Category: News

  • สำรวจ 6 เทรนด์ Cybersecurity ยอดนิยมของปี 2024!

    สำรวจ 6 เทรนด์ Cybersecurity ยอดนิยมของปี 2024!

    ในยุคที่ Generative AI มีบทบาทในการทำงานขององค์กรทั่วโลก การเตรียมความพร้อมในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ จึงต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2024 นี้ผู้นำด้านความปลอดภัยจะต้องเตรียมรับมือกับความซับซ้อนและความเสี่ยงที่เพิ่มมากขึ้น ด้วยการนำแนวปฏิบัติ และการปรับโครงสร้างต่างๆ มาใช้ในโปรแกรมด้านความปลอดภัย เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับองค์กร และปรับปรุงประสิทธิภาพของฟังก์ชันด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น Gartner จึงได้สรุป 6 เทรนด์ด้าน Cybersecurity ปี 2024 เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการปรับปรุง และเตรียมความพร้อมสำหรับองค์กร

    1. Generative AI 

    Generative Ai หรือ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ที่สามารถใช้เพื่อสร้างคอนเทนต์ใหม่ๆ ได้ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น รูปภาพ วีดีโอ หรือเสียง และถึงแม้ว่าการพัฒนาของ Generative AI ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่เห็นได้ชัดว่าเทคโนโลยีนี้ได้เข้ามามีบทบาทในการทำงานเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT หรือ Gemini โดย Gartner ได้แนะนำว่าธุรกิจควรมีการศึกษา และมองหาแนวทางในการนำ Generative AI เข้ามาใช้อย่างมีจริยธรรม และตั้งอยู่บนพื้นฐานด้านความปลอดภัย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตที่จะมีการประยุกต์ใช้งานในรูปแบบใหม่ๆ อีกมากมาย 

    2. Cybersecurity Outcome-Driven Metrics   

    Outcome-Driven Metrics (ODMs) เป็นการวัดค่าผลสำเร็จของระบบรักษาความปลอดภัยภายในองค์กร ช่วยให้ธุรกิจสามารถมองเห็นถึงความสัมพันธ์ของการลงทุนในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ และผลลัพธ์ที่ได้อย่างชัดเจน ซึ่งมีความจำเป็นอย่างมากต่อการกำหนดกลยุทธ์ รวมถึงทำให้รับรู้ถึงประโยชน์ และผลกระทบของกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยในแง่มุมต่างๆ ซึ่งทำให้ผู้บริหารที่แม้จะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที ก็สามารถเข้าใจได้ง่าย และทำให้กล้าลงทุนในด้านความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น เช่น สัดส่วนความสำเร็จในการป้องกันการโจมตี เป็นต้น

    3. Security Behavior and Culture Programs (SBCPs)

    Security Behavior and Culture Programs (SBCPs) หรือ โปรแกรมพฤติกรรมและวัฒนธรรมด้านความปลอดภัย ซึ่งในปัจจุบันผู้นำด้านความปลอดภัยทั่วโลก ต่างตระหนักถึงการให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดย Gartner ได้มีการวิเคราะห์ว่า ภายในปี 2027 ผู้บริหารด้านความปลอดภัยหรือ CISO ขององค์กรทั่วโลกกว่า 50% จะเริ่มมีการปรับใช้ Human – Centric Security Design เพื่อลดความเสี่ยงให้กับองค์กร โดยหลายองค์กรได้เริ่มจัดตั้งโครงการเสริมสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ หรือ Security Behavior and Culture Programs (SBCP) ซึ่งจะช่วยลดพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และช่วยให้พนักงานสามารถใช้ทรัพยากรด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    4.Resilience-Driven, Resource-Efficient Third-Party Cybersecurity Risk Management

    เป็นการจัดการความเสี่ยงทางไซเบอร์ของบุคคลที่สาม ที่เน้นความยืดหยุ่นและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งองค์กรทั่วโลกต่างต้องเผชิญกับการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก ไม่ว่าจะเป็น พันธมิตรทางธุรกิจ หรือคู่ค้า ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ องค์กรจึงควรลงทุนในด้านความปลอดภัย ที่เน้นไปที่ความยืดหยุ่นตามสถานการณ์ ให้สามารถปรับตัวและฟื้นตัวจากเหตุการณ์ภัยคุกคามไซเบอร์ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจจะต้องมีการสร้างคู่มือในการรับมือกับเหตุการณ์เฉพาะจากบุคคลภายนอก และดำเนินการฝึกซ้อมสถานการณ์จำลองที่อาจจะเกิดขึ้นจริง นอกจากนี้ การบริหารจัดการทรัพยากรด้านความปลอดภัยไซเบอร์อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้องค์กรมีความพร้อมในการจัดการ และลดความร้ายแรงของลดผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ในอนาคต 

    5.Continuous Treat Exposure Management 

    Continuous Threat Exposure Management (CTEM) เป็นแนวปฏิบัติเชิงรุกในการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยเน้นไปที่การตรวจสอบ ระบุ ประเมิน จัดการภัยคุกคามและช่องโหว่ด้านไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง โดย Gartner คาดการณ์ว่าภายในปี 2026 องค์กรที่ให้ความสำคัญกับการลงจัดสรรงบประมาณในด้านความปลอดภัยตามวิธี CTEM จะช่วยลดการละเมิดหรือขโมยข้อมูลขององ์กรได้ถึง 2 ใน 3 ส่วน สิ่งสำคัญคือผู้บริหารจะต้องคอยตรวจสอบและเฝ้าระวังระบบงานแบบ Digital Hybrid ขององค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อตรวจจับความผิดปกติและแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างถูกจุด

    6.Identity & Access Management (IAM) 

    หลายองค์กรในปัจจุบันได้มีการหันมาใช้แนวทางแบบ Identity & Access Management (IAM) ซึ่งเป็นการเน้นการพิสูจน์ตัวตนเป็นหลัก สำหรับการจัดการสิทธิ์ในการเข้าถึง ผ่านการกำหนดบทบาทและระบุตัวตน ซึ่งจะเป็นการสร้างเครื่องมือเพื่อควบคุมสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งานที่ถูกต้องตาม User roles เช่น ข้อมูลการเงินของบริษัทที่กำหนดให้เฉพาะฝ่ายบัญชีเข้าได้ถึงเท่านั้น ฝ่ายทรัพยากรบุคคลจะไม่สามารถเข้าไปดูได้ เป็นต้น โดยทาง Gartner ได้มีการแนะนำว่า ผู้นำด้านความปลอดภัยขององค์กรควรเสริมสร้างและยกระดับความแข็งแกร่งของระบบ IAM ควบคู่ไปกับการรักษาความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน อีกทั้งยังแนะนำให้นำกระบวนการ และเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารจัดการสิทธิ์และการเข้าถึงมาประยุกต์ใช้เพื่อความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ดีขึ้น


    ที่มา : https://www.gartner.com/en/newsroom/press-releases/2024-02-22-gartner-identifies-top-cybersecuritytrends-for-2024

  • พบช่องโหว่ใน Shim Bootloader ที่กระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน Linux!

    พบช่องโหว่ใน Shim Bootloader ที่กระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน Linux!

    Shim bootloader หนึ่งใน Open-Source ขนาดเล็กที่ได้รับการดูแลโดย Red Hat ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในกระบวนการ Secure Boot บนคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Unified Extensible Firmware Interface (UEFI)

    ช่องโหว่ที่พบในครั้งนี้ คือ CVE-2023-40547 ซึ่งถูกค้นพบโดย Bill Demirkapi นักวิจัยด้านความปลอดภัยของ Microsoft ที่ได้ออกมาเปิดเผยเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2024


    ข้อบกพร่องของ Shim bootloader นี้เกิดขึ้นในส่วนการบูตอิมเมจผ่าน HTTP (httpboot.c)

    Shim bootloader จะต้องมีการจอง Buffer ให้ไฟล์ที่ได้รับผ่านทางโปรโตคอล HTTP หรือโปรโตคอลอื่น ซึ่งขนาดจะระบุใน HTTP header ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถสร้างคำขอ HTTP ที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อทำให้เกิดการ Out-of-Bounds Write กระบวนการนี้อาจทำให้ผู้โจมตีสามารถโจมตีระบบได้โดยการรันโค้ดก่อนที่ระบบปฏิบัติการจะโหลด ซึ่งไม่ผ่านกลไกความปลอดภัยของ Kernel

    ในเวลาต่อมาผู้เชี่ยวชาญจาก Eclypsium ได้ออกมาแจ้งถึงความร้ายแรงของช่องโหว่ดังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ผู้โจมตีอาจมาจากในท้องถิ่นที่อยู่ในเครือข่ายที่ติดกัน แต่ถึงอย่างไรผู้โจมตีที่อยู่ระยะไกลอาจยังมีอยู่ด้วยเช่นกัน โดยผู้โจมตีจากระยะไกลสามารถดำเนินการโจมตีแบบแทรกกลางการสื่อสาร (MiTM) โดยสกัดกั้นการรับส่งข้อมูล HTTP สำหรับการบูต HTTP ซึ่งอาจมาจากตำแหน่งเครือข่ายใด ๆ ระหว่างเหยื่อและเซิร์ฟเวอร์

    นอกจากนี้ผู้โจมตีที่อยู่ในระดับท้องถิ่นสามารถแก้ไขตัวแปร EFI หรือ EFI Partition โดยใช้ Live Linux USB เพื่อเปลี่ยนลำดับการบูตและโหลด Shim ที่อันตราย โดยสามารถลอบรันโค้ดได้โดยไม่ต้องปิดใช้งาน Secure Boot และในกรณีที่ผู้โจมตีอยู่ในเครือข่ายเดียวกันสามารถใช้ PXE เพื่อโหลด Shim ที่อันตรายได้โดยใช้ช่องโหว่ดังกล่าว


    ผู้ใช้งาน Linux ป้องกันได้อย่างไร ?

    จากเหตุการณ์ดังกล่าว RedHat ได้ทำการออกโค้ดคอมมิตเพื่อแก้ไขในวันที่ 5 ธันวาคม 2023 ซึ่ง Linux ที่ใช้ Shim และรองรับ Secure Boot จำเป็นต้องนำโค้ดไปแก้ไข โดยค่ายที่มีความเกี่ยวข้องในเหตุการณ์นี้ เช่น Red Hat, Debian, Ubuntu และ SUSE โดยผู้ใช้ควรอัปเดต Shim เวอร์ชันล่าสุด v15.8 ขึ้นไป

    Eclypsium ยังได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ผู้ใช้ Linux ต้องอัปเดต UEFI Secure Boot DBX เพื่อเพิ่มค่ารวม Hash ของ Shim ที่มีช่องโหว่และทำการ Sign ในเวอร์ชันที่ได้รับแพตช์ด้วย Microsoft Key ที่ถูกต้อง โดยเมื่อทำการอัปเดต Shim เป็นเวอร์ชัน 15.8 แล้ว จะต้องใช้คำสั่ง ‘fwupdmgr update’ (fwupd) อีกด้วย แต่ Linux ในหลายๆ ค่าย สามารถทำผ่าน GUI ได้เช่นกัน

    ที่มา : https://www.bleepingcomputer.com/news/security/critical-flaw-in-shim-bootloader-impacts-major-linux-distros/

  • พบช่องโหว่ใน Jenkins Instance เสี่ยงต่อการถูกโจมตีจากผู้ไม่หวังดี !

    พบช่องโหว่ใน Jenkins Instance เสี่ยงต่อการถูกโจมตีจากผู้ไม่หวังดี !

    ผู้เชี่ยวชาญจาก Shadowserver เตือน! พบช่องโหว่ที่นำไปสู่การเข้าถึงข้อมูลใน Jenkins

    เมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2024 มีประกาศแจ้งเตือนเกี่ยวกับช่องโหว่ร้ายแรงใน Jenkins ที่นำไปสู่การเข้าถึงข้อมูลสำคัญ โดยผู้เชี่ยวชาญจาก Shadowserver ได้ออกมาแจ้งว่า มีเซิร์ฟเวอร์ Jenkins จำนวนมากถึง 45,000 ตัวที่เข้าถึงได้ผ่านอินเทอร์เน็ตและได้รับผลกระทบดังกล่าว ซึ่งช่องโหว่ในเหตุการณ์นี้คือหมายเลข CVE-2024-23897


    ช่องโหว่ดังกล่าวเกิดจากการใช้ไลบรารี args4j

    ซึ่งมีฟีเจอร์ที่สามารถใช้เครื่องหมาย @ เพื่ออ้างอิงไฟล์อื่นๆ ที่อาจทำให้ผู้ไม่หวังดีใช้ช่องทางนี้เข้าถึงและสามารถอ่านไฟล์ต่างๆ รวมถึงยังสามารถเข้าถึงข้อมูลในไบนารีที่มีกุญแจเข้ารหัสได้ และอาจนำไปสู่การโจมตีที่ร้ายแรงมากยิ่งขึ้น เช่น การลอบรันโค้ด เป็นต้น


    Jenkins ได้มีการออกแพตช์ใหม่ เวอร์ชัน 2.442 และ 2.426.3 เพื่อแก้ไขช่องโหว่นี้ทันที

    นอกจากนี้ผู้ใช้ Jenkins ยังสามารถดำเนินการเบื้องต้น เพื่อป้องกันการถูกโจมตีและการเข้าถึงข้อมูลที่ไม่ได้รับอนุญาต ได้ดังนี้

    • อัพเดต Jenkins เป็นเวอร์ชัน 2.442 หรือ 2.426.3 LTS
    • ปิดฟีเจอร์ CLI และ SSH
    • ตรวจสอบการตั้งค่าและการกำหนดค่าต่างๆ รวมถึงเฝ้าระวังการทำงานและกิจกรรมที่เกิดขึ้นในระบบที่ไม่ปกติ

    สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.techtalkthai.com/45000-effected-cve-2024-23897-jenkins-connected-to-internet/

  • วิธีการยืนยันตัวตน eKYC บน Openlandscape Cloud

    วิธีการยืนยันตัวตน eKYC บน Openlandscape Cloud

    eKYC คือ อะไร ทำไมถึงต้องยืนยันตัวตน ?

    ภาพประกอบ 1 eKyc คือ

    eKYC (Electronic Know Your Customer) คือ การยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ การทำความรู้จักผู้ใช้บริการผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงการทำธุรกรรมได้ง่าย และสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพราะมีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง AI มาช่วยในการยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อได้มีการใช้ร่วมกันกับขั้นตอนการตรวจสอบอื่น ๆ อย่างเหมาะสมกับสภาพความเสี่ยงของธุรกรรม จะช่วยลดเวลา และกำลังคนที่ต้องดำเนินการ รวมถึงสามารถลดความผิดพลาดระหว่างดำเนินการได้อีกด้วย

    โดยผู้เก็บข้อมูลต้องใช้ทักษะและความชำนาญของการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการระบุตัวตนบุคลากร (Identification) และยืนยันตัวตน (Verification) แทนการใช้ KYC หรือ การทำความรู้จักผู้ใช้บริการในรูปแบบเดิมที่ยุ่งยากกว่า แถมยังใช้เวลานาน เนื่องจากผู้ใช้บริการต้องกรอกข้อมูลเพื่อยืนยันตัวตนส่วนบุคคล พร้อมทำเรื่องส่งเอกสาร และยังต้องเดินทางไปแสดงตัวตนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ด้วยตนเองอีกด้วย (Face-to-Face) เรียกได้ว่าตั้งแต่เริ่มในขั้นตอนการสมัครครั้งแรก รวมถึงในการทำธุรกรรมครั้งถัดไป ตามข้อกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน และการป้องกันการสนับสนุนการก่อการร้าย เป็นไปตามกฎหมายที่ไว้คุ้มครองผู้บริโภคจากการทุจริต บังคับให้ธุรกิจต้องมีการทำ KYC เพื่อความปลอดภัยนั่นเอง


    ONE ID คืออะไร ?

    ภาพประกอบ 2 eKyc คือ

    ONE ID คือ บัญชีระบบยืนยันตัวตนกลาง (ONE ID Account Terms of Use) สำหรับการใช้บริการทั้งหมดที่เกี่ยวกับบัญชีระบบยืนยันตัวตนกลาง (ONE ID Account) ให้บริการโดย ไทย ไอเด็นติตี้ส์ (THAI IDENTITIES) และบริษัทในเครือ

    โดยสามารถอ่านรายละเอียด ข้อกำหนดการใช้บริการ ONE ID และ นโยบายความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้ที่ ONE PLATFORM 


    ข้อดีของการยืนยันตัวตน eKYC 

    ✅ ทำธุรกรรมการเงินสะดวกยิ่งขึ้นด้วยอัตลักษณ์บุคคล

    ✅ ช่วยระบุไอดีที่เป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล ป้องกันการแอบอ้าง หรือ ปลอมแปลงข้อมูลส่วนบุคคล

    ✅ เพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูลส่วนบุคคลที่รัดกุมด้วย Multi Risk Signal-Based 


    วิธีการยืนยันตัวตน eKYC 

    วิธีการสมัครสมาชิกและเข้าใช้งานระบบ eKYC ของ gate.openlandscape.cloud บน OpenLandscape Cloud สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การสมัครสมาชิกและเข้าใช้งานระบบ eKYC

  • OLS Package ! ครอบคลุมผู้ใช้ทุกระดับ พร้อมใช้งานแล้ว บน OpenLandscape Cloud

    OLS Package ! ครอบคลุมผู้ใช้ทุกระดับ พร้อมใช้งานแล้ว บน OpenLandscape Cloud

    OpenLandscape Cloud มาพร้อมกับ Package สุดคุ้ม ! 

    คุ้มค่ากว่าเดิม ครอบคลุมผู้ใช้งานในทุกระดับ ตอบโจทย์การให้บริการอย่างเต็มประสิทธิภาพ ให้คุณพร้อมใช้งานได้แล้ววันนี้ !

    โดยรายละเอียด Package มีให้คุณเลือกได้ถึง 3 รูปแบบ ดังนี้

    • Starter เหมาะสำหรับการพัฒนาระดับเริ่มต้น ใช้ทดสอบระบบ การสร้างเว็บไซต์ หรือ แอปพลิเคชันระดับเริ่มต้น 
    • CPU-Optimize เหมาะสำหรับการพัฒนาโปรเจกต์ หรือแอปพลิเคชันที่เน้นการประมวลผลข้อมูลระดับสูง รวมถึงการสร้างเว็บที่ต้องการรองรับผู้เข้าใช้งานจำนวนมาก และการทำ Machine Learning 
    • Memory-Optimize เหมาะสำหรับการพัฒนาที่ต้องเน้นใช้งาน Cache ของหน่วยความจำสูงเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น Database หรือ การประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ได้แบบไหลลื่นและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

    และสามารถเลือกชำระค่าบริการได้ตามสะดวก ด้วยการชำระค่าบริการรูปแบบ Pay Per Use การชำระค่าบริการตามการใช้งานจริง และรูปแบบ Annual Plan การชำระค่าบริการแบบรายปี โดยมีรายละเอียดค่าบริการดังต่อไปนี้

    ราคา Package แบบ Pay Per Use ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น !

    บริการแพ็กเกจแบบ Pay Per Use คือ ระบบการคิดค่าบริการสำหรับการชำระเงินตามการใช้งานจริง สามารถเลือกชำระเงินในรูปแบบ 2 รายการ ดังนี้ 

    • แบบเติมเงิน
    • แบบรายเดือน
    Package 2

    ข้อดีของการใช้แพ็กเกจแบบ Pay Per Use บน OpenLandscape Cloud

    ✅ ชำระค่าบริการได้ตามการใช้งานจริงเป็นรายชั่วโมง

    ✅ สามารถสร้างและลบ Instance ได้ตามต้องการ

    ✅ เน้นความยืดหยุ่นในการใช้งาน คิดค่าบริการรายชั่วโมง

    ✅ จำกัดจำนวนโควตาในการสร้าง Instances ต่อสมาชิก ตามระดับสมาชิก OLS

    ✅ รับสิทธิพิเศษหรือเข้าร่วมโปรโมชันได้ตามประกาศของทางบริษัทฯ

    ✅ สามารถขอเพิ่มโควตาได้ โดยขอสงวนสิทธิ์การพิจารณาการอนุมัติโควตาเพิ่มตามดุลยพินิจของทางบริษัทฯ

    สามารถดูรายละเอียดราคา Package เพิ่มเติมได้ที่ : https://openlandscape.cloud/#price-instance

    ราคา Package แบบรายปี Annual Plan ซื้อคลาวด์ทั้งที เหมายกปีไปเลย ! 

    พิเศษ ! เมื่อชำระค่าบริการแบบรายปี (Annual Plan) รับสิทธิ์การใช้งานเพิ่มฟรีอีก 1 เดือน ! 

    บริการแพ็กเกจ Annual Plan คืออะไร ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจคุณได้หรือไม่ ? 

    บริการแพ็กเกจแบบ Annual Plan คือ ระบบการชำระค่าบริการของ Instance ในรูปแบบแพ็กเกจรายปี หรือ การเหมาจ่ายเพื่อซื้อ Instance เพียงครั้งเดียว และ ใช้ได้ยาวตลอดทั้งปี (1 VM / 1 YEARS) จึงช่วยอำนวยความสะดวกและเหมาะสำหรับผู้ใช้บริการที่ต้องการใช้งานอย่างต่อเนื่องแบบไม่มีสะดุด หมดกังวลเรื่องการลืมเติมเงินเพื่อใช้บริการ รวมถึงต้องการลดค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังเน้นความคุ้มค่าโดยมีโปรโมชันปัจจุบัน คือ ซื้อ 1 ปี แถมใช้งานฟรี 1 เดือน (12+1)

    โดยมีขั้นตอนการใช้งานง่าย ๆ เพียง ผู้ใช้บริการเลือกการชำระเงินแบบ Annual Plan หรือ การชำระเงินแบบรายปี ตามแพ็กเกจที่ต้องการ ยกตัวอย่างแพ็กเกจเริ่มต้นด้วยแพ็กเกจ S.A ในราคา 1,800 บาท ผู้ใช้บริการสามารถใช้ Instance แพ็กเกจนี้ได้เป็นระยะเวลารวม 12 เดือน และได้รับสิทธิ์ฟรีเพื่มอีก 1 เดือนในราคาจ่ายครั้งเดียวที่ 1,800 บาทเท่านั้น !  

    แพ็กเกจแบบรายปีนี้จะคิดค่าบริการแบบราย Instance โดยมีระยะเวลาการใช้งาน 1 ปี  ทั้งนี้ในการสร้างแพ็กเกจแบบ Annual Plan จะไม่มีการจำกัดโควตาในการสร้าง Instance โดยผู้ใช้บริการสามารถสร้าง Instance ได้ตามต้องการทันที ไม่จำเป็นต้องขอโควตาการใช้งานเพิ่มแต่อย่างใด ซึ่งจะแตกต่างกับแพ็กเกจแบบ Pay Per Use ที่ผู้ใช้บริการในระดับเริ่มต้น หรือ ระดับสมาชิกแบบ Member สามารถสร้างได้จำกัดเพียง 5 เครื่องเท่านั้น โดยสามารถเพิ่มจำนวนการสร้าง Instance ให้มากขึ้นตาม สิทธิประโยชน์และเงื่อนไขการใช้บริการของระบบสมาชิก หรือ ผู้ใช้บริการสามารถทำการขอเพิ่มโควตาการใช้งานหากต้องการใช้งานเพิ่มกับทาง OpenLandscape Cloud

    ย้ายแพ็กเกจ Pay Per Use เป็นแพ็กเกจ Annual Plan ได้หรือไม่ ?

    ผู้ใช้บริการสามารถทำการย้ายแพ็กเกจ Pay Per Use เป็นแพ็กเกจ Annual Plan ได้เลย เพียงผู้ใช้บริการดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้

    1. สร้าง Snapshot ของ Instance แบบ Pay Per Use ที่ต้องการย้ายเป็นแพ็กเกจ Annual Plan 

    2. นำ Snapshot มาสร้าง Instance ใหม่ได้ที่หน้าสร้าง Instance โดยเครื่องใหม่นี้ ให้เลือกเป็นแพ็กเกจ Annual Plan 

    3. เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว หากผู้ใช้บริการไม่ต้องการใช้งาน Instance เก่าอีกต่อไป ผู้ใช้บริการสามารถดำเนินการลบเครื่องเก่า และลบ Snapshot เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบคิดค่าบริการของเครื่องเก่าที่ใช้แพ็กเกจแบบ Pay Per Use 

    โดย Snapshot คือ การนำข้อมูลในช่วงเวลาที่ต้องการมาเก็บในรูปแบบ Image เพื่อเรียกกลับมาใช้งานใหม่ได้อีกครั้งในภายหลัง หากทางผู้ใช้บริการมีการทำ Config ไว้ในระบบ สามารถนำมาใช้งานได้เลยเช่นกัน ยกเว้นกรณีมีการเปลี่ยน IP ที่ Config กับ Service ภายในระบบ ผู้ใช้บริการต้องเข้าไปจัดการ Config ดังกล่าวให้แล้วเสร็จก่อน


    ข้อจำกัดการสร้าง Instance ใหม่ แบบ Annual Plan จะไม่สามารถลด Spec ของ Instance ลงได้ ผู้ใช้บริการต้องสร้างแพ็กเกจที่ Spec เครื่องเท่ากัน หรือ มากกว่าเท่านั้น ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วิธีการ Take Snapshot บน OpenLandscape Cloud

    ข้อดีของการใช้แพ็กเกจแบบ Annual Plan บน OpenLandscape Cloud

    ✅ ชำระค่าบริการครั้งเดียวใช้งานได้นานตลอดปี

    ✅ ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง หมดห่วงเรื่องการเติมเงิน

    ✅ เน้นความคุ้มค่าและใช้งานได้อย่างต่อเนื่องรายปี พร้อมโปรโมชันพิเศษ

    ✅ ไม่จำกัดจำนวนโควตาในการสร้าง Instances ต่อสมาชิก

    ✅ ตอบโจทย์เรื่องประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น

    ✅ รับสิทธิพิเศษใช้งานเพิ่มฟรีอีก 1 เดือน ( 12+1 เดือน)

    สามารถดูรายละเอียดราคา Package เพิ่มเติมได้ที่ : https://openlandscape.cloud/#price-instance

    ข้อกำหนดและเงื่อนไขการชำระเงินแบบบริการรายปี (Annual Plan)

    • ผู้ใช้บริการตกลงที่จะชำระค่าบริการด้วยบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตที่สามารถใช้ชำระหนี้ตามกฎหมายได้
    • ผู้ใช้บริการยินยอมที่จะไม่ยกเลิกการชำระค่าบริการแบบรายปี (Annual Plan) หากยังไม่ครบกำหนด และ/หรือ ยกเลิกในภายหลังเมื่อทำการชำระเงินเสร็จ ยกเว้นกรณีคำสั่งซื้อบริการระหว่างผู้ใช้บริการและบริษัทฯ ไม่เป็นไปตามข้อตกลง และ/หรือผู้ใช้บริการไม่ได้รับการให้บริการ รวมถึงบริการที่ผู้ใช้บริการได้รับมีลักษณะแตกต่างจากรายละเอียดทีได้รับจากบริษัทฯ อย่างมีนัยยะสำคัญตามแต่วิจารณญาณของบริษัทฯ
    • ผู้ใช้บริการไม่สามารถโอนย้าย และ/หรือทำการขอคืนเงินที่ชำระสำเร็จแล้ว จะกระทำได้ต่อเมื่อบริษัทฯ ยินยอมและเป็นผู้แจ้งความประสงค์ที่จะทำการคืนเงินเท่านั้น
    • หากผู้ใช้บริการเลือกสร้างแพ็กเกจ Instances แบบรายปี (Annual Plan) ระบบจะทำการเรียกหักค่าบริการจากเงินสดที่ได้เติมเข้ามาในระบบ (Money Credit) ไว้เท่านั้น ผู้ใช้บริการจะไม่สามารถชำระค่าบริการโดยการใช้เครดิตที่ได้รับมาฟรี (Gift Credit) ได้
    • ในกรณีที่ผู้ใช้บริการทำการลบ Instance ผู้ใช้บริการรับทราบว่าไม่สามารถทำการขอคืนเงินส่วนต่างในส่วนที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระค่าบริการแบบรายปี (Annual Plan) ที่ชำระล่วงหน้าไปแล้วได้ และ/หรือผู้ใช้บริการรับทราบถึงข้อตกลงเมื่อทำการลบ Instance แบบรายปี (Annual Plan) นี้แล้ว จะไม่สามารถกู้คืนข้อมูลใด ๆ กลับมาใช้ได้อีกในภายหลัง
    • หากผู้ใช้บริการสร้าง Volume แบบแพ็กเกจรายปี (Annual Plan) จะไม่สามารถทำการเพิ่มขนาด (Extend Volume) ภายหลังจากการยืนยันการสร้างได้ และ/หรือ หากทำการลบ Volume แบบแพ็กเกจรายปี (Annual Plan) จะไม่สามารถกู้คืนข้อมูลใด ๆ กลับมาใช้ได้อีกในภายหลัง
    • เมื่อผู้ใช้บริการต้องการเปลี่ยนแปลงข้อมูลภายใน VM (Virtual Machines) หรือ Instance ผู้ใช้บริการสามารถติดต่อศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (Support) ผ่านช่องทาง Ticket หรือทาง Call Center ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
    • สิทธิพิเศษที่ผู้ใช้บริการได้รับ VM (Virtual Machines) หรือ Instance เพิ่ม 1 เดือนไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสด เครดิต หรือบริการอื่น ๆ ได้
    • สงวนสิทธิพิเศษ และของรางวัลต่าง ๆ หากทำการปรับเพิ่ม หรือ ลด และทำการเปลี่ยนแปลงแพ็กเกจ (Resize) VM (Virtual Machines) หรือ Instance ในภายหลัง สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจะเป็นไปตามข้อกำหนดใช้แพ็กเกจแบบรายปี (Annual Plan) ใหม่ ทั้งนี้ สิทธิพิเศษและของรางวัลต่าง ๆ ในแพ็กเกจเดิม จะต้องมีการใช้งานจนครบอายุการใช้งาน 365 วันตามที่สร้างไว้ในราคาเดิม สเปคเดิมเท่านั้น
    • ในกรณีที่ผู้ใช้บริการทำการปรับเพิ่ม และ/หรือ ลด เปลี่ยนแปลงแพ็กเกจ (Resize) Instances จะถือเป็นการสร้างแพ็กเกจแบบรายปีใหม่ โดยไม่สามารถทำการขอคืนเงินส่วนต่างที่ได้ชำระไว้ล่วงหน้าแล้วได้ แต่สามารถนำมาเป็นส่วนลดราคาแพ็กเกจรายปีใหม่ได้ ทั้งนี้ผู้ใช้บริการต้องชำระค่าบริการเพิ่มเติมสำหรับการสร้างแพ็กเกจใหม่ และ/หรือ ผู้ใช้บริการจะได้รับสิทธิพิเศษและของรางวัลต่าง ๆ เมื่อมีการใช้งานแพ็กเกจรายปีที่ได้เปลี่ยนเปลงใหม่นี้ จนครบกำหนดอายุการใช้งาน 365 วัน แล้วเท่านั้น
    • ผู้ใช้บริการสามารถทำการต่ออายุการใช้งาน (Renew) แพ็กเกจแบบรายปี (Annual Plan) ได้หลังครบอายุการการใช้งาน 365 วัน โดยมีระยะการใช้งานตั้งแต่วันที่เริ่มสร้าง
    • สิทธิพิเศษต่าง ๆ จะสิ้นสุดตามระยะเวลาที่ทางบริษัทฯ กำหนด
    • สิทธิพิเศษจะสิ้นสุด เมื่อผู้ใช้บริการยกเลิกบริการ หรือ ถูกยกเลิกบริการ และไม่สามารถทำการโอนย้ายสิทธิ์ให้ผู้ใช้บริการอื่นได้
    • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือ ยกเลิก ผลประโยชน์และสิทธิพิเศษของการให้บริการ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

    สามารถอ่านรายละเอียดข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการ OpenLandscape Cloud ฉบับเต็มได้ที่ คลิก

  • เงื่อนไข ช่วงเวลาให้บริการในแต่ละระดับสมาชิกของ OpenLandscape

    เงื่อนไข ช่วงเวลาให้บริการในแต่ละระดับสมาชิกของ OpenLandscape

    เงื่อนไข ช่วงเวลาให้บริการในแต่ละระดับสมาชิกของ OpenLandscape

    OpenLandscape ได้มีการมอบบริการและสิทธิประโยชน์ ให้กับสมาชิกตามระดับสมาชิก 4 ระดับ โดยผู้ใช้บริการสามารถใช้สิทธิพิเศษได้ตามระดับการสะสมยอดการเติมเงิน เเละเช็คระดับสมาชิกได้ที่หน้าบัญชีผู้ใช้ (Account) บนหน้า Gate 

    เงื่อนไข ในการให้บริการ Customer Support โดยมีรายละเอียดระดับสมาชิกดังต่อไปนี้

    • สมาชิกระดับ เมมเบอร์ (Member), สมาชิกระดับ ซิลเวอร์ (Silver) และสมาชิกระดับ โกลด์ (Gold) หากมีข้อสงสัยหรือติดปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานระบบ สามารถติดต่อ Customer Support ได้ในเวลาทำการ ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09:00 – 18:00 น. (ยกเว้นวันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
    • สมาชิกระดับ แพลทินัม (Platinum) หากมีข้อสงสัยหรือติดปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานระบบ สามารถติดต่อ Customer Support ได้ตลอด 24 ชั่วโมง (รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์) 

    ภาพประกอบ 1 เงื่อนไข

    เวลาตอบกลับในการติดต่อครั้งแรกจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรง ที่ผู้ใช้บริการแจ้งสำหรับแต่ละกรณี เราจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อตอบกลับให้ได้ในเวลาต่อไปนี้

    ภาพประกอบ 2 เงื่อนไข

    โดยมีคำอธิบายประเภทปัญหาซึ่งจำแนกตามความเร่งด่วนทั้งหมด 4 ประเภทดังนี้

    • คำแนะนำทั่วไป คือ การตอบปัญหาด้านการใช้บริการ, วิธีการใช้งานระบบ, คำแนะนำหรือเทคนิคในการใช้งาน เป็นต้น
    • ปัญหาที่พบจากการใช้งาน คือ การแจ้งปัญหาที่ผู้บริการพบจากการใช้งานระบบ เช่น ไม่พบ User/Password, ปัญหาบริการเสริมต่าง ๆ ใน Gate ไม่สามารถใช้งานได้ หรือปัญหาด้านการเติมเงิน เป็นต้น
    • ปัญหาระบบไม่เสถียร คือ เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความไม่เสถียรของระบบ หรือ ทั้งกรณีระบบช้า หน่วง หรือ ในกรณีผู้ใช้บริการพบปัญหาบนหน้าเว็บ Gate เช่น เมื่อทำการลบ Instance บนหน้าเว็บแล้วขึ้นแจ้งเตือน Error เป็นต้น
    • ปัญหาระบบล่ม คือ เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบล่ม ทำให้ไม่สามารถเข้าใช้งานระบบได้ เช่น หน้าเว็บ Gate ล่ม, Instance ล่ม เป็นต้น

    ระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไขปัญหา

    ระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไขปัญหาจะขึ้นอยู่กับระดับความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละกรณี ผู้ให้บริการจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เร็วที่สุดตามลำดับต่อไปนี้

    ภาพประกอบ 3 เงื่อนไข

    โดยมีคำอธิบายรายละเอียดประเภทปัญหาซึ่งจำแนกตามความเร่งด่วนทั้งหมด 5 ประเภทดังนี้

    1. รหัส P1 คือ ระดับความสำคัญ Critical มีระยะเวลาดำเนินการ 43 นาที โดยมีรายละเอียดดังนี้

    • ปัญหาระดับ Infrastructure, Network หรือ Core Service ของระบบหรือไม่สามารถเข้าใช้งานได้ทั้งระบบ      
    • Total Disruption ส่งผลให้ระบบงานหลักไม่สามารถให้บริการได้
    • 13.3.4.1.3 Instance ที่ให้บริการไม่สามารถเข้าใช้งานได้เป็นจำนวนมาก

    2. รหัส P2 คือ ระดับความสำคัญ High มีระยะเวลาดำเนินการ 2 ชม.โดยมีรายละเอียดดังนี้

    • Instance  ที่ให้บริการ มีอาการช้า หน่วง ไม่เสถียร
    • Instance ที่ให้บริการ มีการทำงานสูงจนทำให้ทรัพยากรภายใน VM ทำงานสูงสุด หรือพื้นที่การจัดการข้อมูลเต็ม 

    3. รหัส P3 คือ ระดับความสำคัญ Medium มีระยะเวลาดำเนินการ 4 ชม.โดยมีรายละเอียด ดังนี้

    • Instance ที่ให้บริการสามารถทำงานได้ปกติ แต่ไม่สามารถ Monitor การทำงานหรือการใช้งานได้

    4. รหัส P4 คือ ระดับความสำคัญ Low ดำเนินการภายในเวลาทำการ (วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น.) ยกเว้นลูกค้าระดับ Platinum ดำเนินการภายใน 15 นาที โดยมีรายละเอียด ดังนี้

    • ผู้บริการขอให้เปิด/ปิด Policy Firewall หรือปรับเปลี่ยนทรัพยากรของ Instance ที่ให้บริการ
    • ผู้ใช้บริการขอเอกสารรายงานต่าง ๆ
    • ผู้ใช้บริการสอบถามข้อมูลต่าง ๆ ที่ใช้บริการ
    • ลูกค้าเติมเครดิตการใช้งาน

    5.  รหัส P5 คือ ระดับความสำคัญ Planned มีระยะเวลาดำเนินการ 3 วัน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

    • 13.3.4.5.1 สำหรับการปรับปรุงระบบที่สำคัญ (CCM) หรือปิดปรับปรุงระบบ (Maintenance)

    ***หากมีข้อสงสัย หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่วงเวลาให้บริการ สามารถติดต่อได้ที่  บริษัท โอเพ่นแลนด์สเคป จำกัด ผ่านทางศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าหมายเลข 02-257-7189 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง***

  • โปรแรงปะทะลมร้อน ! OLS ใจดี ให้คุณรับเครดิตฟรีสูงสุดถึง 50%*

    OpenLandscape Cloud มาพร้อมกับ Promotion ใหม่ ! 

    โปรโมชันเติมเงินสุดคุ้ม ให้คุณรับเครดิตใช้งานเพิ่มสูงสุดถึง 50%* แจกเลย ! เพียงเติมเครดิตภายในเดือนเมษายนนี้

    ระยะเวลาโปรโมชัน : วันที่ 1 – 30 เมษายน 2564

    ข้อกำหนดและเงื่อนไขในกิจกรรมรับเครดิตฟรี

    • กิจกรรมนี้ สงวนสิทธิ์ให้แก่ผู้ใช้งานที่ร่วมกิจกรรมผ่าน gate.openlandscpae.cloud เท่านั้น
    • กิจกรรมนี้มอบ Gift Credit สูงสุดมูลค่าไม่เกิน 50,000 บาท
    • Gift Credit ที่ได้รับจากรายการส่งเสริมการขาย จะมีอายุการใช้งานได้ภายใน 1 ปี เท่านั้น นับตั้งแต่วันที่ได้รับ โดยหากมีการใช้งานจริง ระบบจะทำการหักยอดจาก Gift Credit ก่อนเสมอ 
    • Gift Credit ที่ได้รับจากรายการส่งเสริมการขาย ไม่สามารถ โอน/เปลี่ยน/แลก/ถอน เป็นเงินสดหรือของรางวัลอย่างอื่นได้ และไม่สามารถโอนหรือรวมเครดิตที่ได้รับให้ผู้ใช้งานอื่นได้
    • บริษัทฯ จะเพิ่ม Gift Credit ไปยังบัญชีผู้ใช้งานโดยอัตโนมัติ ภายในระยะเวลา 60 วันหลังสิ้นสุดรายการส่งเสริมการขาย 
    • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิสำหรับผู้ที่ได้รับ Gift Credit เฉพาะยอดเติมเครดิตสะสมตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 เวลา 00.00 น. ถึงวันที่ 30 เมษายน 2564 เวลา 23.59 น.
    • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเครดิตคืนจากสมาชิก ในกรณีที่ตรวจพบภายหลังว่ามีการยกเลิกการทำรายการของรายการส่งเสริมการขายนี้
    • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการมอบเครดิตเงินคืนเฉพาะสมาชิกที่ยังคงสภาพสมาชิกเท่านั้น
    • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ของรางวัล สำหรับลูกค้าที่ทำการ Verified Profile แล้วเท่านั้น
    • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขรายการโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าและในกรณีพิพาทคำตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สุด
    • ผู้ใช้งานที่ร่วมกิจกรรมอนุญาตให้บริษัท โอเพ่นแลนด์สเคป จำกัด ใช้ข้อมูลบางส่วนหรือทั้งหมดสำหรับกิจกรรมในการจัดเก็บ รวบรวม โอนข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานที่ร่วมกิจกรรมเพื่อการดำเนินกิจกรรมนี้ รวมถึงยินยอมให้บริษัทฯ จัดส่งข่าวสาร หรือกิจกรรมทางการตลาดของบริษัทฯ ที่น่าสนใจให้กับผู้ใช้งานที่ร่วมกิจกรรมในอนาคต โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้ใช้งานที่ร่วมกิจกรรมทราบล่วงหน้าหรือจ่ายค่าตอบแทน

    ***หากมีข้อสงสัย หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ บริษัท บริษัท โอเพ่นแลนด์สเคป จำกัด ผ่านทางอีเมล contact@ols.co.th หรือศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าหมายเลข 02-257-7189 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง***

  • สิทธิประโยชน์และเงื่อนไขการใช้บริการของระบบสมาชิก

    สิทธิประโยชน์และเงื่อนไขการใช้บริการของระบบสมาชิก

    สิทธิประโยชน์และเงื่อนไขการใช้บริการของระบบสมาชิก

    ขอขอบคุณผู้ใช้บริการทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ และใช้บริการของ OpenLandscape เสมอมา เพื่อมอบสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกคนสำคัญ 

    ทางเราขอมอบบริการและสิทธิประโยชน์ รวมถึงของรางวัลพิเศษให้กับสมาชิกตามระดับสมาชิก 4 ระดับ โดยผู้ใช้บริการสามารถใช้สิทธิพิเศษได้ตามระดับการสะสมยอดการเติมเงิน เเละเช็คระดับสมาชิกได้ที่หน้าบัญชีผู้ใช้ (Account) บนหน้า Gate โดยมีรายละเอียดระดับสมาชิกดังต่อไปนี้

    • สมาชิกระดับ เมมเบอร์ (Member)
    • สมาชิกระดับ ซิลเวอร์ (Silver)
    • สมาชิกระดับ โกลด์ (Gold)
    • สมาชิกระดับ แพลทินัม (Platinum)
    สิทธิประโยชน์และเงื่อนไขการใช้บริการของระบบสมาชิก
    สิทธิประโยชน์และเงื่อนไขการใช้บริการของระบบสมาชิก ภาษาอังกฤษ

    *โควตาสำหรับการใช้งาน หากเป็นการใช้งานแบบ Pay-Per-Use สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อขอเพิ่มเติมได้ โดยขอสงวนสิทธิ์การพิจารณาการอนุมัติโควตาเพิ่มเติมตามดุลยพินิจของทางบริษัทฯ และหากเป็นการใช้งานแบบ Annual Plan จะไม่มีการจำกัดโควตาการใช้งาน

    เงื่อนไขการใช้บริการของระบบสมาชิก

    • สิทธิพิเศษในการเลื่อนระดับสมาชิกจะเริ่มต้นเมื่อผู้ใช้บริการมียอดการเติมเงินครบตามเงื่อนไขที่กำหนด ประกอบไปด้วยระยะเวลาดังนี้
      • ไตรมาสที่ 1 ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม
      • ไตรมาสที่ 2 ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถึง 30 มิถุนายน
      • ไตรมาสที่ 3 ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายน
      • ไตรมาสที่ 4 ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม
      • โดยสถานะระดับสมาชิกจะคงอยู่นับจากวันที่ผู้ใช้บริการได้รับการเลื่อนระดับเป็นระยะตามไตรมาสที่ทางบริษัทกำหนด
      • หากต้องการรักษาระดับสมาชิก ผู้ใช้บริการจะต้องมียอดการเติมเงินและทำการเติมเงินภายในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น
    • สิทธิพิเศษที่สมาชิกได้รับไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
    • ผู้ใช้บริการสามารถรับของรางวัลสำหรับแต่ละระดับสมาชิกได้ทางอีเมล ในทุกวันที่ 7 ของต้นไตรมาส หรือ ภายในเดือน หรือ ตามระยะเวลาที่บริษัทฯ กำหนด ตามกำหนดการดังนี้
      • วันที่ 7 มกราคม
      • วันที่ 7 เมษายน    
      • วันที่ 7 กรกฎาคม 
      • วันที่ 7 ตุลาคม    
    • สิทธิพิเศษต่าง ๆ จะสิ้นสุดตามระยะเวลาที่ทางบริษัทฯ กำหนด
    • สิทธิพิเศษของสมาชิกจะสิ้นสุด เมื่อลูกค้ายกเลิกบริการ หรือถูกยกเลิกบริการ และไม่สามารถทำการโอนย้ายสิทธิ์ให้ผู้ใช้งานอื่นได้
    • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของผู้ได้รับสิทธิ์ รวมถึงการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือยกเลิกบริการ และสิทธิพิเศษ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ลดภาษีได้สุดคุ้มในโครงการ “ช้อปดีมีคืน !” เพียงเติมเครดิตและออกใบกำกับภาษีกับ OpenLandscape

    ลดภาษีได้สุดคุ้มในโครงการ “ช้อปดีมีคืน !” เพียงเติมเครดิตและออกใบกำกับภาษีกับ OpenLandscape

    ลดภาษีได้สุดคุ้มในโครงการ “ช้อปดีมีคืน !” เพียงเติมเครดิตและออกใบกำกับภาษีกับ OpenLandscape

    “ช้อปดีมีคืน” อีกหนึ่งโครงการจากรัฐที่มีความน่าสนใจไม่น้อย สำหรับผู้ที่มีรายได้และต้องเสียภาษีได้ในปี 2563  เพราะนอกจากจะได้ซื้อสินค้าและบริการที่ถูกใจแล้ว ยังได้ภาษีคืนอีกด้วย โดยระยะโครงการนั้นเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 นี้ ซึ่งสำหรับใครที่เติมเครดิตและออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบกับ OpenLandscape ก็สามารถนำไปลดหย่อนภาษีในโครงการ “ช้อปดีมีคืน” ได้เช่นกัน


    โครงการ “ช้อปดีมีคืน” คืออะไร

    สำหรับโครงการ “ช้อปดีมีคืน” คือโครงการที่โดยกระทรวงการคลัง เพื่อใช้เป็นมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายสำหรับบุคคลที่เสียภาษีเงินได้  ด้วยการนำใบกำกับภาษีหลังซื้อสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการที่จดทะเบียน  มาลดหย่อนภาษีเงินได้ในปี 2563 ในจำนวนเงินจ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท / คน 

    ทั้งนี้ผู้เสียภาษีแต่ละคนจะได้รับสิทธิ์ ลดหย่อนภาษี มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ “จำนวนเงินที่ซื้อ” และคิดอัตราภาษีคืนตามระดับ “เงินสุทธิ” ในแต่ละปีด้วย เช่น เงินได้สุทธิต่อปี 150,001 – 300,000 บาท หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท มีสิทธิ์คืนภาษีสูงสุด 1,500 บาท หรือ เงินได้สุทธิต่อปี 500,001 – 750,000 บาท หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท มีสิทธิ์ได้คืนภาษีสูงสุด 4,500 บาท เป็นต้น


    เงื่อนไขผู้ขอรับสิทธิ์

    • คนที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี คือมีรายได้ทั้งปีเกิน 310,000 บาท
    • สินค้า และบริการที่ซื่อต้องอยู่ในประเภทที่เข้าร่วม
    • ต้องเป็นสินค้า และบริการจากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษี VAT
    • มีหลักฐานเป็นใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบจากการซื้อสินค้าที่อยู่ในเงื่อนไข
    • ต้องไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
    • ต้องไม่เคยใช้สิทธิ์มาตรการคนละครึ่ง
    • โครงการนี้สามารถยื่นขอลดภาษีได้เลยโดยไม่ต้องลงทะเบียน

    สินค้าที่เข้าร่วม

    • สินค้า – บริการทั่วไป 
    • สินค้า OTOP
    • หนังสือ

    สินค้าที่ไม่เข้าร่วม

    • สุรา เบียร์ และไวน์
    • ยาสูบ
    • น้ำมัน และก๊าซ
    • รถยนต์ มอเตอร์ไซต์ และเรือ
    • หนังสือพิมพ์ และนิตยสาร
    • ค่าบริการ E-book
    • ค่าที่พักโรงแรม
    • ค่าบริการธุรกิจนำเที่ยว

    ระยะเวลาการขอรับสิทธิ์

    ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2563


    สรุป

    สำหรับโครงการน่าสนใจอย่าง “ช้อปดีมีคืน” ที่ให้คุณได้ทั้งใช้งานและลดหย่อนภาษีไปด้วยแบบนี้เรียกได้ว่าต้องห้ามพลาดกันเลยทีเดียว สำหรับใครที่สนใจอยากขอออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบกับ OpenLandscape เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีในโครงการ “ช้อปดีมีคืน” สามารถดูวิธีได้ที่บทความ : วิธีการขอใบกำกับภาษี (E-tax) ของ Openlandscape Cloud

  • Depa ใจดี มอบทุนสนับสนุนผู้ประกอบการ SEMs สูงสุดถึง 10,000 บาท !

    Depa ใจดี มอบทุนสนับสนุนผู้ประกอบการ SEMs สูงสุดถึง 10,000 บาท !

    Depa ใจดี มอบทุนสนับสนุนผู้ประกอบการ SEMs สูงสุดถึง 10,000 บาท !

    โอกาสดี ๆ มาถึงแล้ว สำหรับผู้ประกอบการ SMEs กับโครงการอุดหนุนเพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และ นวัตกรรมดิจิทัลในภาคอุสาหกรรม (Depa Mini Transformation Voucher)  ซึ่งเป็นโครงการที่จัดตั้งขึ้นโดยสำนักงานส่งเสริมเศรฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า และร่วมมือกับพันธมิตรองค์กรเอกชนที่มีสมาชิกในกลุ่มอุตสหกรรมดิจิตอล และ กลุ่มอุตสหกรรมเป้าหมาย 

    สำหรับโครงการดี ๆ แบบนี้จัดตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนให้ SMEs ไทยในทุกภูมิภาคได้ขับเคลื่อนธุรกิจในยุคดิจิทัล ส่งผลให้ธุรกิจสามารถลดต้นทุน และเพิ่มผลประกอบการในช่วงสถาการณ์โควิด – 19 (Covid – 19) โดยผู้ที่สนใจสามารถสมัครร่วมโครงการเป็นผู้ให้บริการ หรือขอรับสิทธิเพื่อใช้บริการกับผู้ให้บริการที่ร่วมในโครงการได้ 

    ในส่วนของรายละเอียดโครงการก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน โดยทางดีป้าจะมีเงินทุนสนับสนุนให้เปล่าสูงสุดในโครงการจำนวนร้อยละ 100 ของค่าใช้จ่ายก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม ในวงเงินไม่เกิน 10,000 บาทเลยทีเดียว 

    กลุ่มของผู้ให้บริการที่ขนทัพมาให้เลือกใช้บริการนั้น ก็มีมากมายหลายรายการ โดยจะเป็นเทคโนโลยีในกลุ่มที่ช่วยในการบริการ และการจัดการเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ รวมไปถึงช่วยในการวิเคราะห์ และตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Operational Backbone) เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับรายละเอียดโครงการมีดังต่อไปนี้

    รูปแบบและเงื่อนไขการสนับสนุน 

    • สนับสนุนรูปแบบเงินให้เปล่าสูงสุดในโครงการจำนวนร้อยละ 100 ของค่าใช้จ่ายก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม ในวงเงินไม่เกิน 10,000 บาท
    • ต้องเป็นการซื้อ หรือ ให้บริการกับผู้ขาย และผู้ใช้บริการด้านดิจิทัลที่ขึ้นทะเบียนกับ depa หรือหน่วยงานที่ร่วมเท่านั้น 
    • หมวดหมู่ค่าใช้จ่ายที่สนับสนุน ได้แก่ ค่าระบบ Software , ค่าเช่าใช้บริการระบบ อย่างน้อย 6 เดือน , ค่าอุปกรณ์ Hardware Smart Device สนับสนุน 50 %
    • รูปแบบการสนับสนุน เป็นลักษณะการเบิกค่าใช้จ่ายย้อนหลัง (Reimbursement)

    คุณสมบัติของผู้ขอรับสิทธิ

    • เป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (SMEs)
    • เป็นนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดาที่จดทะเบียนการค้ากับกระทรวงพาณิชย์
    • เป็นกิจการที่ผลิตสินค้า ให้บริการ หรือกิจการค้าส่ง และค่าปลีก ตามพระราชบัญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม พ.ศ. 2543 หรือธุรกิจที่จดทะเบียนภายใต้กฏหมายเฉพาะอื่น ๆ 

    ประเภทที่เทคโนโลยีที่ให้บริการ และเปิดรับสมัคร

    • CRM (ระบบบริหารจัดการลูกค้า)
    • ERP (ระบบบริหารจัดการร้าน)
    • ACC (ระบบบัญชี การเงิน)
    • HRM (ระบบบริหารจัดการบุคคล)
    • POS (ระบบขายหน้าร้าน)
    • E-commerce (ระบบจัดการการขายออนไลน์)
    • Logistic (ระบบขนส่ง)
    • Smart Farming (ระบบบริหารจัดการฟาร์ม)

    ระยะเวลาการเปิดรับสมัคร : วันที่  25 มีนาคม – 18 พฤษภาคม 2563

    ประกาศรายชื่อผู้ปได้รับสิทธิ : 15 มิถุนายน 2563 

    ช่องทางการประกาศผล : https://www.depa.or.th/th/smedigitalcoupon


    สำหรับผู้ใช้บริการท่านใดที่มีความสนใจอยากสมัครเป็นผู้ให้บริการ หรือขอรับขอสิทธิใช้บริการในโครงการสามารถเข้าไปดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติม หรือสมัครเข้าโครงการได้ที่ https://www.depa.or.th/th/smedigitalcoupon อย่ารอช้ารีบสมัครเลย ก่อนหมดเขต !