Category: News

  • Resize Instance ที่คุณสามารถทำเองได้ไม่ยาก บน OpenLandscape Cloud

    Resize Instance ที่คุณสามารถทำเองได้ไม่ยาก บน OpenLandscape Cloud

    Resize Instance ที่คุณสามารถทำเองได้ไม่ยาก บน OpenLandscape Cloud

    Resize Instance เป็นการปรับขนาดของ CPU, RAM, Disk ในการใช้งานของ Instance 

    โดย *Resize Instance สามารถปรับเพิ่มได้ แต่ไม่สามารถปรับให้ลดลงได้*

    หากคุณคิดว่า Instance ที่กำลังใช้งานอยู่ มีการทำงานที่ช้าลง คุณสามารถทำตามขั้นตอนต่อไปนี้


    1.ผู้ใช้บริการต้องดำเนินการ Shutoff Instance เป็นอันดับแรกก่อนเสมอ
    ทั้งแบบ Pay Per Use 

    Resize Instance 1

    และแบบ Annual Plan 

    Resize Instance 2

    2.เมื่อผู้ใช้บริการดำเนินการ Shutoff Instance เรียบร้อยแล้ว สามารถกดที่ชื่อ Instance เพื่อไปในส่วนของหน้า Overview ที่แสดง Detail ของ Instance ที่ได้ดำเนินการ Shutoff Instance ไว้

    ทั้งแบบ Pay Per Use 

    Resize Instance 3

    และแบบ Annual Plan 

    Resize Instance 4

    5.3 จากนั้นให้เลือกไปที่แถบ Resize  

    Resize Instance 5

    เมื่อผู้ใช้บริการเข้ามาที่แถบ Resize เรียบร้อยแล้ว จะพบตัวเลือก 2 ฝั่ง ให้เลือก คือ 

    (1) ผู้ใช้บริการสามารถเลือก Package ที่ต้องการปรับจาก Spec เดิม

    (2) ผู้ใช้บริการกด Comfirm เพื่อยืนยัน Spec ที่ต้องการให้เรียบร้อย

    • แบบ Annual Plan จะมีรายละเอียดให้ผู้ใช้บริการตรวจสอบข้อกำหนดการใช้งาน ก่อนกดยืนยันการสร้าง 

    Resize Instance 6

    5.4 เมื่อผู้ใช้บริการกด Comfirm เรียบร้อยแล้ว กรุณารอ 5-10 นาที เมื่อระบบประมวลผล และดำเนินการตามที่เลือกเรียบร้อยแล้ว ผู้ใช้บริการจะได้ Instance ที่มี Spec ตามที่เลือกและสามารถ Start Instance ใช้งานได้ทันที

    • แบบ Pay Per Use

    Resize Instance 7

    • แบบ Annual Plan 

    Resize Instance 8

    หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ OpenLandscape ได้ผ่านทางอีเมล technical-support@ols.co.th หรือ Call Center 02-257-7189 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

  • Microsoft ประกาศปล่อย exFAT สู่ Open-sourced เพื่อนำไปใช้ใน Linux Kernel ได้

    Microsoft ประกาศปล่อย exFAT สู่ Open-sourced เพื่อนำไปใช้ใน Linux Kernel ได้

    Microsoft ประกาศปล่อย exFAT สู่ Open-sourced เพื่อนำไปใช้ใน Linux Kernel ได้

    Microsoft ได้ออกมาประกาศว่าจะยกสิทธิบัตรของ exFAT ให้แก่ ‘Open Invention Network’s Linux System Definition (OIN)’ หรือปล่อยให้เป็น Open-sourced เพื่อที่สมาชิกสามารถนำ exFAT ไปใช้ใน Linux Kernel ได้ โดยคาดการว่าน่าจะพร้อมใช้งานได้ในช่วงต้นปี 2020 ที่จะถึงนี้

    exFAT ถูกปล่อยออกมาครั้งแรกในปี 2006 โดยถือเป็นลิขสิทธิ์ File System ของบริษัท Microsoft เพื่อนำมาใช้งานกับ Flash drive หรือ SD Card ซึ่งถ้าผู้ใช้งานต้องการจะใช้งานบน Linux Kernel หรือ Mount อุปกรณ์ดังกล่าวจะต้องผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ก่อนถึงจะนำมาใช้งานได้

    ที่มา:
    https://techcrunch.com/2019/08/28/microsoft-wants-to-bring-exfat-to-the-linux-kernel/
    ⚌⚌⚌⚌⚌⚌⚌⚌⚌⚌⚌⚌⚌⚌⚌⚌⚌⚌⚌⚌
    .
    สมัครใช้บริการ OpenLandscape Cloud ได้ที่
    ➡️ https://gate.openlandscape.cloud/
    .
    ☁️ Contact Us ☁️
    ✉ e-mail : contact@openlandscape.cloud
    💻 เว็บไซต์ : https://openlandscape.cloud/

  • VMware เปิดเว็บสอน Kubernetes Academy ให้เรียนแบบฟรี ๆ

    VMware เปิดเว็บสอน Kubernetes Academy ให้เรียนแบบฟรี ๆ

    VMware เปิดเว็บสอน Kubernetes Academy ให้เรียนแบบฟรี ๆ

    VMware เปิดตัวเว็บสอน Kubernetes Academy ในงาน VMworld Conference ให้ผู้ใช้งานและผู้ที่สนใจได้เรียนแบบฟรี โดยโปรเจกต์นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Khan Academyและทาง VMware เองก็ต้องการคอมมูนิตี้สำหรับการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมโปรดักส์ของตนเองด้วย

    Kubernetes Academy เปิดสอนสำหรับผู้เริ่มต้น ไปจนถึงผู้ที่มีความรู้ระดับปานกลาง โดยแบ่งเป็นคอร์สสั้น ๆ ความยาววิดีโอละ 5 – 8 นาที สอนโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน Kubernetes ซึ่งมาจากทีมพัฒนา Kubernetes ของ VMware เบื้องต้นได้ปล่อยวิดีโอออกมาทั้งหมด 5 คอร์สด้วยกัน และมีแผนจะปล่อยออกมาเพิ่มอีกในอนาคต

    Containers 101: คอร์สสอน Containers เบื้องต้น โดยจะเป็นการปูพื้นฐานและทำความเข้าใจหลักการทำงานของ containers

    Kubernetes 101: คอร์สสอน Kubernetes เบื้องต้น เข้าใจคอนเซปต์พื้นฐานของ Kubernetes และการใช้งานร่วมกับ Container Orchestration

    Kubernetes in Depth: คอร์สสอน Kubernetes ในเชิงลึกมากยิ่งขึ้น เข้าใจหลักการใช้ การทำงานของ Kubernetes

    Interacting with Kubernetes: เข้าใจถึงความสำคัญของการใช้ Kubernetes ปูพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับ Kubectl และ Ingress ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของ Kubernetes

    How to Prepare for the CKA Exam: ให้ความรู้เรื่องเทคนิค แจกแหล่งความรู้ และเอกสารต่าง ๆ สำหรับการเตรียมตัวสอบใบประกาศนียบัตรของ CKA และ CKAD

    ที่มา:
    https://blogs.vmware.com/cloudnative/2019/08/27/introducing-kubernetes-academy-free-cloud-native-education-platform/

    ⚌⚌⚌⚌⚌⚌⚌⚌⚌⚌⚌⚌⚌⚌⚌⚌⚌⚌⚌⚌

    สมัครใช้บริการ OpenLandscape Cloud ได้ที่
    ➡️ https://gate.openlandscape.cloud/

    ☁️ Contact Us ☁️
    ✉ e-mail : contact@openlandscape.cloud
    💻 เว็บไซต์ : https://openlandscape.cloud/

  • Linux Lite 4.6 เปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว

    Linux Lite 4.6 เปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว

    Linux Lite เวอร์ชัน 4.6 เปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว

    Linux Lite ได้ปล่อยเวอร์ชัน 4.6 ให้ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดมาทดลองใช้ได้แล้ววันนี้ โดยรูปแบบและดีไซน์ของ เวอร์ชันนี้ใช้ Xfce DE ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับของ Windows ช่วยให้ผู้ใช้งานที่ติดการใช้งานแบบของทางฝั่ง Windows สามารถตัดสินใจมาใช้งาน Linux ได้ง่ายขึ้น ทั้งยังมีแพ็กเกจที่น่าสนใจ อย่าง Firefox 68.0.2 Quantum, Thunderbird 60.8.0, LibreOffice 6.0.7.3, VLC 3.0.7.1, Gimp 2.10.12 และ Timeshift 19.08.1

    นอกจากนี้ Linux Lite เวอร์ชันนี้ยังเป็น Lightweight ทำให้ผู้ใช้งานสามารถลงบนเครื่องได้แม้มีสเป็คเพียงแค่ 1GHz CPU และ RAM 768 MB  อย่างไรก็ตาม Linux Lite เวอร์ชัน 4.6 จะไม่สามารถรองรับผู้ใช้ 32 บิตได้ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ http://bit.ly/2kcdk8R

    ที่มา:
    https://news.softpedia.com/news/linux-lite-4-6-officially-released-it-s-based-on-ubuntu-18-04-3-lts-527222.shtml
  • 504 Gateway Timeout กับหน้าจองบัตรที่หายไป

    504 Gateway Timeout กับหน้าจองบัตรที่หายไป

    เคยใช่มั้ยคะ?

    ที่บางครั้งเวลาเราเข้าเว็บไซต์ต่างๆ แล้วต้องเจอกับสถานการณ์ เว็บพัง เว็บล่ม เข้าไม่ได้ ซึ่งหน้าเว็บมันก็จะบอก Code ซึ่งเป็นตัวเลขสามตัวมา เจอบ่อยๆหน่อยก็ 404 Page Not found แต่ว่าโค้ดพวกนี้นี่มันก็มีเยอะแยะมากมาย ซึ่งเราเองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเพราะโค้ดมันเยอะเหลือเกินใครจะไปนั่งจำ  อย่างมากเจอ Error อะไร ก็ก้อปไปวางใน Google แล้วหาว่ามันคืออะไร

    แต่เนื่องจากล่าสุดได้มีเหตุการณ์ เว็บจองบัตรคอนเสิร์ต Wanna One ล่มค่ะ
    (ก็เหมือนอย่างที่เคยเป็นมากับเว็บจองตั๋วอื่นๆ) แต่ละคนก็วิเคราะห์กันไปต่างๆนาๆ ซึ่งก็มีทั้งที่ถูกและที่ต้องมีการปรับทัศนคติกันเพิ่มเติมสักหน่อย เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง แอดมินขออนุญาตหยิบเหตุการณ์นี้มาพูดถึง เพื่อไขข้อข้องใจ ในแบบฉบับมนุษย์อ่านได้ ยายอ่านก็เข้าใจ

    อะไรเอ่ย ยังไม่ทันได้จองก็หมดแล้ว!!?
    ( source : facebook.com/WannaOne1TheWorldinBKK/ )

     เรื่องมันเริ่มจากที่…

    เมื่อวันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2018 ได้มีการเปิดจองบัตรคอนเสิร์ต Wanna One ที่เว็บไซต์ (https://www.wannaone1theworldinbkk.com/)
    โดยทางเว็บไซต์ได้เปิดให้จองตั้งแต่เวลา  10:00 น เป็นต้นไป…. ซึ่งพอถึงเวลาจองแล้วนั้น…..

    สวัสดีจ้า 504-Gateway Timeout
    (และอื่นๆ อีกมากมาย อาทิเช่น 503, 404)

    (source : https://twitter.com/DDnxShop/status/1005341740264329216)

     ในวันนั้นก็เกิดปรากฎการณ์ทางโซเชียลมากมาย  

    ตั้งแต่การที่ทุกคนร่วมใจกันสรรเสริญพี่ 504 จนติดอันดับเทรนด์บน Twitter เกิดการนำเลขไปแทงหวย เกิดกูรูผู้รู้ตื่นด้วยการพยายาม Inspect Element เข้าไปดู HTML เพื่อหา Root ของปัญหา (ได้หรอ 555)  และที่พีคสุดคือพี่ 504 Gateway Timeout แกดังจนถึงขนาดมีเสื้อเป็นของตัวเอง ภายในเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงจ้า

    (source: https://twitter.com/Nook_0995/status/1005302892109000704)

    ติดเทรนด์อันดับ 3 ซะด้วย เท่ปะ

    เสื้อก็มาจ้า

    หมวกก็ด้วยจ้า

    เอาไปซื้อลอตเตอรี่ก็ได้จ้า?

    ดังนั้น .. เวลาเราเห็นโค้ด Error ต่างๆขึ้นมาบนหน้าจอ ก็ให้ระลึกไว้เสมอเลยค่ะ ว่าตัวเลขพวกนี้ไม่ได้ขึ้นมาเพื่อใบ้หวย หรือบอกสายรถเมล์ขสมก.แต่อย่างใด เพราะมันคือ “HTTP Status Code” ซึ่งเจ้า code เนี้ย มันก็คือตัวเลขที่ถูกส่งมาจากเซิร์ฟเวอร์อีกที เพื่อบอกผู้ใช้งานว่า มันเกิดความผิดปกติอะไรขึ้นกับเว็บไซต์ ณ ตอนนั้น

     มารู้จัก HTTP Status Code แบบต่างๆกันก่อน

    ไม่ต้องไปจำหมดก็ได้ แต่สรุปง่ายๆเลยว่า

    504 Gateway Timeout Error = Server Error

     504-Gateway Timeout
    คืออะไรกันแน่ มาทำไมให้อายบ้านนา!?

    เวลาเราเปิด Browser เพื่อเข้าไปดูเว็บไซต์อะไรก็ตาม แน่นอนว่าระบบข้างหลังบ้านต้องมีการติดต่อสื่อสารกันแน่นอนค่ะ โดย Computer หรือฝั่ง Client อย่างเราๆนั้น นั้นจะคุยกับ Server ผ่าน HTTP (Hypertext Transfer Protocol)  โดยฝั่ง Client จะส่ง Request ออกไป แล้ว Server ก็จะ Response กลับมา ตามภาพด้านล่าง


     สาเหตุที่ทำให้หน้าเว็บไซต์แสดงโค้ด 504

    เกิดจากตัว Server ที่ใช้ในการวางเว็บไซต์นั้นๆ เริ่มมีอาการเอ๋อๆขึ้นมา หลังจากถูกระดม Request จากมวลมหาประชาชน (End-User) ทำให้ระบบมีการจราจรที่แน่นหนามาก (คือมี Traffic สูง) อารมณ์เหมือนระบบจราจรที่ติดเป็นคอขวดกัน เลยส่งผลให้ Server เริ่มตอบสนองช้าลงเรื่อยๆ กระทั่งเครื่อง Client บางคนรอการตอบสนองนานเกินไป จนเกิด Timeout คือหมดเวลาแล้วเธอคงต้องไป~ ไว้ลองเข้าใหม่อีกทีนะจ้ะ

     พอนึกออกกันหรือยัง?

    ถ้าใครเคยเจอมาก่อน ก็คงจะพอเริ่มนึกออกแล้วแหละค่ะ แบบว่าภาพจำมันยังชัดเจน เหมือนเดิมทุกอย่าง (จงอ่านตามด้วยอารมณ์ที่เจ็บปวด) อาการขั้นแรกคือมันจะงอแงๆก่อน เช่น เริ่มโหลดช้า โหลดแล้วค้าง ขึ้นหน้าขาวโพลนบ้างอะไรบ้าง เรามันก็วัยรุ่นใจร้อนซะด้วย F5 รัวๆวนไป  

    ก็เลยกลายเป็นว่าน้อง Server ที่แสนบอบช้ำอยู่แล้ว ดันถูกกระหน่ำยิง Request ซ้ำเข้าไปเยอะๆอีก จนในที่สุดก็เกินกำลังที่น้องจะรับมือไหว หลังจากนั้นน้องก็จะเข้าสู่อาการโคม่าทันที ก็คือรีสตาร์ทตัวเองไปเลย จบ!! (แล้วเว็บก็ล่มในที่สุด) 

     ขอแบบง่ายๆค่ะพี่!

     เปรียบง่ายๆได้แบบนี้จ้า

    หากเปรียบสถานการณ์แบบนี้เป็นรายการเซอร์ไวเวอร์.. ก็เหมือนเราอยู่ตำแหน่งท้ายสุดของของตารางเลยค่ะ
    คืออยู่เกินจุดที่ Server มันรับได้ไปแล้ว โดยคนส่วนน้อยข้างบนคือคนที่เร็ว คนที่ไว และแต้มบุญค่อนข้างสูงด้วย
    และอย่าลืมว่าในขณะที่เราติดอยู่ในวังวน Timeout หน้าขาวซีดเป็นเอสี่ ตอนนั้นก็มีบางคนกำลังกดจากหน้าเคาท์เตอร์ไปด้วย แต่ก็นั่นล่ะค่ะ… มันไม่มีกฎตายตัวบอกว่าเราจะรอดได้ขึ้นไปติดบนๆของตารางมั้ย อยู่ที่จังหวะจริงๆ

     อ้าว! เป็นที่ Server แล้วตัว Web Sourcecode เกี่ยวมั้ย?

    ถึงแม้ดูเผินๆแล้วเหมือนปัญหานั้นจะเกิดจากฝั่ง Server เป็นหลัก แต่ทางฝั่งของ Web เองก็ต้องตรวจสอบ Code ของตัวเองด้วยเช่นกัน ว่าเขียนมาแบบไหน เลือกใช้ภาษาอะไรในการเขียน เพราะบางครั้งการเพิ่มจำนวนทรัพยากร Server เพียงอย่างเดียว อาจเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุมากกว่า เราต้องเช็คตัว Sourcecode ของเว็บไซต์ควบคู่ไปด้วย เพื่อให้สามารถใช้ทรัพยากรที่มีได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

    พักฟังสาระสำคัญทางนี้!

    “การที่เราไปส่อง Web Sourcecode ผ่านการ Inspect Element หรือ View Pagesource ใน Web browser นั้น ไม่มีข้อมูลตรงไหนที่ตอบเราได้ว่าเว็บเขียนมาดีหรือไม่ดีเพียงพอในการรับโหลด คงมีเพียง Developer เท่านั้นที่รู้ตัวเองดีที่สุดค่ะ”

     ทำไมเว็บจองบัตรคอนเสิร์ตชอบล่ม? (และโหลดช้าเหลือเกินค่ะคุณพี่)

    เหตุก็เกิดมาจาก….

    “เปิดจองพร้อมกันวันที่ xx xxxx xxxx เวลา 10.00 น.”

    ก็แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่า … เมื่อถึงเวลา 10.00 น. จะมีมวลมหาประชาชน พากันกระหน่ำกดเข้าเว็บไซต์ที่เปิดจองนั้นๆ เยอะแยะมากมายขนาดไหน  แหม..ใครๆก็อยากได้บัตร เพราะฉะนั้นก็ต้องรีบตื่นมาจองตอนมันเปิดเลยสิ

    ซึ่งบางคนพอเห็นเริ่มช้าๆ ก็เลยใส่ท่า F5 มารัวๆ นี่ยังไม่รวมคนที่เปิดหลาย Device ทิ้งไว้ พอถึงเวลาก็กระหน่ำกดกันเข้าไปอีก
    นั่นหมายความว่า Server จะมีการรับก้อน Request มากมายมหาศาลในช่วงเวลานั้น จนเกินกำลังจะรับไหว แล้วสุดท้ายก็แพ้ไป….

    แล้วยิ่งกับบัตรคอนเสิร์ตวงต่างชาติทั้งหลายที่ดังระดับ Worldwide เนี่ย อย่าลืมว่ามีประชาชนชาติอื่นๆ
    เข้ามากดจองกับเรากันด้วยนะเออ…

    (source: https://www.youtube.com/watch?v=qTDqA_FVTV8&ab_channel=NEWS1)

    TCAS ก็ล่มบ่อยนะจ้ะ

    แน่นอนว่าเคสนี้ไม่ได้เกิดกับแค่เว็บกดบัตรคอน แต่รวมไปถึงเว็บที่ต้องมีการรองรับโหลดมหาศาล พร้อมๆกัน ภายในช่วงเวลาระยะหนึ่ง เช่น เว็บสมัครสอบ เว็บฟังผลสอบ เหล่านี้ก็ล้วนเคยล่มทั้งนั้นจ้า

     ในเมื่อ Server รับคนได้ไม่พอ ก็ไปหาวิธีเพิ่มสิพี่!

    คำถามต่อมาคือ แล้วใครจะยอมจ่าย? ในส่วนของวิธีการทำนั้นมีแน่นอนอยู่แล้วค่ะ ไม่งั้นเว็บที่ต้องมีความน่าเชื่อถือสูงๆอย่างธนาคารต่างๆเค้าจะอยู่กันได้ยังไง แต่ปัญหาก็คือ การทำให้เว็บไซต์สามารถออนได้ตลอดเวลา ฆ่าก็ไม่ตาย หรือทำให้มีความ High Availability (HA) มักต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นมาอีก ซึ่งบางองค์กรอาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องความคุ้มค่าทางธุรกิจของเค้า เรื่องนี้ไม่มีใครตอบได้ นอกจากตัวผู้ให้บริการเอง ว่าเค้าให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน หรือถ้าเกิดแล้วจะแก้ปัญหากันอย่างไร

     อย่าปล่อยให้ใครมาสาปเราก่อน!

    หากเราเป็นแค่ผู้ใช้บริการ เราก็คงจะทำอะไรมากไม่ได้ นอกจากแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นไปยังผู้ให้บริการ และรอผู้ให้บริการทำการแก้ปัญหา

    แต่ถ้าเราเป็นผู้ให้บริการล่ะ? ในเมื่อปัจจุบันเรามีวิธีการต่างๆมากมายในการแก้ปัญหานี้ได้ หากธุรกิจของคุณ
    นั้นมีลักษณะการให้บริการ ที่ต้องรองรับโหลดคนจำนวนมาก ในระยะเวลาหนึ่ง ทำไมเราไม่ลองหาวิธีแก้ไขมันดูหน่อย?  ซึ่งทาง OpenLandscape เองเราก็มีบริการและโซลูชันต่างๆที่ตอบโจทย​์ความต้องการนี้ด้วยนะ

    • Cloud Service ย้ายมาใช้งานระบบคลาวด์ ซึ่งเราสามารถเลือกที่จะเพิ่ม ทรัพยากรสำหรับรองรับการเพิ่มของจำนวนผู้ใช้งาน แค่เฉพาะเวลาที่ต้องการได้
    • Professional Service สำหรับปรึกษาหรือช่วยเหลือในการนำเทคโนโลยีต่างๆมาช่วยในการทำ Clustering  เพื่อกระจาย Load ทำให้เว็บไซต์มี HA (High Availability)รับมือกับทุกสถานการณ์ได้ดียิ่งขึ้น

    ติดตามข่าวสารใหม่ๆ หรือข้อมูลน่ารู้อีกมากมายได้ที่

      OpenLandscape Fanpage | https://www.facebook.com/openlandscapecloud/
      OpenLandscape Twitter | https://www.twitter.com/olscloud/
      OpenLandscape Cloud | https://openlandscape.cloud/

  • GDPR คือ อะไรทำไมทั้งโลกถึงให้ความสำคัญ ?

    GDPR คือ อะไรทำไมทั้งโลกถึงให้ความสำคัญ ?

    ในโลกปัจจุบัน…. ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอินเตอร์เน็ตนั้นมีบทบาทที่สำคัญมาก แทบจะทุกตารางนิ้วบนโลกใบนี้ ได้ถูกเชื่อมเอาไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ สังเกตได้ว่ามีแอพต่างๆมากมายเกิดขึ้นไม่เว้นวัน แต่ละแอพต่างก็มีการขอเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ (เช่น Google,Facebook,Twitter,Youtube ,Uber) ดังนั้นข้อมูลมากมายจึงถูกส่งไปที่ต่างๆมากมายนับไม่ถ้วนในแต่ละวัน และแน่ใจได้เลยค่ะว่า… ทุกการกระทำของเราบนโลกออนไลน์ได้ถูกบันทึกไว้โดยผู้ให้บริการแน่นอน ด้วยเหตุนี้เอง “GDPR” จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อควบคุมมาตรฐานของการที่องค์กรจะนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ มาดูกันดีกว่าค่ะว่า GDPR คือ อะไร


     The Beginning of GDRR

    “GDPR” ย่อมาจาก “General Data Protection Regulation” ป็นกฏหมายสำหรับคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data) ของพลเมืองยุโรป โดยเป็นการนำมาใช้แทนกฏหมายเดิม EU Directive 95/46 ที่ใช้กันมาเนิ่นนานมากตั้งแต่ปี 1995 ซึ่งยุคนั้นยังเป็นยุคที่อินเตอร์เน็ตยังไม่เข้ามามีบทบาทขนาดนี้ ดังนั้นการนำกฏหมายที่เก่าเกินไปและไม่เข้ากับยุคสมัยมาใช้จึงเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอีกต่อไป

    “GDPR” นั้นถูกประกาศให้เริ่มใช้โดยสหภาพยุโรป (EU) มาตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2016
    แต่เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2018 ที่ผ่านมานี้เอง


     เพราะข้อมูลส่วนตัวนั้น ..สำคัญไฉน

    หากใครยังงงและสับสนว่าข้อมูลส่วนตัวของเราบนโลกออนไลน์นี่มีอะไรบ้าง ก็ขอตอบตรงนี้เลยนะคะว่า ‘ทุกอย่าง’ ค่ะ แค่เราเปิดเว็ปนั้นเข้าไปก็มีข้อมูลของเราส่งออกไปแล้วว่าเราเปิดเว็ปอะไร ตั้งแต่ไอพีแอดเดรส, ชื่อ, รูปถ่าย, ที่อยู่, อีเมล, ข้อมูลทางการแพทย์, ข้อมูลบัตรต่างๆ กระทั่งคำคมโดนๆที่เราโพสท์บน Social Network และพฤติกรรมการใช้งาน

    เดิมที ….เรารับรู้แค่ว่าผู้ให้บริการนั้นๆจะเอาข้อมูลเราไปทำอะไรต่างๆมากมาย แต่ไม่รู้ว่าเขาจะเอาไปทำอะไรบ้าง จะไปทำอะไรไม่ดีรึเปล่า แต่สุดท้าย หากต้องใช้บริการจากเขา เราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่ดีที่ต้องยอมให้ข้อมูลไป โดยที่แต่ก่อนมีแค่กฏหมายคุ้มครองของแต่ละประเทศที่ตั้งกันตามใจชอบ ไม่มี Standard ที่ชัดเจนกันสักที จนกระทั่ง GDPR กำเนิดเกิดขึ้นมานี่แหละ


    GDPR change the world!

    แม้จะดูเหมือนเป็นแค่กฏหมายที่ออกโดย EU เพื่อพลเมืองชาว EU แต่ว่าการประกาศใช้กฏหมายนี้ได้สร้างความสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ให้กับองค์กรทั่วโลก เมื่อวันที่ 25 ที่ผ่านมาเราอาจจะเห็นอีเมลอัพเดทข่าวสารจากเว็ปไซต์และแอพต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องการปรับใช้ GDPR กับเวปไซต์หรือแอพของตัวเอง นั่นก็เพราะ กฏหมาย GDPR มันจะตามไปคุ้มครองข้อมูลพลเมืองยุโรป ไม่ว่าข้อมูลจะวิ่งไปเก็บอยู่ที่ไหนของโลกก็ตาม


     ดูยุ่งยากไป..ไม่ปรับได้มั้ย?

    ไม่ปรับได้ ..แต่เราจะอยู่ยากมากค่ะ หนึ่งก็คือด้วยความที่มันตามไปคุ้มครองชาวยุโรปรายบุคลคลนี่แหละค่ะ ที่ทำให้ทุกๆองค์กรต้องขยับ ต้องปรับตามกันไปหมด เพราะมันแทบเป็นไปไมไ่ด้เลย ในการหลีกเลี่ยงที่จะไม่เก็บข้อมูลชาว EU ที่มีสัดส่วนประชากรสูงถึง 26.18 ของโลก และมีถึง 28 ประเทศสมาชิก แถมยังมีประเด็นอื่นๆที่สำคัญ ดังนี้….

    • ถ้าเราคือคนที่ทำธุรกิจประเภทที่ต้องเก็บข้อมูลของคนต่างชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น การโรงแรม การท่องเที่ยว ธนาคารต่างๆ รวมไปถึง Market Place โดยรวมแล้วก็ครอบคลุมแทบทุกธุรกิจ
    • ถ้าเราไม่อยากเสียโอกาสทางธุรกิจ ในการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์หรือองค์กร
    • ถ้าเราไม่อยากเสียค่าปรับสูงถึง 20 ล้านยูโร หรือไม่เกิน 4% ของรายได้รวมทั่วโลก
    • ถ้าเราต้องการยกระดับ หรือปรับมาตรฐานการจัดการกับข้อมูล (เก็บ-ถ่าย-โอน) ด้วยวิธีการที่มีประสิทธิภาพและทันสมัยเข้ากับยุคมากขึ้น

     สิทธิ์การคุ้มครองข้อมูลของ GDPR

    (1) Breach Notification
    สิทธิ์ที่จะได้รับแจ้งเมื่อเกิดความเสียหายหรือการรั่วไหลของข้อมูล ภายใน 72 ชั่วโมง

    (2) Right to Access
    สิทธิ์ที่จะรับรู้และยินยอมให้มีการเข้าถึงข้อมูล ต้องมีการแจ้งให้ทราบว่าจะใช้ข้อมูลในทางใดอย่างโปร่งใสและชัดเจน ใช้ภาษาที่เป็นมาตรฐาน เข้าใจได้โดยทั่วกัน และใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งเท่านั้น

    (3) Right to Forgetten
    สิทธิ์ที่จะขอให้ลบข้อมูล หรือขอยกเลิก หรือปฏิเสธการอนุญาตในการเข้าถึงข้อมูลของตนเอง

    (4) Data Portability
    สิทธิ์ที่จะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับตัวเอง โดยต้องเข้าถึงได้ง่าย และไม่มีค่าใช้จ่าย

    (5) Privacy by Default
    สิทธิ์ที่จะได้รับความคุ้มครองตั้งแต่ต้น โดยให้องค์กรวางระบบคุ้มครองช้อมูลตั้งแต่ตอนที่ออกแบบระบบ และจำกัดการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะผู้่ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

    (6) Data Protection Officer (DPO)
    สิทธิ์ที่จะได้รับการคุ้มครองโดยเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล (DPO) และเปลี่ยนมาใช้ระบบการเก็บบันทึกข้อมูลภายในองค์กร เพื่อแทนการแจ้งการประมวลผลข้อมูลต่อหน่วยงานท้องถื่นตามกฏหมายเดิม

    ส่วนวิธีการเตรียมตัว และการการปรับการจัดการกับข้อมูลให้ตรงตามกฏหมาย สามารถดูและปฏิบัติตามข้อกำหนดได้ตามเอกสารนี้ (ข้อกำหนด) ได้เลยค่ะ


     แล้วคนไทย..ได้รับการคุ้มครองมั้ย?

    ประเทศไทยเรามี  ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่คล้ายๆกับ GDPR อยู่ค่ะ
    ซึ่งก็เพิ่งจะผ่านมติเห็นชอบจาก ครม.เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2018 ที่ผ่านมา

    แต่ในสุดท้ายแล้วหลังจากกฏหมายนี้ถูกบังคับใช้ เราก็พลอยได้รับการคุ้มครองโดยอัตโนมัติไปด้วยอยู่ดี
    เพราะหลายๆองค์กรเองก็จำเป็นต้องปรับเพื่อให้เป็น Standard ใหม่นี้ สำหรับรองรับข้อมูลชาว EU

     

    จำหลักการง่ายๆด้วย 3 คีย์เวิร์ดหลักๆ

    “ซื่อสัตย์ / ชัดเจน / มั่นใจ”

     

    สรุปหลักง่ายๆของ GDPR เลยก็คือ “การแสดงผู้ใช้บริการ เห็นถึงความโปร่งใสในการเก็บข้อมูลส่วนตัว และให้ความชัดเจนถึงวิธีในการนำข้อมูลส่วนตัวของเค้าไปใช้ เพื่อเพิ่มความเชื่อใจระหว่างลูกค้ากับองค์กร” ถือเป็น win-win situation เพราะเราก็จะรับรู้ว่าข้อมูลของเราก็จะไปทำประโยชน์ให้เค้าจริงๆ ไม่ได้ถูกเอาไปใช้โกงอะไร ส่วนเราก็ได้ใช้บริการจากเค้าด้วยเช่นกัน

     

    ติดตามข่าวสารใหม่ๆ หรือข้อมูลน่ารู้อีกมากมายได้ที่

      OpenLandscape Fanpage | https://www.facebook.com/openlandscapecloud/
      OpenLandscape Twitter | https://www.twitter.com/olscloud/
      OpenLandscape Cloud | https://openlandscape.cloud/

     

  • บริการ OLS Cloud ที่ตอบโจทย์ความต้องการ IaaS ของธุรกิจ

    บริการ OLS Cloud ที่ตอบโจทย์ความต้องการ IaaS ของธุรกิจ

    OpenLandscape Cloud (OLS Cloud) การให้บริการ เพื่อใช้งาน server ในลักษณะที่เป็น Virtual Machine (Instance) ซึ่งคุณสามารถเลือกที่จะจัดสรรทรัพยากรได้ด้วยตนเองและสามารถเลืกใช้ได้เฉพาะบางช่วงเวลาที่ต้องการ โดยทรัพยากรที่เพิ่มขึ้นจะคิดค่าใช้จ่ายตามปริมาณการใช้งานจริง (Pay Per Use or Pay As You Go) ผู้ใช้บริการสามารถเลือกลงระบบปฏิการที่ต้องการใช้งานเองได้ ไม่ว่าจะเป็น Windows หรือ Linux ผู้ใช้สามารถจัดสรรทรัพยากรได้ทั้ง CPU, Ram, Disk ที่ต้องการใช้งานได้อย่างอิสระ เพื่อรองรับการขยายความต้องการใช้งานของผู้ใช้งานที่มากขึ้นในทุกๆวัน

    (more…)