Tag: OpenSource

  • ownCloud คืออะไร? Cloud Storage สำหรับองค์กรที่นิยมใช้กันทั่วโลก!

    ownCloud คืออะไร? Cloud Storage สำหรับองค์กรที่นิยมใช้กันทั่วโลก!

    ในยุคที่เทคโนโลยีของการจัดการข้อมูลและการแบ่งปันไฟล์เป็นสิ่งสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการพัฒนาและการดำเนินงานขององค์กรต่างๆ ที่ต้องการเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย การมีแพลตฟอร์มที่สามารถจัดการและแบ่งปันไฟล์ข้อมูลที่เชื่อถือได้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ในบทความนี้ จึงขอมาแนะนำ “ownCloud” แพลตฟอร์มที่มีชื่อเสียงในการจัดการข้อมูลและแบ่งปันไฟล์ที่น่าสนใจ มีความยืดหยุ่น และตอบโจทย์การใช้งานสำหรับธุรกิจและองค์กรทั่วโลก  

    ownCloud คืออะไร? 

    คือบริการ Cloud Storage ในรูปแบบ Open-Source ที่ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับองค์กร มีลักษณะการใช้งานที่คล้ายคลึงกับ Dropbox หรือ Google Drive โดยถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถจัดเก็บข้อมูลของตนเองได้อย่างสะดวกและปลอดภัย รวมถึงการใช้งานไฟล์และการแชร์ไฟล์งานต่างๆ ร่วมกับบุคคลอื่น โดยไม่เสี่ยงต่อการสูญเสียข้อมูล การโจรกรรม หรือการละเมิดกฎระเบียบด้านความเป็นส่วนตัว 

    สามารถเข้าถึงข้อมูลได้หลากหลายช่องทางและหลากหลายอุปกรณ์ เช่น การใช้งานผ่าน Web Browser โดยสามารถเชื่อมต่อจากอุปกรณ์และระบบปฏิบัติการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Windows, Mac OSX, iOS และ Android และยังรองรับส่วนขยายสำหรับการแก้ไขเอกสารออนไลน์ รวมถึงการซิงค์ปฏิทินและผู้ติดต่อ โดยผู้ใช้งานสามารถติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ของตนเองหรือใช้บริการจากผู้ให้บริการ Cloud Computing แบบแยกต่างหากได้

    ประวัติของ ownCloud เริ่มต้นอย่างไร ?  

    บริษัทได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2010 โดย Frank Karlitschek เป็นโปรเจกต์ Open-Source เพื่อใช้ในการโฮสต์และซิงค์ไฟล์ และต่อมาในปี 2012 ได้มีการเปิดขายให้กับลูกค้าเป็นครั้งแรก โดยเป็นทางเลือกให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงไฟล์ที่มีการใช้งานเช่นเดียวกับ Dropbox และกลายเป็นโปรเจกต์ Open-Source ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกโดยมีผู้ร่วมพัฒนามากกว่า 1,000 คน ต่อมาในปี 2016 Frank Karlitschek ได้ลาออกจากบริษัทและเริ่มทำธุรกิจของตนเองเพื่อแสวงหาวิสัยทัศน์ใหม่นั่นก็คือ Nextcloud  และในเวลาต่อมา ownCloud ได้มี CEO คนใหม่คือ Tobias Gerlinger โดยบริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาไปท่ีการใช้งานสำหรับผู้ใช้ขนาดใหญ่จากภาครัฐและภาควิทยาศาสตร์ โดยในปี 2018 ก็ได้ถูกรวมอยู่ใน Gartner Magic Quadrant T สำหรับ Content Collaboration Platforms (CCP) ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ Open-Source เดียวในโลกที่ถูกนับรวมเข้าไป 

    ในปี 2019 ได้เปิดให้บริการ ownCloud.online ที่ออกแบบให้เพียงพอกับความต้องการของธุรกิจขนาดเล็กและกลาง เพื่อขยายตลาดและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อก้าวเป็นระบบที่ถูกใช้งานชั้นนำของตลาด ซึ่งช่วยให้ทั้งบริษัท โรงเรียน สถาบัน และรัฐบาลสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น ทำให้ในปัจจุบันมีลูกค้าในระดับองค์กรมากกว่า 500 รายและผู้ใช้งานทั้งหมด 200 ล้านคนทั่วโลก  

    และล่าสุดในปี 2021 ที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวรูปแบบ Infinite Scale ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ที่ถูกเขียนใหม่ตั้งแต่ต้น โดยใช้ภาษา Programing Go รวมถึงการพัฒนา User Interface ใหม่ที่แยกออกมา โดยใช้ Vue.js อีกทั้งยังมีการมีการรองรับการทำงานร่วมกับ Container Microservice และ API ทำให้มีความเสถียร ปลอดภัย และมีความเร็วในการทำงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ  

    ownCloud มีจุดเด่นอะไรบ้าง? 

    เครดิตภาพ :  https://shorturl.at/rJVX9
    • การแบ่งปันข้อมูลร่วมกัน  

    ปลดล็อกประสิทธิภาพการทำงานที่ผ่านการแชร์ไฟล์และโฟลเดอร์ได้อย่างสะดวกและยืดหยุ่น ซึ่งในแต่ละองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล และช่วยให้องค์กรสามารถจัดเก็บไฟล์ได้อย่างปลอดภัยและทำให้พนักงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงได้ โดยสร้างการเข้าถึงจุดเดียวสำหรับพื้นที่จัดเก็บไฟล์ทั้งหมด ซึ่งทำให้ง่ายต่อการค้นหาข้อมูล รวมถึงการจัดการสิทธิ์การเข้าถึง และการติดตามการใช้งาน โดยระบบไฟล์เสมือน Virtual File System (VFS) ช่วยให้ผู้ใช้สามารถซิงค์แผนผัง Directory แบบเต็มโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มพื้นที่อุปกรณ์ โดยจะซิงค์ไฟล์เสมือน เช่น ข้อมูล Meta เกี่ยวกับประเภท ขนาด และวันที่ของไฟล์ และถ่ายโอนไฟล์ทั้งหมดเมื่อจำเป็นเท่านั้น  

    • การทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน 

    ช่วยให้การทำงานผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นเรื่องสะดวก สามารถค้นหา แก้ไข และแชร์เอกสารผ่านแอปพลิเคชันสำหรับ iOS และ Android ซึ่งมีความปลอดภัยสูงสุดในระดับองค์กร และสามารถเก็บไฟล์หรือโฟลเดอร์แบบออฟไลน์ได้ มาพร้อมกับเว็ปแอปพลิเคชันที่มีคุณสมบัติครบครัน เพื่อให้การใช้งานไม่เกิดความขัดข้องบนอุปกรณ์ใหม่และระบบความเป็นส่วนตัวอย่างเว็บแอปพลิเคชัน รวมถึงสามารถทำงานร่วมกับชุดโปรแกรมสำนักงานบนเบราว์เซอร์ เช่น Collabora, ONLYOFFICE และ Microsoft Office Online Server

    • การกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล  

    สามารถกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงไฟล์แก่บุคคลภายนอก บนอุปกรณ์ใดก็ได้ รวมถึงแบ่งปันไฟล์และโฟลเดอร์โดยไม่จำกัดขนาด สามารถส่งลิงก์พร้อมการกำหนดรหัสผ่านและกำหนดวันหมดอายุได้ตามต้องการ ซึ่งผู้ดูแลระบบ (admins) สามารถกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลได้ตามต้องการ ทั้งในระดับของผู้ใช้และระดับของโฟลเดอร์ สิทธิ์เหล่านี้สามารถกำหนดได้ ดังนี้

    – สิทธิ์ของผู้ใช้ (User Permissions) : ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดสิทธิ์ในการใช้งานของแต่ละผู้ใช้ได้ โดยสามารถกำหนดให้ผู้ใช้มีสิทธิ์ในการอัปโหลด ดาวน์โหลด แก้ไข ลบ หรือแชร์ไฟล์ รวมถึงสิทธิ์ในการดูข้อมูลเท่านั้น

    – สิทธิ์ของโฟลเดอร์ (Folder Permissions) : ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดสิทธิ์ให้กับกลุ่มผู้ใช้หรือผู้ใช้แต่ละคนในแต่ละโฟลเดอร์ได้ โดยสิทธิ์นี้สามารถกำหนดให้ผู้ใช้มีสิทธิ์ในการอ่าน เขียน และแชร์ไฟล์ในโฟลเดอร์นั้น ๆ 

    – สิทธิ์พิเศษ (Special Permissions) : นอกเหนือจากสิทธิ์ทั่วไป ยังมีสิทธิ์พิเศษบางประเภทที่สามารถกำหนดได้ เช่น การกำหนดสิทธิ์ให้ผู้ใช้ที่เป็นผู้ดูแลโฟลเดอร์ หรือสิทธิ์ในการใช้งานแอปพลิเคชันเฉพาะ 

    • ความปลอดภัยในการใช้งาน 

    สามารถกำหนดไฟล์และโฟลเดอร์ที่สามารถเข้าถึงได้เพื่อการใช้งานที่ถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงปกป้องข้อมูลที่มีความสำคัญจากบุคคลภายนอก รวมถึงปกป้องไฟล์และโฟลเดอร์ด้วยวิธีการรักษาความปลอดภัยที่ครอบคลุม มีการเข้ารหัสในขณะที่อยู่ในพื้นที่จัดเก็บข้อมูลและในการโอนย้ายข้อมูล ด้วยการออกแบบความเป็นส่วนตัวตั้งแต่ขั้นแรก (Privacy-by-Design) สถาปัตยกรรม Zero-Knowledge-Architecture รวมถึงการให้บริการโฮสติ้งบนพื้นที่เครือข่าย (on-premises hosting) ทำให้เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยสำหรับข้อมูลที่สำคัญ โดยมีการตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงและการปฏิบัติตามนโยบายอย่างเข้มงวด  

    เมื่อมีการแบ่งปันไฟล์หรือโฟลเดอร์ ข้อมูลจะไม่ออกไปจากฮาร์ดไดรฟ์ของบริษัทหรือองค์กรนั้น ซึ่งผู้รับจะต้องยืนยันตัวตนก่อน รวมถึงสามารถตั้งค่า Secure View สำหรับเอกสารสำนักงานและไฟล์ PDF สามารถตั้งในโหมดอ่านเท่านั้นพร้อมกับข้อจำกัดและลายน้ำอย่างครบครัน  

    ประโยชน์จากการใช้งาน ownCloud

    • มีความเป็นส่วนตัวและความความปลอดภัยที่เชื่อถือได้ : สามารถติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ของตนเองหรือติดตั้งบน Cloud Computing ซึ่งจะช่วยควบคุมความปลอดภัยของข้อมูลและการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบการเข้ารหัสทำให้ข้อมูลขององค์กรปลอดภัยจากการถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการถูกขโมยข้อมูล 
    • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำร่วมกัน : ผู้ใช้สามารถแบ่งปันและแชร์ไฟล์ได้อย่างสะดวก สามารถกำหนดสิทธิ์และการเข้าถึงไฟล์ได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ รวมถึงการทำงานร่วมกันบนเอกสารและไฟล์ต่าง ๆ ซึ่งส่งผลให้ทำงานร่วมกันภายในทีมหรือกับบุคคลภายนอกมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  
    • ความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูล : ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลาและทุกอุปกรณ์ เพียงแค่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต 
    • การสำรองข้อมูล : สามารถใช้เป็นเครื่องมือสำรองข้อมูลได้ ด้วยการสร้างการสำรองข้อมูลอัตโนมัติและเก็บข้อมูลไว้ในที่ที่ปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นการสำรองข้อมูลอัตโนมัติ การสำรองข้อมูลที่มีการรักษาความปลอดภัย และการสำรองข้อมูลย้อนหลัง
    • ความหลากหลายและความยืดหยุ่น : มีความยืดหยุ่นในการติดตั้งและสามารถใช้งานบนหลายแพลตฟอร์ม รองรับการทำงานบนคอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ, แท็บเล็ต และอุปกรณ์อื่น ๆ เพียงเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชั่น

    คุณพร้อมใช้งาน ownCloud แล้วหรือยัง ? 

    ownCloud ช่วยให้องค์กรของคุณสามารถแบ่งปันและซิงค์ข้อมูลได้อย่างปลอดภัย และสามารถทำได้บนแพลตฟอร์มทุกชนิด ควบคุมตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลและสามารถทำงานร่วมกันได้ในหลายอุปกรณ์ โดยไม่เสี่ยงต่อการสูญเสียข้อมูล การโจรกรรม หรือการละเมิดข้อกำหนดเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว รวมถึงมีแพลตฟอร์มในการแบ่งปันเนื้อหาอื่นๆ อีกมากมาย  

    สำหรับผู้ที่สนใจใช้บริการสามารถติดตั้งพร้อมใช้งานได้บน OpenLandscape Cloud ที่ https://gate.openlandscape.cloud  


    ข้อมูลอ้างอิง 

    https://owncloud.com/ 

    https://en.wikipedia.org/wiki/

    https://www.bestinternet.co.th/single_blog.php?id=12

    https://www.nuttdam.com/2022/06/install-owncloud-server-in-docker/ 

     

  • Rancher จากโปรเจกต์ Open Source สู่ซอฟต์แวร์ Kubernetes Clusters ระดับแนวหน้า

    Rancher จากโปรเจกต์ Open Source สู่ซอฟต์แวร์ Kubernetes Clusters ระดับแนวหน้า

    ทำความรู้จัก Rancher : จากโปรเจกต์ Open Source สู่ซอฟต์แวร์ Kubernetes Clusters ระดับแนวหน้า

    ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีมากมายหลายประเภทที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาระบบ แต่หนึ่งในเทคโนโลยีที่กำลังเป็นกระแสมาแรงมากที่สุดในตอนนี้คือ เทคโนโลยี “Kubernetes” (คูเบอเนเตส) หรือที่ใครหลาย ๆ คนเรียกว่า K8S นั่นเอง

    วันนี้ OpenLandscape เลยขอพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ “Rancher” ซอฟต์แวร์ Kubernetes Clusters ว่าคืออะไรและอะไรที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โปรเจกต์ Open Source เล็ก ๆ สามารถเติบโตสู่เเพลตฟอร์มระดับแนวหน้าได้ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี


    บทความนี้มีหัวข้ออะไรบ้าง ?

    เทคโนโลยี “Kubernetes” (คูเบอเนเตส) คืออะไร ?

    Rancher คืออะไร ?

    Rancher ทำอะไรได้บ้าง ?

    Rancher มีโครงสร้างในการทำงานอย่างไร ?

    Rancher มีฟีเจอร์ API Server อะไรบ้างที่น่าสนใจ ?

    คุณเหมาะที่ใช้ Rancher หรือเปล่า ?


    ทำความรู้จักกับเทคโนโลยี “Kubernetes” (คูเบอเนเตส)

    ก่อนที่เราจะไปรู้จักกับ “Rancher” อันดับแรก เรามาทำความรู้จักกับเทคโนโลยี “Kubernetes” (คูเบอเนเตส) กันก่อนว่าคืออะไร และเอาไว้ใช้ทำอะไรกันแน่

    เทคโนโลยี “Kubernetes” (คูเบอเนเตส) หรือ K8S คือ ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการจัดการ Containers โดยถือกำเนิดมาจากโปรเจกต์ Open Source ของ Google เพื่อใช้เป็นเครื่องมือการจัดการคอนเทนเนอร์ให้สามารถทำงานได้ด้วยตนเองอย่างอัตโนมัติตามที่ Config ไว้

    K8S จึงเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยลดภาระให้กับนักพัฒนาและผู้ดูแลระบบได้เป็นอย่างดี สำหรับใครที่อยากศึกษาและทำความรู้จักกับเทคโนโลยี “Kubernetes” เพิ่มเติมสามารถเข้าไปอ่านบทความของเราได้ที่ : Kubernetes หนทางสู่การทำระบบให้แกร่งกว่าที่เคย!


    Rancher คืออะไร ?

    Rancher คือ โปรเจกต์ Open Source ที่ได้รับจำนวนกดโหวตบน GitHub มากกว่า 2 หมื่นครั้ง  โดยพัฒนามาจาก “Kubernetes” เวอร์ชันคอมมูนิตี้ ทำให้มีความสามารถในการสร้างและจัดการ Container ได้เช่นเดียวกัน มาถึงตรงนี้ดูเผิน ๆ แล้วทั้งสองตัวนี้มีความคล้าย ๆ กันใช่มั้ยคะ ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะเกิดคำถามขึ้นมาว่า “เอ้…แล้วแบบนี้ทั้งสองต่างกันยังไงนะ ?” เดี๋ยวลองมาดูกันค่ะว่าความสามารถอะไรที่ทำให้ Rancher แตกต่างจาก Kubernetes เวอร์ชันคอมมูนิตี้

    Video : What is Rancher?


    Rancher ทำอะไรได้บ้าง ?

    1. สามารถรัน Kubernetes ที่ไหนก็ได้

    อย่างที่เราทราบกันดีว่าโดยพื้นฐานแล้ว Kubernetes ดั้งเดิมนั้นใช้สำหรับการจัดการ Containers แต่สำหรับ Rancher นั้นต่างออกไปค่ะ เพราะว่านอกจากจะมีความสามารถพื้นฐานของ Kubernetes ที่เป็นเวอร์คอมมูนิตี้ดั้งเดิมแล้ว ยังสามารถสร้างและจัดการได้ถึงระดับ Kubernetes ได้ด้วย หรือที่เรียกว่าการทำ Kubernetes Clusters นั่นเอง โดยใช้ซอฟต์แวร์ที่มีชื่อว่า Rancher Kubernetes Engine (RKE) ผู้ใช้งานจึงสามารถเชื่อมต่อและจัดการ Clusters ที่สร้างไว้ ได้ทุก Clusters ไม่ว่า Cluster นั้น ๆ จะอยู่ที่ไหนหรือใช้ Kubernetes Distributions ใดก็ตาม

    2. เป็นเครื่องมือช่วยให้นักพัฒนาจัดการระบบได้อย่างง่ายได้มากยิ่งขึ้น

    ซอฟต์แวร์ของ Rancher ถูกพัฒนาขึ้นให้สามารถใช้เป็นศูนย์รวมในการจัดการ Kubernetes Cluster  ทั้งหมดที่คุณมีอยู่ โดยที่คุณไม่ต้องเข้าออกหลายเเพลตฟอร์มให้ยุ่งยากและเสียเวลา เพราะ Rancher สามารถทำได้ทั้งการพิสูจน์ตัวตน (Authentication) , การควบคุมการเข้าถึง (Access control) หรือการรายงานผล (Monitoring) เช่น 

    • คุณสามารถทำการ Active Directory เพื่อเข้าถึง Kubernetes Clusters ของคุณที่อยู่บนผู้ให้บริการคลาวด์แบรนด์ใดก็ได้ 
    • คุณสามารถตั้งค่าและกำหนดสิทธิ์ ที่ใช้ในการควบคุมหรือเข้าถึงความปลอดภัยของระบบระหว่างผู้ใช้งาน, กลุ่มผู้ใช้งาน, โปรเจกต์, Clusters ไปจนถึง ระบบคลาวด์ได้
    • คุณสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพในการทำงาน Kubernetes Clusters  ของคุณได้อย่างง่ายดายในหน้าแดชบอร์ด (Dashboard) เดียว

    3. ช่วยเพื่มประสิทธิภาพการทำงานของทีมนักพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น

    นอกจาก Rancher จะช่วยในจัดการ Kubernetes Clusters แล้ว ยังมีฟีเจอร์ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการระบบต่าง ๆ ผ่าน UI ได้โดยไม่ต้องสั่งการผ่านหน้า Command Line รวมไปถึง Rancher Catalog ที่ทาง Rancher คัดเลือกมาแล้วว่าเป็นเครื่องมือที่ปลอดภัยและมีประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบ

    Rancher ยังได้รับการยอมรับและนำไปใช้ในระบบ Ecosystem ของผู้ให้บริการ Cloud Native หลาย ๆ แบรนด์ เช่น ใช้เป็นเครื่องมือรักษาความปลอดภัย (Security Tools), ทำระบบรายงานผล (Monitoring Systems), ใช้ในการลง Container, ใช้ในการจัดเก็บ Storage หรือใช้ซอฟต์แวร์ Networking Drivers ในการเชื่อมเครือข่ายคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน เป็นต้น


    Rancher มีโครงสร้างในการทำงานอย่างไร ?

    จากภาพประกอบทางด้านล่างเราจะเห็นได้ว่า Rancher มีบทบาทในการเชื่อมความสัมพันธ์ในการทำงานร่วมกันระหว่างทีม DevOps และ IT Admin โดย DevOps แต่ละทีมสามารถเลือก Deploy แอปพลิเคชันของตัวเองขึ้นบนคลาวด์ที่แต่ละทีมเลือกใช้ได้ ในขณะที่ IT Admin สามารถดูแลและจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงของผู้ใช้งานทั้งหมด (Users) รวมไปถึงจัดการ Clusters และระบบคลาวด์ที่มีอยู่ในระบบทั้งหมดได้ด้วย

    Rancher มีโครงสร้างในการทำงานอย่างไร ?

    โครงสร้างการทำงานของ Rancher 


    Rancher มีฟีเจอร์ API Server อะไรบ้างที่น่าสนใจ ?

    Rancher มีฟีเจอร์ API Server อะไรบ้างที่น่าสนใจ ?

    อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ Rancher มีความน่าสนใจและน่าใช้งานเลยก็คือ Rancher API Server ที่สามารถทำงานเชื่อมต่อกับ Kubernetes API Server และ etcd database ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและพัฒนาระบบไปอีกขั้น โดยรายละเอียดของ Rancher API server มีฟังก์ชันในการทำงานดังนี้

    API Server ที่ช่วยในการจำกัดสิทธิ์ในการเข้าถึงและ Role ของผู้ใช้งาน

    API Server ที่ช่วยในการจัดการ Kubernetes

    • Provisioning Kubernetes clusters: API ที่ช่วยในการ Provisioning Kubernetes ในกรณีที่มี Node อยู่แล้ว หรือ Kubernetes มีการอัปเกรด
    • Catalog management: สามารถ Deploy แอปพลิเคชันในรูปแบบเดิมซ้ำ ๆ ได้อย่างง่ายดายด้วย Catalog แหล่งรวมแอปพลิเคชันพร้อมใช้งาน และมี Helm charts คอลเลคชันไฟล์ที่ช่วยในการเซ็ต Resources ของ Kubernetes ที่มีหลากหลาย Chart ให้เลือกใช้
    • Managing projects: โปรเจกต์ที่รวบรวบกลุ่มของ เนมสเปซ (namespace) ไว้อย่างหลากหลาย รวมไปถึงการเข้าถึงสิทธิ์ในการควบคุม Cluster โดยโปรเจกต์ดังกล่าวนี้มีความแตกต่างจาก Kubernetes เวอร์ชันคอมมูนิตี้ตรงที่คุณสามารถจัดการเนมสเปซ (namespace) ที่มีอยู่ของคุณในรูปแบบกลุ่ม (Group) ได้ และสามารถรัน Kubernetes ภายในเนมสเปซ (namespace) ที่คุณจัดกลุ่มไว้ ผ่านหน้า UI ของ Rancher โดยฟีเจอร์นี้ช่วยอำนวยความสะดวก Project administration และสามารถใช้ในการจัดการแอปพลิเคชันภายในโปรเจกต์ได้ด้วย
    • Pipelines: สำหรับ Developer แล้วการทำ Pipeline เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะสามารถช่วยให้การพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือแอปพลิเคชันใหม่ ๆ ออกมามีประสิทธิภาพและรวดเร็วมายิ่งขึ้น ซึ่ง Rancher ก็มีฟีเจอร์ที่ช่วยในการ Config สำหรับ  Pipeline ในแต่ละโปรเจกต์
    • Istio: : ซอฟต์แวร์ของ Rancher มีการ Integrate กับ Istio ซอฟต์แวร์ Service Mesh ที่เป็นโปรเจกต์ Open Source เช่นเดียวกัน โดยออกแบบระบบให้ Administrator และ Cluster owner ที่อยู่ในระบบของ Rancher สามารถส่ง Istio ไปยัง Developer ได้  Developer เองก็สามารถใช้ Istio ดังกล่าวในการเข้าถึงระบบความปลอดภัย เข้าไปแก้ไข หรือจัดการ Traffic สำหรับการ Deployment ในแบบรูปแบบ Blue-Green deployment หรือ Canary Release รวมไปถึงการทำ A/B testing ด้วย

    API Server ที่ช่วยในการใช้งานบนคลาวด์

    • Tracking nodes: API ที่ช่วยในการ Track ทุก Node ที่มีอยู่ใน Cluster
    • Setting up infrastructure: เวลา Config เพื่อใช้งานคลาวด์ Rancher จะช่วยในการ Provision เพิ่ม Node และขยายพื้นที่ Storage บนคลาวด์

    API Server ที่ช่วยในการตรวจสอบ Cluster

    • Logging: ซอฟต์แวร์ของ Rancher มีการ Integrate กับ Logging services ยอดนิยมหลากหลายเซอร์วิส เพื่อให้คุณสามารถเข้าถึง Kubernetes Clusters จากภายนอกได้ 
    • Monitoring: Rancher มีระบบ Monitoring ที่แสดงให้เห็นการทำงานของ Cluster แต่ละ Nodes การทำงานภายใน Kubernetes และ ตรวจสอบการ Deploy ซอฟต์แวร์ขึ้นระบบ ผ่าน Prometheus โปรเจกต์ Open source ที่โด่งดังในด้านการ Monitoring
    • Alerting: มีระบบของแจ้งเตือนเมื่อ Clusters หรือ แอปพลิเคชัน มีปัญหาเพื่อให้ทีมของคุณสามารถเข้าไปจัดการและแก้ไขได้ทันท่วงที

    Demo: Intro to Rancher container management


    คุณเหมาะที่ใช้ Rancher หรือเปล่า ?

    คุณเหมาะที่ใช้ Rancher หรือเปล่า ?

    มาถึงจุดนี้คุณอาจจะกำลังคิดว่า “ทีม” หรือ “องค์กร” ของคุณเหมาะที่จะใช้ Rancher หรือไม่ เดี๋ยวลองมาดูดีกว่าค่ะ ว่าปัจจัยเหล่านี้เป็นสิ่งที่คุณกำลังมองหาอยู่หรือไม่

    1. ต้องการทำระบบที่มีหลาย Kubernetes Cluster หรือมี Cluster กระจายอยู่หลายที่  

    แน่นนอนว่าการจัดการย่อมเป็นไปได้ยาก หาก Cluster ที่มีอยู่ของคุณ ทำงานแยกออกจากกัน Rancher ช่วยคุณจัดการปัญหาเหล่านี้ได้ด้วยเป็นศูนย์รวมในการจัดการ Cluster รองรับการทำระบบแบบ Kubernetes Clusters เพื่อให้คุณสามารถจัดการทุก Cluster ที่มีอยู่ของทั้งหมดได้ในที่เดียวโดยไม่ต้องเสียเวลาจัดการทีละ Cluster 

    2. ต้องการซอฟต์แวร์ที่มีความยืดหยุ่น สามารถรันได้ทุกที่ 

    ปัจจุบันมีซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการจัดทำ Container หลายตัวที่ถูกพัฒนาและผลิตสู่ท้องตลาด ซึ่งบางเเพลตฟอร์มที่มีข้อจำกัดในการใช้งานและการติดตั้ง ด้วยข้อได้เปรียบจากการเป็นโปรเจกต์ Open source ของ Rancher จึงทำให้คุณสามารถรันซอฟตแวร์ของ Rancher ที่ใดก็ได้แบบไม่มีขีดจำกัด

    3. ต้องการรซอฟต์แวร์ที่ใช้งานง่าย 

    Rancher มี UI ที่ทำให้ทีมนักพัฒนาที่ถึงแม้ว่าจะมีความรู้ไม่ลึกมาก ก็สามารถจัดการระบบ Kubernetes ได้ ขอเพียงเข้าใจโครงสร้างและคอนเซปต์ในการทำงานของ Kubernetes Cluster เพียงเท่านั้นพอ

    4. ต้องการระบบที่มี Tools, APIs และ App Catalog ให้เลือกใช้งานหลากหลาย 

    Rancher มีการพัฒนารวมไปถึง integrate กับซอฟต์แวร์และโปรเจกต์ Open Souce ชั้นนำหลากหลายเซอร์วิสด้วย จึงทำให้มีฟีเจอร์ที่ครอบคลุมและตอบโจทย์ทั้งในฝั่งของทีม IT Admin, ทีม DevOps และ Developer

    5. ต้องการใช้ฟีเจอร์ เซอร์วิส หรือเทคโนโนโลยีใหม่ ๆ อยู่เสมอ 

    Rancher สนับสนุนโปรเจกต์ Open Source ด้วยการ Integrate โปรเจกต์ใหม่ ๆ ที่มีคุณภาพและความนิยมเข้ากับซอฟต์แวร์ของ Rancher อยู่เสมอ นอกจากนี้หากซอฟต์แวร์หรือเซอร์วิสที่คุณใช้งานมี API ที่สามารถเชื่อมต่อกับ Rancher ได้ คุณสามารถใช้งานซอฟต์แวร์หรือเซอร์วิสนั้น ๆ ได้เช่นเดียวกัน

    6. ต้องการประหยัดต้นทุน 

    อีกหนึ่งจุดเด่นของ Rancher เลยคือการมีต้นทุนน้อย เพราะเป็นโปรเจกต์ Open Source ที่เปิดให้คุณใช้งานฟรี 100% ทำให้คุณหมดห่วงเรื่อง Eco-system ของผู้ให้บริการแต่ละ Vendor เพื่อที่จะหันมาโฟกัสกับการออกแบบ Solution ให้ตอบโจทย์กับการใช้งานและเหมาะสมกับต้นทุนที่คุณตั้งไว้แทน


    Final Thoughts !

    ในยุคที่เทคโนโลยีเติบโตอย่างรวดเร็วและมีการแข็งขันสูงแบบนี้ หลาย ๆ บริษัทเริ่มนำเทคโนโลยี Kubernetes ไปปรับใช้กับองค์กรของตัวเองมากขึ้น เพื่อพัฒนาองค์กรตัวเองให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดได้ ฟังก์ชันการทำงานของ Rancher จึงตอบโจทย์ทั้งในแง่ของการช่วยประหยัดต้นทุน ใช้งานง่ายและมีความยืดหยุ่นสูง  อีกทั้งยังช่วยลดภาระให้ทีมพัฒนาของคุณทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น Rancher จึงกลายเป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ Open Source เล็ก ๆ ที่เติบโต สู่เเพลตฟอร์มระดับแนวหน้าได้ในระยะเวลาสั้น ๆ โดยไม่ต้องสงสัย !

    OpenLancdscape มองเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีนี้ เราจึงสนับสนุนให้คุณสามารถใช้งาน Rancher บนคลาวด์ของเราได้อย่างง่ายดาย เพียงสมัครใช้บริการและทำตามคู่มือ วิธีการติดตั้ง Rancher ใน OS Ubuntu 18.04 คุณก็สามารถใช้เทคโนโลยี Rancher ได้แล้ว 


    อ้างอิงจาก : 

    Rancher : https://rancher.com/docs/rancher/v2.x/en/overview/

    Kubernetes : https://kubernetes.io/

    Kubernetes หนทางสู่การทำระบบที่ไม่มีวันล่ม : https://blog.openlandscape.cloud/what-is-kubernetes

    เปลืองเวลาเป็นวันๆไปทำไม ? ในเมื่อใช้ Docker ช่วยได้ ! : https://blog.openlandscape.cloud/docker