Tag: Password

  • วิธีตั้งรหัสผ่าน และวิธีป้องกันข้อมูลให้ปลอดภัยจากการโจรกรรมข้อมูล !

    วิธีตั้งรหัสผ่าน และวิธีป้องกันข้อมูลให้ปลอดภัยจากการโจรกรรมข้อมูล !

    วิธีตั้งรหัสผ่าน ที่ดี เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มความรัดกุมและความปลอดภัยให้กับบัญชีออนไลน์ของคุณ เพื่อป้องกันการโจรกรรมข้อมูลส่วนตัวและอาชญากรรมทางไซเบอร์ โดย Intel บริษัทผลิตชิปสารกึ่งตัวนำ (Semiconductor) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จึงได้จัดตั้ง World Password Day เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการตั้งรหัสผ่านที่ดี ช่วยให้คุณสามารถออนไลน์บนโลกอินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัยและรักษาข้อมูลสำคัญได้มากยิ่งขึ้น


    ประวัติความเป็นมาของ World Password Day

    ในปี 2005 นักวิจัยด้านความปลอดภัย Mark Burnett แนะนําว่าทุกคนควรมี “Password Day” ของตัวเอง เพื่อกำหนดวันเปลี่ยนรหัสผ่านให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่ง Mark ได้สรุปแนวคิดนี้ไว้ในหนังสือเรื่อง “Perfect Passwords” ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้บริษัท Intel สร้างแนวทางปฏิบัติสากล สำหรับการเปลี่ยนรหัสผ่านในวันพฤหัสบดีแรกของเดือนพฤษภาคมในทุกปี โดยประกาศให้เป็น World Password Day ครั้งแรกในปี 2013 ซึ่งในปี 2023 นี้ตรงกับวันที่ 4 พฤษภาคม


    ทำไม World Password Day จึงมีความสำคัญ ?

    จุดประสงค์ที่สำคัญสำหรับ World Password Day เพื่อป้องกันการรั่วไหลของรหัสผ่าน ที่อาจทำให้ตัวตนดิจิทัลหรือข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ รวมถึงข้อมูลภายในองค์กรและทุกข้อมูลสำคัญทั้งหมดของคุณมีโอกาสสูญหายหรือพบความสูญเสียโดยผู้ไม่ประสงค์ดี ซึ่งคุณอาจคิดว่าไม่มีใครสามารถคาดเดารหัสผ่านของคุณได้ แต่ภัยเงียบอย่าง Hacker ตัวร้ายอาจสามารถคาดเดารหัสผ่านของคุณได้ในไม่กี่วินาที ! ทำให้รหัสผ่านที่มีความรัดกุมจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อทุกคนต้องทำงานหรือทำธุรกรรมผ่านทางออนไลน์ จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า หากคุณมีรหัสผ่านที่ซับซ้อนและไม่ซ้ำใคร เพราะช่วยให้การคาดเดารหัสผ่านของคุณมีความยากเพิ่มมากขึ้น

    เพื่อความไม่ประมาท ถึงคุณจะมีรหัสผ่านที่แข็งแกร่ง แต่ควรเปลี่ยนรหัสผ่านอย่างน้อยในทุก 6 เดือน หรือทุกปี เพื่อช่วยป้องกันกรณีรหัสผ่านของคุณรั่วไหลจากการถูกละเมิดข้อมูลโดยไม่รู้ตัว ซึ่งรหัสผ่านใหม่ที่มีการคาดเดาได้ยากสามารถช่วยป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้มีความปลอดภัยได้มากยิ่งขึ้น

    ซึ่งมีคนจำนวนมากทราบความเสี่ยงในเรื่องนี้ แต่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคยกับการเปลี่ยนรหัสผ่านบ่อย ๆ ดังนั้น OpenLandscape ขอแนะนำให้ทุกท่านได้ใช้ World Password Day นี้เป็นโอกาสที่ดีในการเปลี่ยนรหัสผ่านของอีเมล, บัญชีโซเชียลมีเดียและที่สำคัญที่สุดคือ บัญชีที่ใช้เก็บข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลสำคัญของคุณให้เรียบร้อย ด้วย 5 วิธีตั้งรหัสผ่าน อย่างปลอดภัยในหัวข้อต่อไปนี้


    5 วิธีตั้งรหัสผ่าน อย่างปลอดภัย ป้องกันภัยร้ายจาก Hacker !

    ภาพประกอบ 1 วิธีตั้งรหัสผ่าน

    🔐 ตั้งรหัสผ่านให้มีตัวอักษรหลายรูปแบบ

    การตั้งรหัสผ่านให้ปลอดภัย ควรประกอบไปด้วยรูปแบบที่คาดเดาได้ยากและมีความหลากหลาย ซึ่งอาจประกอบไปด้วย ตัวเลข, ตัวอักษรพิมพ์เล็ก, ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่และอักขระพิเศษ เช่น ! + – * / $ = , ” ” เป็นต้น เพื่อสร้างรหัสผ่านที่แข็งแกร่งและยากต่อการถูกถอดรหัสผ่าน

    🔐 รหัสผ่านควรมีความยาวอย่างพอดี

    การตั้งรหัสผ่านให้มีความยาวที่เหมาะสม ซึ่งอาจมี 10 ตัวอักษรขึ้นไป เพื่อให้รหัสผ่านไม่สั้นจนคาดเดาได้ง่ายหรือยาวเกินไป จนเกิดความสับสนต่อการจดจำและยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยเบื้องต้นในการสร้างรหัสผ่านที่ดี 

    🔐 หลีกเลี่ยงการนำข้อมูลส่วนตัวมาตั้งรหัสผ่าน 

    ไม่ควรนำข้อมูลส่วนตัวมาตั้งรหัสผ่าน เนื่องจากเป็นรูปแบบที่คาดเดาได้ง่ายและหากเป็นข้อมูลหรือตัวเลขสำคัญ เช่น ชื่อ, วันเกิด, หมายเลขโทรศัพท์, หมายเลขบัตรประชาชนและหมายเลขบัตรนักเรียน / นักศึกษา เป็นต้น เพราะอาจส่งผลเสียร้ายแรงในการถูกผู้ไม่ประสงค์ดีขโมยข้อมูลสำคัญของคุณได้

    🔐 หลีกเลี่ยงการใช้ตัวเลขแทนตัวอักษรที่คล้ายกัน

    ไม่ควรใช้ตัวเลขแทนที่ตัวอักษรที่มีลักษณะคล้ายกัน เนื่องจากเป็นรูปแบบการรวมคำที่ยังไม่มีความรัดกุม เช่น “C0mputer” เป็นการนำเลข “0” มาแทนตัวอักษร “o” เป็นต้น ซึ่งการตั้งรหัสผ่านโดยใช้วิธีนี้ ถึงแม้จะเป็นการผสมผสานระหว่างตัวเลขกับตัวอักษร แต่ยังเป็นรูปแบบที่ง่ายต่อการคาดเดา 

    🔐 หลีกเลี่ยงการใช้รหัสผ่านเดียวกันทุกบัญชี

    ไม่ควรตั้งรหัสผ่านเหมือนเดิมในทุกบัญชีหรือทุกแพลตฟอร์มที่คุณเข้าใช้งาน เนื่องจากหากรหัสผ่านของคุณถูกขโมยโดยมิจฉาชีพ อาจเกิดความเสียหายในระดับร้ายแรงกับทุกบัญชีออนไลน์ทั้งหมดของคุณได้ หากคุณยังใช้วิธีนี้อยู่ ควรรีบเปลี่ยนรหัสผ่านโดยด่วนให้มีความแตกต่างกันในแต่ละแพลตฟอร์ม เพื่อความปลอดภัยของทุกบัญชีออนไลน์

    นอกจาก 5 วิธีตั้งรหัสผ่านอย่างปลอดภัยในบทความข้างต้น OpenLandscape ยังมีตัวอย่างรหัสผ่านที่คุณไม่ควรใช้ในหัวข้อต่อไปนี้ 


    5 รหัสผ่านที่ไม่ควรใช้งาน มีอะไรบ้าง ?

    ภาพประกอบ 2 วิธีตั้งรหัสผ่าน

    ข้อมูลสถิติจากเว็บไซต์ Nationaltoday ได้รวม 5 รหัสผ่านที่ง่ายต่อการถูกแฮกข้อมูล โดยใช้เวลาน้อยกว่า 1 วินาทีและเป็นรหัสผ่านที่ถูกใช้งานมากที่สุดจากการศึกษาครั้งนี้

    อันดับที่ 1 🚫 123456 

    รหัสผ่านนี้มีการถูกใช้งานมากกว่า 3.5 ล้านครั้งในการศึกษา

    อันดับที่ 2 🚫 Password

    รหัสผ่านนี้มีการถูกใช้งานมากกว่า 1.7 ล้านครั้งในการศึกษา

    อันดับที่ 3 🚫 abc123

    รหัสผ่านนี้มีการถูกใช้งานมากกว่า 610,000 ครั้งในการศึกษา

    อันดับที่ 4 🚫 qwerty

    รหัสผ่านนี้มีการถูกใช้งานมากกว่า 382,000 ครั้งในการศึกษา

    อันดับที่ 5 🚫 11111

    รหัสผ่านนี้มีการถูกใช้งานมากกว่า 369,000 ครั้งในการศึกษา

    รหัสผ่านที่ยกตัวอย่างมานี้ มีการค้นพบบ่อยที่สุดในรายการที่ถูกละเมิดข้อมูลส่วนตัว ซึ่งหากคุณกำลังใช้งานรหัสผ่านเหล่านี้หรือมีลักษณะที่ใกล้เคียง ขอแนะนำให้รีบเปลี่ยนรหัสผ่านทันที !

    นอกจากเลี่ยงการใช้งานรหัสผ่านที่ไม่ควรใช้งานและเปลี่ยนรหัสผ่านที่มีความปลอดภัยอย่างเป็นประจำ คุณยังสามารถหลีกเลี่ยงช่องทางหลอกลวงต่าง ๆ ที่อาจนำภัยร้ายมาสู่คุณได้ในหัวข้อต่อไปนี้ 


    2 ภัยออนไลน์ใกล้ตัวที่ควรระวัง มีอะไรบ้าง ?

    ⚠ ระวังถูกหลอกลวงในรูปแบบ Phishing !

    การหลอกลวงรูปแบบ Phishing คือ การแอบอ้างเป็นเว็บไซต์หรือองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์ธนาคารและบัญชีโซเชียลมีเดียแบบทางการ โดยมีการเปลี่ยนตัวอักษรหรือเพิ่มตัวอักษรให้มีความแตกต่างจากบัญชีของจริงเพียงเล็กน้อย เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นบัญชีหรือลิงก์จริง 

    ซึ่งรูปแบบ Phishing นี้มักส่งเนื้อหาที่สร้างความตื่นตระหนกหรือดึงดูดความน่าสนใจ ผ่านอีเมลหรือข้อความ เพื่อให้คุณรีบติดต่อกลับหรือดำเนินการตามคำแนะนำต่าง ๆ ตามขั้นตอนจนคุณอาจเปิดเผยรหัสผ่าน รวมถึงข้อมูลยืนยันตัวตนและข้อมูลทางการเงิน จนทำให้ผู้ไม่หวังดีโจรกรรมข้อมูลและก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง

    ⚠ ระวัง Malware ที่เป็นอันตราย ! 

    Malware ย่อมาจาก Malicious Software คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อทำอันตรายกับข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ เช่น การทำลายหรือสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อข้อมูลภายในคอมพิวเตอร์, การขโมยข้อมูลส่วนบุคคลและการเข้าควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อจุดประสงค์ที่ไม่หวังดี เป็นต้น 

    ดังนั้นคุณควรระมัดระวังการกดรับข้อมูลจากเว็บไซต์ที่ไม่คุ้นเคย ไม่ควรคลิกลิงก์ที่แนบมาหรือดาวน์โหลดเอกสารจากอีเมลที่ไม่รู้จัก เพราะจะเป็นการเปิดช่องทางให้อาชญากรไซเบอร์ใช้เป็นเครื่องมือ ในการเข้าถึงรหัสผ่านและขโมยข้อมูลสำคัญของคุณอย่างง่ายดาย 

    นอกจากนี้ยังมีภัยออนไลน์ร้ายแรงเกิดขึ้นมาในรูปแบบใหม่ ๆ อยู่เสมอ ยกตัวอย่างเช่น Ransomware ซึ่งเป็น Malware อีกประเภทหนึ่งที่ทำงานในรูปแบบของการเข้ารหัสหรือล็อกไฟล์ผู้เสียหาย เพื่อทำการเรียกค่าไถ่ ซึ่งหากคุณไม่อยากตกเป็นเหยื่อร้ายแรงเหล่านี้ ควรเตรียมรับมือและหาวิธีป้องกันภัยออนไลน์ต่าง ๆ ให้ทันท่วงที ซึ่งเบื้องต้นสามารถทำตามวิธีง่าย ๆ ในการปกป้องข้อมูลออนไลน์ด้วยตัวคุณเองดังหัวข้อต่อไปนี้  


    5 วิธีง่าย ๆ ในการปกป้องข้อมูลออนไลน์ให้ปลอดภัย

    1. สร้างรหัสผ่านที่แข็งแกร่งและเก็บเป็นความลับ

    เมื่อคุณสร้างรหัสผ่านที่คาดเดาได้ยากตาม 5 วิธีตั้งรหัสผ่านอย่างปลอดภัย ตามบทความข้างต้น อย่าลืมเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่อย่างสม่ำเสมอและไม่ควรใช้รหัสผ่านที่สร้างขึ้นมาร่วมกับใคร ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัว เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

    2. อย่าแชร์ข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป ! 

    ในปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผู้คนส่วนใหญ่ เช่น การแชร์โพสต์เรื่องราวส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคลต่าง ๆ ที่พบเห็นบนโซเชียลได้จนกลายเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป เช่น รูปถ่ายพาสปอร์ต, รูปถ่ายบัตรประชาชน, รูปบัตรเครดิต / บัตรเดบิตและเอกสารที่ระบุข้อมูลสำคัญ เป็นต้น ซึ่งมิจฉาชีพสามารถนำข้อมูลเหล่านั้น มาใช้สำหรับเจาะรหัสผ่าน ปลอมตัวตน ปลอมแปลงเอกสารหรือขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณและนำไปทำเรื่องไม่ดีได้ 

    ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล โปรดระมัดระวังเรื่องราวที่คุณแชร์สู่โลกออนไลน์ หลีกเลี่ยงการโพสต์ข้อมูลที่สำคัญหรือละเอียดอ่อนในทุกช่องทาง เช่น อีเมล โซเชียลมีเดีย และเว็บไซต์หรือบริการใด ๆ ที่คุณไม่รู้จัก เป็นต้น

    3. ตรวจสอบบัญชีทางการเงินอย่างสม่ำเสมอและรักษาความลับเรื่องรหัสผ่านทางการเงินให้ดี

    หากคุณมีการทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น การผูกบัตรเครดิต อย่าลืมตรวจสอบรายการบัญชีรวมถึงยอดใช้จ่ายเป็นประจํา เพื่อป้องกันการเรียกเก็บยอดที่ไม่ตรงตามความเป็นจริงและไม่ควรแจ้งหมายเลขบัตรเครดิตให้ผู้อื่นทราบ โดยเฉพาะรหัส CVV หรือตัวเลข 3 ตัวด้านหลังบัตรเครดิต เพราะอาจทำให้เสี่ยงต่อการถูกนำไปทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ได้ รวมถึงการบันทึกหมายเลขบัตรเครดิตกับช่องทางออนไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะอาจเป็นกลลวงของมิจฉาชีพได้เช่นเดียวกัน 

    นอกจากนี้หากพบความผิดปกติกับยอดใช้จ่ายหรือการทำธุรกรรมใด ๆ แนะนำให้ติดต่อกับธนาคารเจ้าของบัญชีโดยตรงทันที เพื่อลดความเสียหายร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้น

    4. อัปเดตความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ให้เป็นรุ่นล่าสุด !

    อัปเดตระบบปฏิบัติการ (Operating System) และโปรแกรมอื่น ๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะโปรแกรมป้องกันไวรัส ซึ่งคุณสามารถลดความเสี่ยงในการถูกโจรกรรมข้อมูลด้วยการอัปเดตอัตโนมัติ เพื่ออัปเดตแพทช์โปรแกรมให้เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดอยู่เสมอ รวมถึงปกป้อง Wireless Router Wifi ของคุณด้วยรหัสผ่านที่ปลอดภัยและใช้งาน Flash Drive อย่างระมัดระวังด้วยการสแกนไวรัสอย่างสม่ำเสมอ

    5. เพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลด้วยการสำรองข้อมูลแบบ Offline และ Online

    การสำรองข้อมูลให้ปลอดภัยแบบ Offline ด้วยวิธี Backup Rule 3-2-1 หรือการแบ่งชุดข้อมูลออกเป็น 3 ชุด โดย 2 ชุดแรกเป็นข้อมูลสำรองเก็บไว้ในอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีต่างกันหรือหลาย ๆ เวอร์ชัน และนำข้อมูลสำรอง 1 ชุดสุดท้ายเก็บไว้นอกองค์กร (Off-Site) หรือในอุปกรณ์ภายนอก เช่น Extranal Harddisk เพื่อให้มั่นใจว่าถ้า 2 อุปกรณ์ที่จัดเก็บข้อมูลเกิดปัญหา ยังสามารถมีข้อมูลสำรองที่ปลอดภัยเหลืออีก 1 ชุดสุดท้าย 

    สำรองข้อมูลแบบ Online บนระบบ Cloud ด้วย File Storage ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลให้มากขึ้น เพราะมีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่แข็งแกร่งจาก OpenLandscape และสามารถเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้สะดวกตามต้องการ รวมถึงการสำรองข้อมูลไม่มีพลาดด้วย Snapshot การเก็บข้อมูลในรูปแบบ Image เพื่อทำการย้อนคืนข้อมูลหรือ Roll Back ข้อมูลกลับมาใช้ใหม่ในภายหลัง ซึ่งช่วยให้การใช้ Virtual Machine สำหรับทดสอบหรือพัฒนาระบบต่าง ๆ บน Cloud สะดวกได้มากยิ่งขึ้น ดังนั้นการสำรองข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ สามารถช่วยกู้คืนข้อมูลที่เสียหาย ให้กลับคืนมาได้อย่างปลอดภัยและสมบูรณ์


    คุณพร้อมเพิ่มความปลอดภัยให้รหัสผ่านของคุณแล้วหรือยัง ?

    การตั้งรหัสผ่านที่ดีและปลอดภัย ควรมีความยาวที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการนำข้อมูลส่วนตัวมาใช้ในการตั้งรหัสผ่านและมีความซับซ้อนยากต่อการคาดเดา แต่ง่ายต่อการจดจำเพียงเฉพาะคุณเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยขั้นสูง ซึ่งหากคุณยังไม่ได้เปลี่ยนรหัสผ่าน หรือยังไม่ได้ระบุวันสำหรับการเปลี่ยนรหัสผ่านประจำเดือนหรือประจำปี คุณสามารถใช้ World Password Day นี้เป็นวันเพิ่มความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ของคุณได้เลย !


    ข้อมูลอ้างอิง 

    https://nationaltoday.com/world-password-day/

    https://support.microsoft.com/th

  • เข้า ใช้งาน Server ไม่ได้ทั้งระบบปฎิบัติการ Linux และ Windows Server ทำอย่างไรดี ?

    เข้า ใช้งาน Server ไม่ได้ทั้งระบบปฎิบัติการ Linux และ Windows Server ทำอย่างไรดี ?

    เมื่อผู้ใช้บริการดำเนินการสร้าง Server แล้ว ไม่สามารถเข้า ใช้งาน Server ได้ Openlandscape Cloud ขอแนะนำวิธีการแก้ไข โดยมีวิธีการเช็คการใช้งานเบื้องต้น ทั้งระบบปฎิบัติการ Linux และ Windows Server ดังต่อไปนี้

    วิธีการเช็คเบื้องต้นสำหรับการเข้า ใช้งาน Server ทั้งระบบปฎิบัติการ Linux และ Windows Server 

    1. ผู้ใช้บริการตรวจสอบรหัสผ่านที่ระบบส่งมาให้ว่ามีความถูกต้องหรือไม่ และสามารถตรวจสอบการส่งรหัสผ่านได้จากช่องทางไหน ?

    ตัวอย่างอีเมล

    • กรอบตัวอย่างสีแดงคือ User & Password ที่ระบบส่งมาให้ผู้ใช้บริการ
    ใช้งาน Server 1

    ตัวอย่างระบบแจ้งเตือน Notifications 

    • กรอบตัวอย่างสีแดงคือ User & Password ที่ระบบส่งมาให้ผู้ใช้บริการ
    ใช้งาน Server 2

    หากรหัสผ่านถูกต้องแล้วมาดำเนินขั้นตอนในข้อ 2 ดังนี้

    2. ผู้ใช้บริการตรวจสอบ Instance ที่ได้ดำเนินการสร้างว่ามีการเปิด Port ในการใช้งานหรือไม่ แล้วสามารถดูได้จากไหน ?

    ทั้งระบบปฎิบัติการ Linux และ Windows Server 

    • สามารถคลิกที่ Instance ดูได้จาก Overview  หากยังไม่ได้เปิด Port ที่ต้องใช้งาน สามารถเปิด Port ได้ที่ Security Group Link :  https://blog.openlandscape.cloud/add-port

    ตัวอย่างหน้า Overview

    • กรอบตัวอย่างสีแดง คือ เปิด Port บน Security Group ที่ต้องการใช้งาน
    ใช้งาน Server 3

    หากรหัสผ่านถูกต้องและเปิด Port บน Security Group เรียบร้อยแล้วมาดำเนินขั้นตอนในข้อ 3 ดังนี้

    3. ทั้งระบบปฎิบัติการ Linux และ Windows Server ก่อน SSH หรือ Remote Desktop ต้องมีการเปลี่ยนรหัสผ่านครั้งแรกก่อน โดยเข้าที่ Console ของเครื่อง Instance 

    ตัวอย่างเปลี่ยนรหัสผ่านครั้งแรกของ ระบบปฎิบัติการ Linux

    ใช้งาน Server 4
    • (current) UNIX password:  ใส่ Password ที่ระบบให้มา 
    • Enter new UNIX password: ตั้งรหัสใหม่ 
    • Retype new UNIX password: ยืนยันรหัสใหม่อีกครั้ง 

    ตัวอย่างเปลี่ยนรหัสผ่านครั้งแรกของ ระบบปฎิบัติการ Windows Server 

    ใช้งาน Server 5

    โดยผู้ใช้บริการสามารถดูวิธีขั้นตอนเปลี่ยน Password Windows Server สำหรับการใช้งานครั้งแรกได้ที่

    4. หากพบปัญหาการเข้าใช้งานผ่าน SSH หรือ Remote Desktop ไม่สามารถเข้าใช้งานได้ ให้ตรวจเช็ค Firewall ดังนี้ 

    4.1 ตรวจสอบเครื่อง Firewall มีการเปิดทำงานหรือไม่  

    • หาก Firewall เปิดอยู่ให้ผู้ใช้บริการดำเนินการปิด Firewall 

     ระบบปฎิบัติการ Linux มีขั้นตอนดังนี้ 

    4.1.1 โดยใช้ Command : sudo ufw status เป็นคำสั่งเช็คสถานะ Firewall ภายในเครื่อง 

    ใช้งาน Server 6

    4.1.2 หากขึ้นเป็น active ให้ใช้ Command : systemctl stop ufw

    4.1.3 ตั้งค่า ufw ให้ไม่ auto start โดยให้ใช้ Command : sudo ufw disable 

    4.1.4 ตรวจสอบสถานะใหม่อีกครั้ง ใช้ Command : sudo ufw status

    ระบบปฎิบัติการ Windows Server มีขั้นตอนดังนี้

    4.2.1 เข้าที่ Control Panel > System and Security > Windows Firewall  

    แล้วดูว่า Firewall ขึ้นสีเขียวเปิดอยู่หรือไม่ 

    ใช้งาน Server 7

    4.2.2 หากเปิด Firewall อยู่ให้เข้าที่ Turn Windows Firewall on or off > เลือก Turn off > กด OK 

    ใช้งาน Server 8

    4.2.3 เข้าแบบข้อ 1 เหมือนเดิม แล้วเข้าที่ Check firewall status 

    หากเป็นสีแดงก็คือปิด Firewall เรียบร้อยแล้ว

    ใช้งาน Server 9

    5. ถ้าใช้งานไปสักพักแล้ว ลืม Password ทำอย่างไรดี ?

    ทั้งระบบปฎิบัติการ Linux และ Windows Server

    5.1 สามารถดำเนินการทำ Snapshot จาก Instance และนำ Snapshot ที่ได้ไปสร้าง Instance ใหม่ โดยมีขั้นตอนวิธีทำ ดังนี้ Link: https://blog.openlandscape.cloud/take-snapshot/  

    แล้วรหัสผ่านจะส่งไปที่ไหน ถ้าสร้าง Instance ใหม่ ?

    5.2 ในส่วนของ Password ของ Instance จะถูกส่งไปยัง Email และระบบแจ้งเตือน Notifications ดังนี้ Link: https://blog.openlandscape.cloud/notification-feature