐานข้อมูล
    • เป็น Open Source ใช้งานได้ฟรี 
    • สามารถใช้ PHP ในการพัฒนาเว็บไซต์ด้วย WordPress ซึ่งเป็น Content Management System ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก

    4 ประโยชน์ที่ได้จากการใช้ LEMP

    ภาพประกอบ 2 LEMP คือ อะไร ?

    1. เป็นแหล่งรวม Community Support : LEMP ได้รับการสนับสนุนจากชุมชนนักพัฒนาอย่างกว้างขวาง ทำให้ได้รับคำแนะนำดี ๆ จากผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงความช่วยเหลือต่าง ๆ ทำให้การพัฒนามีประสิทธิภาพสูงและสมบูรณ์แบบ

    2. เป็นเทคโนโลยี Open Source : LEMP เป็น Open Source ที่ใช้งานได้ฟรีและมีประสิทธิภาพสูง ช่วยลดค่าใช้จ่ายในเรื่องการใช้งานเทคโนโลยี อีกทั้งยังมีการอัปเดตข้อมูลใหม่ ๆ อยู่เป็นประจำและมีการพัฒนาคุณภาพให้ทันสมัยและปลอดภัยอยู่เสมอ

    3. รวม Technology คุณภาพมาให้ใช้งาน : LEMP ได้รับการสนับสนุนที่ดีและมีการใช้งานทั่วโลกใน Web Application ที่มีมาตรฐานสูงมากมาย นอกจากนี้ยังมี Linux ที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีความปลอดภัยสูง อีกทั้งยังมีความเสี่ยงต่อมัลแวร์และไวรัสน้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับ Windows หรือ MacOS และ Nginx ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความเร็วได้มากขึ้น สามารถจัดการเรื่อง Load Balancing ได้ดี รวมถึง PHP และ MySQL ที่เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานส่วน Back End เมื่อทำงานร่วมกันจึงยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการสนับสนุนจากชุมชนนักพัฒนาขนาดใหญ่และผู้ให้บริการ Hosting หลายรายรองรับ

    4. รองรับการทำงานแบบ Asynchronous : เป็นการทำงานแบบ Non-Block I/O ที่สามารถทำงานให้เสร็จทันทีได้เลย โดยคำสั่งก่อนหน้าสามารถ Callback กลับมาทำงานต่อภายหลังได้ ทำให้การดำเนินงานมีความรวดเร็วมากขึ้น


    คุณพร้อมใช้งาน LEMP แล้วหรือยัง ?

    เมื่อคุณได้ทำความรู้จัก LEMP คือ อะไร และทราบถึงประโยชน์ที่ได้จากการใช้งาน LEMP แล้วอยากเริ่มต้นการใช้งาน อันดับแรกต้องมีระบบปฏิบัติการ Linux และทำการติดตั้ง Nginx, MySQL และ PHP, Perl หรือ Python ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเลือกระบบปฏิบัติการที่ตัวเองคุ้นเคย เพื่อใช้งานได้ตามความสะดวก โดยวิธีการติดตั้งเป็นการติดตั้งแยก ของ Open Source แต่ละตัว และนำมารวมกันจึงกลายเป็น LEMP ให้ได้ใช้งานกัน 

    แต่คุณสามารถติดตั้งและใช้งาน LEMP ได้ง่าย ๆ ในไม่กี่คลิกบน OpenLandscape Cloud ได้เลยที่ https://gate.openlandscape.cloud


    ข้อมูลอ้างอิง

    https://lemp.io

    https://www.vcowo.com

    https://www.mindphp.com

    https://6131305039.medium.com

    https://blog.metrabyte.cloud/nginx

    https://www.geeksforgeeks.org/what-is-lemp-stack

    https://medium.com/devbake

  • LAMP คือ อะไร ? ชุดซอฟต์แวร์พัฒนาเว็บไซต์ยอดนิยม !

    LAMP คือ อะไร ? ชุดซอฟต์แวร์พัฒนาเว็บไซต์ยอดนิยม !

    LAMP คือ อะไร ?

    LAMP คือ อักษรย่อของชุดซอฟต์แวร์สำหรับใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์และ Web Application ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักพัฒนาเป็นอย่างมากในปัจจุบัน มีผู้คิดค้นคือ Michael Kunze ซึ่งเขียนลงในนิตยสารคอมพิวเตอร์เยอรมัน ในปี ค.ศ. 1998 ซึ่งบทความได้เขียนเกี่ยวกับการใช้งานซอฟต์แวร์เสรีร่วมกัน เพื่อทดแทนการใช้งานซอฟต์แวร์ที่มีราคาสูง 


    LAMP ย่อมาจากอะไรบ้าง ?

    ภาพประกอบ 1 LAMP คือ

    ที่มาของตัวอักษรภาษาอังกฤษทั้ง 4 ตัวของ LAMP ย่อมาจากอะไรบ้าง OpenLandscape Cloud ได้สรุปข้อมูลมาให้เรียบร้อยแล้ว 

    L ย่อมาจาก Linux 

    Linux เป็นระบบปฏิบัติการ (OS) ที่เลือกใช้สำหรับ Apache และ MySQL โดย Linux มีบทบาทสำคัญในระบบปฏิบัติการที่เหมือน Unix ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการประเภทหนึ่ง ที่เป็นเทคโนโลยีแบบเปิด (Open System) มีแนวคิดให้ผู้ใช้งานไม่ต้องผูกติดกับระบบใดระบบหนึ่งหรืออุปกรณ์ยี่ห้อเดียวกัน ถูกพัฒนาใน Bell Laboratories ของ AT&T นอกจากนี้ Unix ยังถูกออกแบบมาให้หลายผู้ใช้งานได้ใช้ในเวลาเดียวกัน (Multiusers) และสามารถทำงานได้หลายอย่างในเวลาเดียวกัน (Multitasking) 

    Linux เป็น Open source ที่ทุกคนสามารถนำไปใช้งานหรือแก้ไขได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือจ่ายค่า License ซึ่งเป็นประโยชน์ที่ทำให้ Linux ได้รับความนิยม อีกทั้งยังรองรับการใช้งานเป็นเวลานานได้ดีและมีความปลอดภัยจากการโจมตีของไวรัส นอกจากนี้ Linux สามารถติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีทรัพยากรน้อย แต่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดย Linux เป็นที่นิยมนำมาทำเป็น Server จำนวนมาก เช่น Ubuntu, CentOS, RedHat เป็นต้น อีกทั้งยังทำงานได้หลากหลาย และเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด เพราะหากไม่มีระบบปฏิบัติการก็ไม่สามารถดำเนินขั้นตอนต่อไปได้

    A ย่อมาจาก Apache 

    Apache เป็น Web Server พัฒนามาจาก HTTPD Web Server สำหรับจัดเก็บ Webpage และรองรับ Request ที่เข้ามา โดย Apache จะส่งข้อมูลผ่านไปยังส่วนประกอบ LAMP อื่น ๆ เพื่อทำการประมวลผล และเมื่อพร้อมดำเนินการ Apache จะส่งหน้าที่ร้องขอไปยัง Web Browser 

    โดยที่มาของชื่อ Apache มาจากกลุ่มที่ช่วยสร้างไฟล์ Patch โปรแกรมที่ใช้ซ่อมแซมจุดบกพร่องของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือปรับปรุงข้อมูลสำหรับโปรแกรมให้ทันสมัย ช่วยเพิ่มความสามารถในการใช้งานหรือประสิทธิภาพให้ดีมากขึ้น สำหรับโครงการ NCSA httpd 1.3 ซึ่งกลายมาเป็นที่มาของชื่อ A PAtCHy server และในอีกความหมายหนึ่งยังกล่าวถึงเผ่าอะแพชีหรืออาปาเช่ ซึ่งเป็นเผ่าอินเดียนแดงที่มีความสามารถในการรบสูงอีกด้วย

    Apache จัดเป็น Service ที่ได้รับความนิยมมาก เพราะมีจุดเด่นในเรื่องความทนทาน รองรับภาระงานหนักได้ สามารถนำไปใช้งานได้ในหลายระบบปฏิบัติการ อีกทั้งยังใช้ทรัพยากรจำนวนน้อยบน Server มีลักษณะที่ยืดหยุ่นต่อการใช้งานทำให้เป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับบริษัท Web Hosting หลายแห่ง โดย Apache ยังเป็นซอฟต์แวร์ Open Source เปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้ามาร่วมพัฒนาส่วนต่าง ๆ ซึ่งทำให้เกิดเป็น Module ที่เกิดประโยชน์มากมาย เช่น mod_perl, mod_python หรือ mod_php ซึ่งทำงานร่วมกับภาษาอื่นได้ดี และไม่ได้เป็นเพียง Server ที่ให้บริการแค่ HTML (HyperText Markup Language) อย่างเดียวเท่านั้น รวมถึงยังมีความปลอดภัยในการสื่อสารผ่าน Protocol HTTPS (mod_ssl) โดยยังมี Module อื่น ๆ ที่นิยมนำใช้ เช่น mod_vhost ช่วยสร้างโฮสต์เสมือน (Virtual Hosting) ภายในเครื่องเดียวกันได้ หรือ mod_rewrite ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ URL ของเว็บไซต์นั้นอ่านง่ายขึ้น

    นอกจากนี้ Apache ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อรองรับการทำงานอยู่เสมอ โดยเฉพาะด้าน Web Services ที่ให้บริการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์บนโลก Internet ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ระหว่าง Human-to-Machine ผ่าน HTTP และถูกพัฒนามาใช้ระหว่าง Machine-to-Machine ในรูปแบบ XML (Extensible Markup Language) เป็น Format ที่บอกแหล่งที่มาและรายละเอียดข้อมูลได้ รวมถึง JSON Format (JavaScript Object Notation) เป็น Standard Format อย่างหนึ่งที่เป็น Text สามารถอ่านออกได้ด้วยตาเปล่า ใช้ในการสร้าง Object ขึ้นมาเพื่อส่งข้อมูลระหว่างแอปพลิเคชัน หรือ API (Applications Program Interface) โดย Format จะมีรูปแบบเป็น คู่ Key-Value หรือเป็นแบบ Array และสามารถนำมาใช้แทน XML Format ได้ โดย JSON เดิมเป็น Format จาก JavaScript แต่ในปัจจุบันมีภาษา Programming หลายชนิดที่เริ่มใช้งาน JSON ที่สามารถสร้างและแปลง Format กลับไปมาได้สะดวกยิ่งขึ้น

    M ย่อมาจาก MySQL

    MySQL เป็นระบบจัดการฐานข้อมูล หรือ DBMS (Database Management System) แบบข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database Management System) ซึ่งเป็นการเก็บข้อมูลในรูปแบบตาราง (Table) แบ่งออกเป็นแถว และในแต่ละแถวทำการแบ่งเป็นคอลัมน์ (Column) สำหรับเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลในตารางต่าง ๆ กับข้อมูลในคอลัมน์ที่กำหนดไว้ โดยใช้ RDBMS Tools ในการควบคุมสำหรับจัดเก็บฐานข้อมูลที่จำเป็น ทำให้นำไปประยุกต์ใช้งานได้ง่าย ทำให้ระบบฐานข้อมูลนี้ได้รับความนิยมมากที่สุด 

    MySQL จัดเป็น Open Source ที่ถูกคิดค้นโดย MySQL AB ในประเทศสวีเดน สร้างขึ้นจากชาวสวีเดน 2 คน คือ David Axmark และ Allan Larsson ร่วมกับชาวฟินแลนด์ Michael “Monty” Widenius โดยในปี ค.ศ. 2008 ถูก Takeover จาก Sun Microsystems, Inc. รวมกับ Oracle Corporation ในปี ค.ศ. 2010

    MySQL ได้รับการออกแบบและปรับให้เหมาะสมสำหรับพัฒนาเว็บไซต์และ Web Application สามารถทำงานได้ทุกแพลตฟอร์ม นิยมใช้งานร่วมกับภาษาโปรแกรม PHP และภาษาอื่น ๆ พร้อมทั้งอนุญาตให้ผู้ใช้งานหลายคนจัดการและสร้างฐานข้อมูลจำนวนมาก จึงทำให้ MySQL เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับธุรกิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Commerce (Electronic Commerce) เหมาะสำหรับการใช้งานสร้างเว็บไซต์ทั่วไป โดยมีโปรแกรมช่วยในการจัดฐานข้อมูลที่แม่นยำ ครบครัน ใช้งานง่าย และยังช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีความน่าเชื่อถือระดับสูง เช่น phpMyAdmin, Mysql Admin เป็นต้น

    P ย่อมาจาก PHP, Perl หรือ Python

    PHP (PHP Hypertext Preprocessor) เป็น 1 ใน 3 ภาษาหลักที่ใช้ใน LAMP โดยภาษาอื่นในลำดับถัดมา ได้แก่ Perl และ Python โดย PHP เป็นโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ โดย Rasmus Lerdorf สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1994 ประเภท Scripting Language ซึ่งภาษาประเภทนี้เก็บคำสั่งต่าง ๆ ในไฟล์ที่เรียกว่า Script และเวลาใช้งานต้องอาศัยตัวแปรชุดคำสั่ง โดยมีรากฐานโครงสร้างคำสั่งมาจากภาษาซี (C Programming Language) ภาษาจาวาสคริปต์ (JavaScript) และ ภาษาเพิร์ล (Practical Extraction and Report Language) ได้รับความนิยมมากในหมู่ Developer

    PHP สามารถใช้เป็นภาษา Script สำหรับการพัฒนาเว็บไซต์ได้ดี ตัวอย่างเช่น PHP ทำงานร่วมกับ HTML (HyperText Markup Language) เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ในรูปแบบหนึ่งที่ใช้สำหรับสร้าง Web Page เพื่อเก็บข่าวสารข้อมูลที่ต้องการในรูปของเอกสาร Hypertext ที่มีคุณสมบัติสามารถเชื่อมโยงหน้าเว็บหนึ่งไปยังหน้าเว็บอื่น ๆ ได้ โดยโครงสร้างของ HTML มีตัวกำกับหรือ Tag สำหรับใช้ในการควบคุมการแสดงผลลัพธ์ของข้อความ รูปภาพ ตาราง และวัตถุอื่น ๆ ผ่านทาง Web Browser และ CSS (Cascading Style Sheets) ภาษาที่ใช้สำหรับตกแต่งเอกสาร HTML/XHTML ให้มีหน้าตา สีสัน ระยะห่าง พื้นหลัง เส้นขอบและอื่น ๆ ตามที่ต้องการ เพื่อสร้างเนื้อหาแบบ Dynamic สำหรับเว็บไซต์ เว็บแอปพลิเคชัน และบริการออนไลน์อื่น ๆ เป็นต้น โดยมีเป้าหมายหลัก คือ ให้นักพัฒนาเว็บไซต์สามารถเขียน Webpage ที่มีความตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง


    LAMP ทำงานอย่างไร ?

    แอปพลิเคชันแต่ละรายการใน LAMP เป็นชุดบริการเฉพาะที่มีฟังก์ชันระดับสูง ใช้สร้าง Web Server ที่สามารถรองรับแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้ดี โดยเขียนเว็บไซต์ด้วยโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ PHP จากนั้นเก็บข้อมูลใน MySQL แล้ว Run เว็บไซต์ด้วย Apache บน Linux ที่ได้รับคำขอจาก Web Browser และส่งคำขอไปยัง Web Application ซึ่ง Web Application ทำการค้นหาฐานข้อมูลและส่งคืนข้อมูลที่ร้องขอกลับไปที่ Apache ซึ่งจะส่งไปยัง Web Browser ที่ส่งคำขอ

    โดยส่วนประกอบของ LAMP แต่ละประเภทสื่อสารกันผ่าน Interface ที่ออกแบบมาให้มีลักษณะทั่วไป ในชื่อ Application Programming Interfaces (API) คือ ส่วนต่อประสานโปรแกรมประยุกต์ หรือตัวกลาง ที่ให้เว็บไซต์, ซอฟต์แวร์ รวมถึงแอปพลิเคชัน สามารถสื่อสาร และทำงานร่วมกันได้ พร้อมเชื่อมถึงข้อมูลกับฐานข้อมูล (Database) ในรูปแบบโค้ดที่เป็นคำสั่งเรียกใช้ API โดยการออกแบบ API ที่ดี ควรมีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรองรับการใช้งานที่หลากหลายและใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ


    ใครเหมาะกับการใช้งาน LAMP ?

    LAMP เป็นหนึ่งในซอฟต์แวร์ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย คุณสามารถใช้ LAMP เพื่อเรียกใช้งาน Web Application ได้เกือบทุกชนิด เช่น WordPress, Drupal, Joomla, LMS และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะผู้ใช้งาน WordPress และเว็บไซต์ออนไลน์เกือบทั้งหมดในปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้ LAMP ในการสร้างสรรค์เว็บไซต์ เพราะสะดวกและใช้งานง่ายนั่นเอง


    7 ประโยชน์ที่ได้จากการใช้ LAMP

    ภาพประกอบ 2 LAMP คือ

    1. Pack รวม Technology ยอดนิยมมาให้แล้ว !

    Linux เป็น Operating System ที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับ Web Servers ส่วน Apache เป็น Web Server ที่ได้รับความนิยมสูงสุดก่อน NGINX สำหรับ MySQL ถูกใช้งานเกือบทั้งหมดของเว็บไซต์ทั่วโลก รวมถึงโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ PHP เป็นส่วนหนึ่งของ Back-End Programming Language ที่ถูกใช้งานมากที่สุดสำหรับ Website นั่นเอง เรียกได้ว่า LAMP รวมเทคโนโลยียอดนิยมที่ครบจบสำหรับการจัดทำเว็บไซต์มาให้คุณเรียบร้อยแล้ว

    2. เป็นเทคโนโลยี Open Source ที่มีการพัฒนาอยู่เสมอ 

    เนื่องจากเป็น Open Source Platform จึงมีการอัปเดตข้อมูลใหม่ ๆ อยู่เป็นประจำ ทำให้ Platform มี Feature ขั้นสูงที่สามารถจัดการกับ Security Threats ล่าสุด ช่วยให้ง่ายในการรวม LAMP เข้ากับ Web Development Feature และ Design ที่ทันสมัยเสมอ

    3. มีความยืดหยุ่นและง่ายต่อการปรับแต่ง

    Programmer ส่วนใหญ่จำเป็นต้องเปลี่ยน Requirement เพื่อให้ตรงกับ Feature บางอย่างของ Development Platform ด้วย LAMP เพราะสามารถ Customize ได้ง่ายและช่วยให้มีความยืดหยุ่นสูง 

    คุณสามารถ Customize องค์ประกอบบางส่วนของ LAMP เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะด้านของ Programming ได้ โดยส่วนประกอบต่าง ๆ ของ LAMP สามารถแลกเปลี่ยนกับ Open Source Solutions อื่น ๆ ตามต้องการ เพราะมี Variants ที่แตกต่างกันสำหรับ LAMP รวมถึง AMP, WIMP, SAMP และ MAMP ซึ่ง Variants เหล่านี้ใช้ Operating Systems ที่แตกต่างกัน และบางส่วนก็มี Database Systems ที่แตกต่างกัน (MariaDB หรือ MongoDB) คุณยังสามารถใช้ Python, Pearl เป็น Programming Language ได้อีกด้วย

    4. มีความปลอดภัยในการใช้งาน

    มี Security Standards ขั้นสูง ซึ่ง Security Systems ของ LAMP ได้รับการอัปเดตเพื่อรับมือกับ Security Threats ล่าสุดอยู่เสมอ ทำให้คุณสามารถพัฒนา Web Application ได้โดยไม่ต้องกังวลกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ช่วยให้คุณสามารถใช้เวลาไปที่องค์ประกอบสำคัญอื่น ๆ ของ Application ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

    5. สามารถปรับขนาดการใช้งานได้

    LAMP ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยขนาดของ Application ที่คุณกำลังสร้างเท่านั้น เพราะ Platform สามารถปรับเปลี่ยนขนาดให้เหมาะสมกับพื้นที่ของ Web Application ได้ทุกขนาด อีกทั้งยังสามารถลดและขยายพื้นที่ได้ตามขนาดและ Feature ของ Web Application ได้เช่นกัน

    6. เป็น Platform อิสระที่ไม่ผูกมัดกับระบบใด

    LAMP สามารถทำงานได้กับ Operating System หลัก ๆ ทั้งหมด เช่น Windows, Linux, Android และ iOS โดยคุณมีอิสระในการใช้ Platform ที่ต้องการได้

    7. รองรับการพัฒนา Software แบบ Agile

    การพัฒนา Software แบบ Agile คือ การปรับปรุงกระบวนการให้ทำงานได้เร็วขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดย LAMP เป็น Platform ที่เหมาะมากสำหรับการ Develop ที่รวดเร็ว เนื่องจากมี Library มากมายที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย นอกจากนี้ยังมี Frameworks รองรับอีกมากมายที่สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลาของ Software Development Process 


    คุณพร้อมใช้งาน LAMP แล้วหรือยัง ?

    LAMP เป็นเทคโนโลยีที่มอบพื้นฐานที่แข็งแกร่งและใช้งานได้หลากหลาย สำหรับการพัฒนาเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ หากคุณสนใจบริการ LAMP สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หรือแม้แต่สร้างสภาพแวดล้อมแบบกำหนดเองที่เหมาะกับความต้องการของคุณบน OpenLandscape Cloud ได้เลยที่ คลิก


    ข้อมูลอ้างอิง

    https://www.mindphp.com

    https://www.technotification.com

    https://www.webhostingsecretrevealed.net/blog/web-hosting-guides/lamp-stack-explained/

  • อัปเกรดเวอร์ชัน PHP 7.2 เป็น 7.x บน Ubuntu

    อัปเกรดเวอร์ชัน PHP 7.2 เป็น 7.x บน Ubuntu

    อัปเกรดเวอร์ชัน PHP 7.2 เป็นเวอร์ชันล่าสุดช่วยเพิ่มความปลอดภัย เนื่องจากทุกคนสามารถอัปเกรด PHP 7.2 เป็นเวอร์ชัน 7.3, 7.4, 7.5 หรือ 7.x และเวอร์ชันใหม่ล่าสุดได้ด้วยวิธีนี้บน Ubuntu เวอร์ชัน 14/16/18/20 โดยไม่ต้องลบอันเก่า ซึ่งยังสามารถเปลี่ยนกลับเป็นเวอร์ชันเก่าได้ หากมีบางอย่างที่ส่งผลให้ใช้งานไม่ได้หลังจากเปลี่ยนเวอร์ชัน โดยมีขั้นตอนดังนี้

    1. เข้าสู่ระบบเซิร์ฟเวอร์ผ่าน SSH as root.

    อัปเกรดเวอร์ชัน PHP

    2. ตรวจสอบเวอร์ชัน PHP ปัจจุบันของคุณ
    # php -v
    PHP 7.2.24

    อัปเกรดเวอร์ชัน PHP 1

    3. ในการติดตั้ง PHP 7.3 เราต้องเพิ่มที่เก็บก่อน
    # add-apt-repository ppa:ondrej/php

    อัปเกรดเวอร์ชัน PHP 2

    อัปเกรดเวอร์ชัน PHP 3

    อัปเกรดเวอร์ชัน PHP 4

    ใน path sources.list จะพบที่เก็บไฟล์ติดตั้งของ PHP 7.3  ที่ทำการเพิ่มเข้าไป

    4. เรียกใช้การอัปเดต
    # apt-get update

    5. หลังจากอัปเดตเสร็จแล้ว เราต้องติดตั้ง PHP 7.3
    # apt install php7.3

    อัปเกรดเวอร์ชัน PHP 5

    6. จากนั้นติดตั้งแพ็คเกจ PHP ที่จำเป็นตามการติดตั้งปัจจุบันของคุณ

    # apt ติดตั้ง php7.3-common php7.3-cli php7.3-bz2 php7.3-curl php7.3-gd php7.3-intl php7.3-json php7.3-readline php7.3-xml php7 3-zip php7.3-fpm php7.3-bcmath php7.3-mbstring

    7. หลังจากติดตั้งสำเร็จ เราสามารถปิดการใช้งาน 7.2 เก่าแล้วเปิดใช้งาน 7.3
    #a2dismod php7.2

    อัปเกรดเวอร์ชัน PHP 6

    #  a2enmod php7.3

    อัปเกรดเวอร์ชัน PHP 7

    8. จากนั้นรีสตาร์ท Apache
    # systemctl restart apache2

    9. เวอร์ชัน PHP ใหม่ควรเปิดใช้งาน คุณสามารถตรวจสอบได้จากบรรทัดคำสั่ง:
    # php -v
    PHP 7.3.33

    อัปเกรดเวอร์ชัน PHP 8

    10. คำสั่งในการ List Package ปัจจุบันสำหรับ Ubuntu

    # dpkg –list | grep php

    อัปเกรดเวอร์ชัน PHP 9

    11. คำสั่งในการ List Package ปัจจุบันสำหรับ Centos

              rpm -qa | grep php

    อัปเกรดเวอร์ชัน PHP 10

    เมื่อดำเนินตามขั้นตอนครบทั้ง 11 ข้อเรียบร้อยแล้ว PHP บน Ubuntu ของคุณจะได้รับการอัปเกรดเป็นเวอร์ชันปัจจุบันที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และถ้าคุณอยากทำความรู้จัก PHP ให้มากขึ้น สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ PHP คืออะไร ? มาทำความรู้จักภาษาคอมพิวเตอร์ที่คุณควรรู้ และวิธีติดตั้งบน Ubuntu


    ข้อมูลอ้างอิง

    ผู้เขียนบทความ : Mr. Weerapong O.T.Chom

  • PHP คืออะไร ? มาทำความรู้จักภาษาคอมพิวเตอร์ที่ได้รับความนิยมและวิธีติดตั้งบน Ubuntu

    PHP คืออะไร ? มาทำความรู้จักภาษาคอมพิวเตอร์ที่ได้รับความนิยมและวิธีติดตั้งบน Ubuntu

    PHP คืออะไร ? PHP ย่อมาจากคำว่า PHP Hypertext Preprocessor แต่สมัยก่อนย่อมาจากคำว่า Personal Home Page Tools เป็นโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูง ประเภท Scripting Language ซึ่งภาษาประเภทนี้เก็บคำสั่งต่าง ๆ ในไฟล์ที่เรียกว่า Script และเวลาใช้งานต้องอาศัยตัวแปรชุดคำสั่ง โดยมีรากฐานโครงสร้างคำสั่งมาจากภาษาซี (C Programming Language) ภาษาจาวาสคริปต์ (JavaScript) และ ภาษาเพิร์ล (Practical Extraction and Report Language)

    PHP สามารถใช้งานได้ผ่านอินเทอร์เน็ต มีความสามารถสูง และมีผู้นิยมใช้เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังสามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรี จากเว็บไซต์ http://php.net/

    ลักษณะของ PHP แตกต่างจากภาษาสคริปต์แบบอื่น ๆ เพราะ PHP ได้รับการพัฒนาและออกแบบมาเพื่อใช้งานในการสร้างเอกสารแบบ HTML สามารถสอดแทรกหรือแก้ไขเนื้อหาได้อัตโนมัติ ดังนั้น PHP จึงเป็นภาษาที่เรียกว่า Server-Side หรือ HTML-Embedded Scripting Language สามารถประมวลผลตามคำสั่งและแสดงผลลัพธ์เป็นเว็บเพจตามที่ต้องการ ถือได้ว่า PHP เป็นเครื่องมือที่สำคัญชนิดหนึ่งที่ช่วยให้เราสามารถสร้าง Dynamic Web Pages (เว็บเพจที่มีการโต้ตอบกับผู้ใช้) ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีลูกเล่นมากขึ้น

    PHP เกิดขึ้นมาจากกลุ่มนักพัฒนาที่มีการเปิดเผยโค้ดต้นฉบับ ดังนั้น PHP จึงมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วและแพร่หลายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อใช้ร่วมกับ Apache Web Server, ระบบปฏิบัติ เช่น Linux หรือ FreeBSD เป็นต้น ในปัจจุบัน PHP สามารถใช้ร่วมกับ Web Server หลาย ๆ ตัวบนระบบปฏิบัติการต่าง ๆ เช่น Windows 95/98/NT เป็นต้น

    PHP เป็นภาษาสคริปต์ (Scripting Language) คำสั่งต่าง ๆ จะเก็บในรูปแบบของข้อความ (Text) อาจเขียนแทรกอยู่ภายในภาษา HTML หรือถูกเขียนอย่างอิสระ แต่ในการใช้งานจริงมักใช้งานร่วมกับภาษา HTML ดังนั้นการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา PHP ต้องมีความรู้ด้านภาษา HTML เป็นอย่างดีจึงสามารถเขียนโปรแกรมได้สมบูรณ์แบบ อย่างไรก็ตามเราสามารถใช้โปรแกรมประยุกต์มาช่วยอำนวยความสะดวกในการสร้างงานได้เช่นกัน เช่น Macromedia, Dreamweaver หรือโปรแกรมประเภท Editor ต่าง ๆ เช่น EditPlus เป็นต้น ซึ่งโปรแกรมเหล่านี้จะช่วยจำแนกคำต่าง ๆ ด้วยสีที่แตกต่างกันออกไป เช่น คำสั่ง คำทั่วไป ตัวแปร ฯลฯ เพื่อความสะดวกในการสังเกตและยังมีตัวเลขบอกบรรทัดทำให้สะดวกในการแก้ไขมากขึ้นอีกด้วย

    PHP จึงเหมาะสำหรับการจัดทำเว็บไซต์และสามารถประมวลผลออกมาในรูปแบบ HTML โดยเป้าหมายหลักของภาษา PHP คือให้นักพัฒนาเว็บไซต์สามารถเขียนเว็บเพจ ที่มีความตอบโต้ได้อย่างรวดเร็ว


    รู้จัก PHP คืออะไร เรียบร้อยแล้ว มารู้จัก 10 ลักษณะเด่นของ PHP

    เมื่อรู้จักภาษา PHP แล้ว มาทราบถึงลักษณะเด่นของ PHP ทั้ง 10 ข้อ ดังนี้

         1. PHP เปิดให้ใช้บริการฟรี โดยสามารถใช้งานได้ที่ http://php.net/

         2. PHP เป็นโปรแกรม Server-Side Script มีความเร็วสูง รวมถึงมีประสิทธิภาพการใช้งานที่ดี ดังนั้นจึงมีขีดความสามารถไม่จำกัด

         3. PHP สามารถใช้งานบนระบบปฏิบัติการ (Operating Systems) ที่หลากหลาย เช่น UNIX, Linux, Windows

         4. สามารถเรียนรู้ภาษา PHP ได้ง่าย เนื่องจาก PHP มักถูกฝังเข้าไปใน HTML จึงมีโครงสร้างและไวยากรณ์ภาษาที่ไม่ยาก

         5. ภาษา PHP มีความเร็วและมีประสิทธิภาพที่ดี โดยเฉพาะเมื่อใช้กับ Apach Xerve เพราะไม่ต้องใช้โปรแกรมจากภายนอก

         6. ใช้ร่วมกับ XML (Extensible Markup Language) หรือภาษาที่ถูกใช้ในการสร้าง Format ได้ทันที

         7. ภาษา PHP สามารถใช้งานร่วมกับระบบแฟ้มข้อมูลได้

         8. สามารถใช้งาน PHP กับข้อมูลตัวอักษรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

         9. ใช้ PHP กับโครงสร้างข้อมูล แบบ Scalar, Array หรือ Associative Array ได้

         10. ใช้ PHP กับการประมวลผลภาพได้

    เมื่อทราบถึงลักษณะเด่นทั้ง 10 ข้อของ PHP แล้ว มาทราบขั้นตอนการติดตั้ง PHP เวอร์ชันต่าง ๆ บน Ubuntu เพื่อเริ่มใช้งานจริงในหัวข้อลำดับถัดไป


    วิธีการติดตั้ง PHP เวอร์ชันต่าง ๆ (5.6, 7.0 และ 7.x) บน Ubuntu

         ปัจจุบันมี PHP 3 รุ่นที่รองรับบน Ubuntu คือ PHP 5.6, 7.0 และ 7.x บน Ubuntu ส่วน PHP 5.3, 5.4 และ 5.5 ได้สิ้นสุดการรองรับแล้ว จึงไม่มีการอัปเดตความปลอดภัยอีกต่อไป ดังนั้นเพื่อให้ Service ของคุณมีความปลอดภัย จึงควรติดตั้งเวอร์ชันที่ได้รับการรองรับ โดยวิธีการติดตั้ง PHP ที่ได้รับการสนับสนุนใน Ubuntu และนิยมมากที่สุด ได้แก่ Apache และ Nginx เว็บเซิร์ฟเวอร์ ที่ใช้ OndrejSury PPA ดังนั้นวิธีการตั้งค่าเวอร์ชันเริ่มต้นของ PHP ที่ใช้ในระบบ Ubuntu มีดังนี้

    PHP 7.x เป็นเวอร์ชันที่เสถียร และรองรับในที่เก็บซอฟต์แวร์ Ubuntu คุณสามารถยืนยันได้โดยเรียกใช้คำสั่ง apt ด้านล่างตามคำสั่งต่อไปนี้

    # apt show php OR  # apt show php -a

    ระบบจะแสดงข้อมูลเวอร์ชัน PHP

    PHP คืออะไร

    ในการติดตั้ง PHP เวอร์ชันเริ่มต้นจากคลังซอฟต์แวร์ Ubuntu ให้ใช้คำสั่งด้านล่าง

    # apt install php

    PHP คืออะไร 1

    หลังจากติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ใช้คำสั่งด้านล่างในการดูเวอร์ชันปัจจุบันที่ใช้งาน

    # php -v


    ติดตั้ง PHP (5.6, 7.0, 7.x) บน Ubuntu โดยใช้ PPA

    1. เริ่มต้นด้วยการเพิ่ม OndřejSurý PPA เพื่อติดตั้ง PHP เวอร์ชันต่าง ๆ – PHP 5.6, PHP 7.0 และ PHP 7.1 บนระบบ Ubuntu

    # apt install python-software-properties

    # add-apt-repository ppa:ondrej/php

    PHP คืออะไร 2

    2. จากนั้นอัปเดตระบบดังนี้

    # apt-get update

    3. ติดตั้ง PHP เวอร์ชันต่าง ๆ ที่สนับสนุนดังนี้

    # apt install php5.6   [PHP 5.6]

    # apt install php7.0   [PHP 7.0]

    # apt install php7.1   [PHP 7.1]

    # apt install php7.2   [PHP 7.2]

    # apt install php7.3   [PHP 7.3]

    # apt install php5.6-fpm   [PHP 5.6]

    # apt install php7.0-fpm   [PHP 7.0]

    # apt install php7.1-fpm   [PHP 7.1]

    # apt install php7.2-fpm   [PHP 7.2]

    # apt install php7.3-fpm   [PHP 7.3]

    4. ในการติดตั้งโมดูล PHP เพียงระบุเวอร์ชัน PHP และใช้ฟังก์ชันการเติมข้อความอัตโนมัติเพื่อดูโมดูลทั้งหมดดังต่อไปนี้

    ———— press Tab key for auto-completion ————

    # apt install php5.6   [PHP 5.6]

    # apt install php7.0   [PHP 7.0]

    # apt install php7.1   [PHP 7.1]

    # apt install php7.2   [PHP 7.2]

    # apt install php7.3   [PHP 7.3]

    PHP คืออะไร 3

    5. ตอนนี้คุณสามารถติดตั้งโมดูล PHP ที่ต้องการได้มากที่สุดจากรายการ

              ———— Install PHP Modules ————

    # apt install php5.6-cli php5.6-xml php5.6-mysql

    # apt install php7.0-cli php7.0-xml php7.0-mysql

    # apt install php7.1-cli php7.1-xml php7.1-mysql

    # apt install php7.2-cli php7.2-xml php7.2-mysql

    # apt install php7.3-cli php7.3-xml php7.3-mysql 

    6. ตรวจสอบเวอร์ชันเริ่มต้นของ PHP ที่ใช้ในระบบของคุณด้วยคำสั่ง

    # php -v

    PHP คืออะไร 4

    ตั้งค่าเวอร์ชัน PHP เริ่มต้นใน Ubuntu

    7. คุณสามารถตั้งค่าเวอร์ชัน PHP เริ่มต้นที่จะใช้ในระบบด้วยคำสั่ง ทางเลือกการอัปเดต หลังจากตั้งค่าแล้วให้ตรวจสอบเวอร์ชัน PHP เพื่อยืนยันดังต่อไปนี้

    ———— Set Default PHP Version 5.6 ————

    # update-alternatives –set php /usr/bin/php5.6

    PHP คืออะไร 5

    PHP คืออะไร 6

    ———— Set Default PHP Version 7.0 ————

    # update-alternatives –set php /usr/bin/php7.0

    PHP คืออะไร 7

    ———— Set Default PHP Version 7.1 ————

    # update-alternatives –set php /usr/bin/php7.1

    PHP คืออะไร 8

    ———— Set Default PHP Version 7.2 ————

    # update-alternatives –set php /usr/bin/php7.2

    PHP คืออะไร 9

    ———— Set Default PHP Version 7.3 ————

    # update-alternatives –set php /usr/bin/php7.3

    PHP คืออะไร 10

    ———— Set Default PHP Version 7.4 ————

    # update-alternatives –set php /usr/bin/php7.4

    PHP คืออะไร 11

    8. ในการตั้งค่าเวอร์ชัน PHP ที่จะใช้งานกับเว็บเซิร์ฟเวอร์ Apache ให้ใช้คำสั่งด้านล่าง โดยอันดับแรกให้ปิดใช้งานเวอร์ชันปัจจุบันด้วยคำสั่ง a2dismod จากนั้นเปิดใช้งานเวอร์ชันที่คุณต้องการด้วยคำสั่ง a2enmod

    # a2dismod php7.0

    # a2enmod php7.1

    # systemctl restart apache2

    PHP คืออะไร 12

    9. หลังจากเปลี่ยนจากเวอร์ชันหนึ่งเป็นรุ่นอื่นคุณสามารถค้นหาไฟล์กำหนดค่า PHP ได้โดยใช้คำสั่งด้านล่าง

    ———— For PHP 5.6 ————

    # update-alternatives –set php /usr/bin/php5.6

    # php -i | grep “Loaded Configuration File”

    PHP คืออะไร 13

    PHP คืออะไร 14

    ———— For PHP 7.0 ————

    # update-alternatives –set php /usr/bin/php7.0

    # php -i | grep “Loaded Configuration File”

    PHP คืออะไร 15

    ———— For PHP 7.1 ————

    # update-alternatives –set php /usr/bin/php7.1

    # php -i | grep “Loaded Configuration File”

    PHP คืออะไร 16

    ———— For PHP 7.2 ————

    # update-alternatives –set php /usr/bin/php7.2

    # php -i | grep “Loaded Configuration File”

    PHP คืออะไร 17

    ———— For PHP 7.3 ————

    # update-alternatives –set php /usr/bin/php7.3

    # php -i | grep “Loaded Configuration File”

    PHP คืออะไร 18

    ———— For PHP 7.4 ————

    # update-alternatives –set php /usr/bin/php7.4

    # php -i | grep “Loaded Configuration File”

    PHP คืออะไร 19

    # update-alternatives –config php

    PHP คืออะไร 20

    ป้อนหมายเลขตัวเลือกที่กล่าวถึงนอกเหนือจากเวอร์ชัน PHP ที่ต้องการ

    10. คำสั่งในการ List Package ปัจจุบันสำหรับ Ubuntu

    # dpkg –list | grep php

    PHP คืออะไร 21

         11. คำสั่งในการ List Package ปัจจุบันสำหรับ Centos

              rpm -qa | grep php

    PHP คืออะไร 22

    เมื่อดำเนินตามขั้นตอนทั้งหมด คุณสามารถใช้งาน PHP เวอร์ชันที่ปลอดภัย และสำหรับผู้ใช้ PHP เวอร์ชัน 7.2 ที่สนใจอัปเกรด PHP เป็นเวอร์ชันที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อัปเกรดเวอร์ชัน PHP 7.2 เป็น 7.x บน Ubuntu


    ข้อมูลอ้างอิง

    ผู้เขียนบทความ : Mr. Weerapong O.T.Chom

    https://th.linux-console.net/?p=602