Tag: ข้อมูล

  • วิธีตั้งรหัสผ่าน และวิธีป้องกันข้อมูลให้ปลอดภัยจากการโจรกรรมข้อมูล !

    วิธีตั้งรหัสผ่าน และวิธีป้องกันข้อมูลให้ปลอดภัยจากการโจรกรรมข้อมูล !

    วิธีตั้งรหัสผ่าน ที่ดี เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มความรัดกุมและความปลอดภัยให้กับบัญชีออนไลน์ของคุณ เพื่อป้องกันการโจรกรรมข้อมูลส่วนตัวและอาชญากรรมทางไซเบอร์ โดย Intel บริษัทผลิตชิปสารกึ่งตัวนำ (Semiconductor) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จึงได้จัดตั้ง World Password Day เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการตั้งรหัสผ่านที่ดี ช่วยให้คุณสามารถออนไลน์บนโลกอินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัยและรักษาข้อมูลสำคัญได้มากยิ่งขึ้น


    ประวัติความเป็นมาของ World Password Day

    ในปี 2005 นักวิจัยด้านความปลอดภัย Mark Burnett แนะนําว่าทุกคนควรมี “Password Day” ของตัวเอง เพื่อกำหนดวันเปลี่ยนรหัสผ่านให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่ง Mark ได้สรุปแนวคิดนี้ไว้ในหนังสือเรื่อง “Perfect Passwords” ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้บริษัท Intel สร้างแนวทางปฏิบัติสากล สำหรับการเปลี่ยนรหัสผ่านในวันพฤหัสบดีแรกของเดือนพฤษภาคมในทุกปี โดยประกาศให้เป็น World Password Day ครั้งแรกในปี 2013 ซึ่งในปี 2023 นี้ตรงกับวันที่ 4 พฤษภาคม


    ทำไม World Password Day จึงมีความสำคัญ ?

    จุดประสงค์ที่สำคัญสำหรับ World Password Day เพื่อป้องกันการรั่วไหลของรหัสผ่าน ที่อาจทำให้ตัวตนดิจิทัลหรือข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ รวมถึงข้อมูลภายในองค์กรและทุกข้อมูลสำคัญทั้งหมดของคุณมีโอกาสสูญหายหรือพบความสูญเสียโดยผู้ไม่ประสงค์ดี ซึ่งคุณอาจคิดว่าไม่มีใครสามารถคาดเดารหัสผ่านของคุณได้ แต่ภัยเงียบอย่าง Hacker ตัวร้ายอาจสามารถคาดเดารหัสผ่านของคุณได้ในไม่กี่วินาที ! ทำให้รหัสผ่านที่มีความรัดกุมจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อทุกคนต้องทำงานหรือทำธุรกรรมผ่านทางออนไลน์ จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า หากคุณมีรหัสผ่านที่ซับซ้อนและไม่ซ้ำใคร เพราะช่วยให้การคาดเดารหัสผ่านของคุณมีความยากเพิ่มมากขึ้น

    เพื่อความไม่ประมาท ถึงคุณจะมีรหัสผ่านที่แข็งแกร่ง แต่ควรเปลี่ยนรหัสผ่านอย่างน้อยในทุก 6 เดือน หรือทุกปี เพื่อช่วยป้องกันกรณีรหัสผ่านของคุณรั่วไหลจากการถูกละเมิดข้อมูลโดยไม่รู้ตัว ซึ่งรหัสผ่านใหม่ที่มีการคาดเดาได้ยากสามารถช่วยป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้มีความปลอดภัยได้มากยิ่งขึ้น

    ซึ่งมีคนจำนวนมากทราบความเสี่ยงในเรื่องนี้ แต่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคยกับการเปลี่ยนรหัสผ่านบ่อย ๆ ดังนั้น OpenLandscape ขอแนะนำให้ทุกท่านได้ใช้ World Password Day นี้เป็นโอกาสที่ดีในการเปลี่ยนรหัสผ่านของอีเมล, บัญชีโซเชียลมีเดียและที่สำคัญที่สุดคือ บัญชีที่ใช้เก็บข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลสำคัญของคุณให้เรียบร้อย ด้วย 5 วิธีตั้งรหัสผ่าน อย่างปลอดภัยในหัวข้อต่อไปนี้


    5 วิธีตั้งรหัสผ่าน อย่างปลอดภัย ป้องกันภัยร้ายจาก Hacker !

    ภาพประกอบ 1 วิธีตั้งรหัสผ่าน

    🔐 ตั้งรหัสผ่านให้มีตัวอักษรหลายรูปแบบ

    การตั้งรหัสผ่านให้ปลอดภัย ควรประกอบไปด้วยรูปแบบที่คาดเดาได้ยากและมีความหลากหลาย ซึ่งอาจประกอบไปด้วย ตัวเลข, ตัวอักษรพิมพ์เล็ก, ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่และอักขระพิเศษ เช่น ! + – * / $ = , ” ” เป็นต้น เพื่อสร้างรหัสผ่านที่แข็งแกร่งและยากต่อการถูกถอดรหัสผ่าน

    🔐 รหัสผ่านควรมีความยาวอย่างพอดี

    การตั้งรหัสผ่านให้มีความยาวที่เหมาะสม ซึ่งอาจมี 10 ตัวอักษรขึ้นไป เพื่อให้รหัสผ่านไม่สั้นจนคาดเดาได้ง่ายหรือยาวเกินไป จนเกิดความสับสนต่อการจดจำและยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยเบื้องต้นในการสร้างรหัสผ่านที่ดี 

    🔐 หลีกเลี่ยงการนำข้อมูลส่วนตัวมาตั้งรหัสผ่าน 

    ไม่ควรนำข้อมูลส่วนตัวมาตั้งรหัสผ่าน เนื่องจากเป็นรูปแบบที่คาดเดาได้ง่ายและหากเป็นข้อมูลหรือตัวเลขสำคัญ เช่น ชื่อ, วันเกิด, หมายเลขโทรศัพท์, หมายเลขบัตรประชาชนและหมายเลขบัตรนักเรียน / นักศึกษา เป็นต้น เพราะอาจส่งผลเสียร้ายแรงในการถูกผู้ไม่ประสงค์ดีขโมยข้อมูลสำคัญของคุณได้

    🔐 หลีกเลี่ยงการใช้ตัวเลขแทนตัวอักษรที่คล้ายกัน

    ไม่ควรใช้ตัวเลขแทนที่ตัวอักษรที่มีลักษณะคล้ายกัน เนื่องจากเป็นรูปแบบการรวมคำที่ยังไม่มีความรัดกุม เช่น “C0mputer” เป็นการนำเลข “0” มาแทนตัวอักษร “o” เป็นต้น ซึ่งการตั้งรหัสผ่านโดยใช้วิธีนี้ ถึงแม้จะเป็นการผสมผสานระหว่างตัวเลขกับตัวอักษร แต่ยังเป็นรูปแบบที่ง่ายต่อการคาดเดา 

    🔐 หลีกเลี่ยงการใช้รหัสผ่านเดียวกันทุกบัญชี

    ไม่ควรตั้งรหัสผ่านเหมือนเดิมในทุกบัญชีหรือทุกแพลตฟอร์มที่คุณเข้าใช้งาน เนื่องจากหากรหัสผ่านของคุณถูกขโมยโดยมิจฉาชีพ อาจเกิดความเสียหายในระดับร้ายแรงกับทุกบัญชีออนไลน์ทั้งหมดของคุณได้ หากคุณยังใช้วิธีนี้อยู่ ควรรีบเปลี่ยนรหัสผ่านโดยด่วนให้มีความแตกต่างกันในแต่ละแพลตฟอร์ม เพื่อความปลอดภัยของทุกบัญชีออนไลน์

    นอกจาก 5 วิธีตั้งรหัสผ่านอย่างปลอดภัยในบทความข้างต้น OpenLandscape ยังมีตัวอย่างรหัสผ่านที่คุณไม่ควรใช้ในหัวข้อต่อไปนี้ 


    5 รหัสผ่านที่ไม่ควรใช้งาน มีอะไรบ้าง ?

    ภาพประกอบ 2 วิธีตั้งรหัสผ่าน

    ข้อมูลสถิติจากเว็บไซต์ Nationaltoday ได้รวม 5 รหัสผ่านที่ง่ายต่อการถูกแฮกข้อมูล โดยใช้เวลาน้อยกว่า 1 วินาทีและเป็นรหัสผ่านที่ถูกใช้งานมากที่สุดจากการศึกษาครั้งนี้

    อันดับที่ 1 🚫 123456 

    รหัสผ่านนี้มีการถูกใช้งานมากกว่า 3.5 ล้านครั้งในการศึกษา

    อันดับที่ 2 🚫 Password

    รหัสผ่านนี้มีการถูกใช้งานมากกว่า 1.7 ล้านครั้งในการศึกษา

    อันดับที่ 3 🚫 abc123

    รหัสผ่านนี้มีการถูกใช้งานมากกว่า 610,000 ครั้งในการศึกษา

    อันดับที่ 4 🚫 qwerty

    รหัสผ่านนี้มีการถูกใช้งานมากกว่า 382,000 ครั้งในการศึกษา

    อันดับที่ 5 🚫 11111

    รหัสผ่านนี้มีการถูกใช้งานมากกว่า 369,000 ครั้งในการศึกษา

    รหัสผ่านที่ยกตัวอย่างมานี้ มีการค้นพบบ่อยที่สุดในรายการที่ถูกละเมิดข้อมูลส่วนตัว ซึ่งหากคุณกำลังใช้งานรหัสผ่านเหล่านี้หรือมีลักษณะที่ใกล้เคียง ขอแนะนำให้รีบเปลี่ยนรหัสผ่านทันที !

    นอกจากเลี่ยงการใช้งานรหัสผ่านที่ไม่ควรใช้งานและเปลี่ยนรหัสผ่านที่มีความปลอดภัยอย่างเป็นประจำ คุณยังสามารถหลีกเลี่ยงช่องทางหลอกลวงต่าง ๆ ที่อาจนำภัยร้ายมาสู่คุณได้ในหัวข้อต่อไปนี้ 


    2 ภัยออนไลน์ใกล้ตัวที่ควรระวัง มีอะไรบ้าง ?

    ⚠ ระวังถูกหลอกลวงในรูปแบบ Phishing !

    การหลอกลวงรูปแบบ Phishing คือ การแอบอ้างเป็นเว็บไซต์หรือองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์ธนาคารและบัญชีโซเชียลมีเดียแบบทางการ โดยมีการเปลี่ยนตัวอักษรหรือเพิ่มตัวอักษรให้มีความแตกต่างจากบัญชีของจริงเพียงเล็กน้อย เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นบัญชีหรือลิงก์จริง 

    ซึ่งรูปแบบ Phishing นี้มักส่งเนื้อหาที่สร้างความตื่นตระหนกหรือดึงดูดความน่าสนใจ ผ่านอีเมลหรือข้อความ เพื่อให้คุณรีบติดต่อกลับหรือดำเนินการตามคำแนะนำต่าง ๆ ตามขั้นตอนจนคุณอาจเปิดเผยรหัสผ่าน รวมถึงข้อมูลยืนยันตัวตนและข้อมูลทางการเงิน จนทำให้ผู้ไม่หวังดีโจรกรรมข้อมูลและก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง

    ⚠ ระวัง Malware ที่เป็นอันตราย ! 

    Malware ย่อมาจาก Malicious Software คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อทำอันตรายกับข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ เช่น การทำลายหรือสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อข้อมูลภายในคอมพิวเตอร์, การขโมยข้อมูลส่วนบุคคลและการเข้าควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อจุดประสงค์ที่ไม่หวังดี เป็นต้น 

    ดังนั้นคุณควรระมัดระวังการกดรับข้อมูลจากเว็บไซต์ที่ไม่คุ้นเคย ไม่ควรคลิกลิงก์ที่แนบมาหรือดาวน์โหลดเอกสารจากอีเมลที่ไม่รู้จัก เพราะจะเป็นการเปิดช่องทางให้อาชญากรไซเบอร์ใช้เป็นเครื่องมือ ในการเข้าถึงรหัสผ่านและขโมยข้อมูลสำคัญของคุณอย่างง่ายดาย 

    นอกจากนี้ยังมีภัยออนไลน์ร้ายแรงเกิดขึ้นมาในรูปแบบใหม่ ๆ อยู่เสมอ ยกตัวอย่างเช่น Ransomware ซึ่งเป็น Malware อีกประเภทหนึ่งที่ทำงานในรูปแบบของการเข้ารหัสหรือล็อกไฟล์ผู้เสียหาย เพื่อทำการเรียกค่าไถ่ ซึ่งหากคุณไม่อยากตกเป็นเหยื่อร้ายแรงเหล่านี้ ควรเตรียมรับมือและหาวิธีป้องกันภัยออนไลน์ต่าง ๆ ให้ทันท่วงที ซึ่งเบื้องต้นสามารถทำตามวิธีง่าย ๆ ในการปกป้องข้อมูลออนไลน์ด้วยตัวคุณเองดังหัวข้อต่อไปนี้  


    5 วิธีง่าย ๆ ในการปกป้องข้อมูลออนไลน์ให้ปลอดภัย

    1. สร้างรหัสผ่านที่แข็งแกร่งและเก็บเป็นความลับ

    เมื่อคุณสร้างรหัสผ่านที่คาดเดาได้ยากตาม 5 วิธีตั้งรหัสผ่านอย่างปลอดภัย ตามบทความข้างต้น อย่าลืมเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่อย่างสม่ำเสมอและไม่ควรใช้รหัสผ่านที่สร้างขึ้นมาร่วมกับใคร ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัว เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

    2. อย่าแชร์ข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป ! 

    ในปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผู้คนส่วนใหญ่ เช่น การแชร์โพสต์เรื่องราวส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคลต่าง ๆ ที่พบเห็นบนโซเชียลได้จนกลายเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป เช่น รูปถ่ายพาสปอร์ต, รูปถ่ายบัตรประชาชน, รูปบัตรเครดิต / บัตรเดบิตและเอกสารที่ระบุข้อมูลสำคัญ เป็นต้น ซึ่งมิจฉาชีพสามารถนำข้อมูลเหล่านั้น มาใช้สำหรับเจาะรหัสผ่าน ปลอมตัวตน ปลอมแปลงเอกสารหรือขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณและนำไปทำเรื่องไม่ดีได้ 

    ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล โปรดระมัดระวังเรื่องราวที่คุณแชร์สู่โลกออนไลน์ หลีกเลี่ยงการโพสต์ข้อมูลที่สำคัญหรือละเอียดอ่อนในทุกช่องทาง เช่น อีเมล โซเชียลมีเดีย และเว็บไซต์หรือบริการใด ๆ ที่คุณไม่รู้จัก เป็นต้น

    3. ตรวจสอบบัญชีทางการเงินอย่างสม่ำเสมอและรักษาความลับเรื่องรหัสผ่านทางการเงินให้ดี

    หากคุณมีการทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น การผูกบัตรเครดิต อย่าลืมตรวจสอบรายการบัญชีรวมถึงยอดใช้จ่ายเป็นประจํา เพื่อป้องกันการเรียกเก็บยอดที่ไม่ตรงตามความเป็นจริงและไม่ควรแจ้งหมายเลขบัตรเครดิตให้ผู้อื่นทราบ โดยเฉพาะรหัส CVV หรือตัวเลข 3 ตัวด้านหลังบัตรเครดิต เพราะอาจทำให้เสี่ยงต่อการถูกนำไปทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ได้ รวมถึงการบันทึกหมายเลขบัตรเครดิตกับช่องทางออนไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะอาจเป็นกลลวงของมิจฉาชีพได้เช่นเดียวกัน 

    นอกจากนี้หากพบความผิดปกติกับยอดใช้จ่ายหรือการทำธุรกรรมใด ๆ แนะนำให้ติดต่อกับธนาคารเจ้าของบัญชีโดยตรงทันที เพื่อลดความเสียหายร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้น

    4. อัปเดตความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ให้เป็นรุ่นล่าสุด !

    อัปเดตระบบปฏิบัติการ (Operating System) และโปรแกรมอื่น ๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะโปรแกรมป้องกันไวรัส ซึ่งคุณสามารถลดความเสี่ยงในการถูกโจรกรรมข้อมูลด้วยการอัปเดตอัตโนมัติ เพื่ออัปเดตแพทช์โปรแกรมให้เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดอยู่เสมอ รวมถึงปกป้อง Wireless Router Wifi ของคุณด้วยรหัสผ่านที่ปลอดภัยและใช้งาน Flash Drive อย่างระมัดระวังด้วยการสแกนไวรัสอย่างสม่ำเสมอ

    5. เพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลด้วยการสำรองข้อมูลแบบ Offline และ Online

    การสำรองข้อมูลให้ปลอดภัยแบบ Offline ด้วยวิธี Backup Rule 3-2-1 หรือการแบ่งชุดข้อมูลออกเป็น 3 ชุด โดย 2 ชุดแรกเป็นข้อมูลสำรองเก็บไว้ในอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีต่างกันหรือหลาย ๆ เวอร์ชัน และนำข้อมูลสำรอง 1 ชุดสุดท้ายเก็บไว้นอกองค์กร (Off-Site) หรือในอุปกรณ์ภายนอก เช่น Extranal Harddisk เพื่อให้มั่นใจว่าถ้า 2 อุปกรณ์ที่จัดเก็บข้อมูลเกิดปัญหา ยังสามารถมีข้อมูลสำรองที่ปลอดภัยเหลืออีก 1 ชุดสุดท้าย 

    สำรองข้อมูลแบบ Online บนระบบ Cloud ด้วย File Storage ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลให้มากขึ้น เพราะมีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่แข็งแกร่งจาก OpenLandscape และสามารถเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้สะดวกตามต้องการ รวมถึงการสำรองข้อมูลไม่มีพลาดด้วย Snapshot การเก็บข้อมูลในรูปแบบ Image เพื่อทำการย้อนคืนข้อมูลหรือ Roll Back ข้อมูลกลับมาใช้ใหม่ในภายหลัง ซึ่งช่วยให้การใช้ Virtual Machine สำหรับทดสอบหรือพัฒนาระบบต่าง ๆ บน Cloud สะดวกได้มากยิ่งขึ้น ดังนั้นการสำรองข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ สามารถช่วยกู้คืนข้อมูลที่เสียหาย ให้กลับคืนมาได้อย่างปลอดภัยและสมบูรณ์


    คุณพร้อมเพิ่มความปลอดภัยให้รหัสผ่านของคุณแล้วหรือยัง ?

    การตั้งรหัสผ่านที่ดีและปลอดภัย ควรมีความยาวที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการนำข้อมูลส่วนตัวมาใช้ในการตั้งรหัสผ่านและมีความซับซ้อนยากต่อการคาดเดา แต่ง่ายต่อการจดจำเพียงเฉพาะคุณเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยขั้นสูง ซึ่งหากคุณยังไม่ได้เปลี่ยนรหัสผ่าน หรือยังไม่ได้ระบุวันสำหรับการเปลี่ยนรหัสผ่านประจำเดือนหรือประจำปี คุณสามารถใช้ World Password Day นี้เป็นวันเพิ่มความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ของคุณได้เลย !


    ข้อมูลอ้างอิง 

    https://nationaltoday.com/world-password-day/

    https://support.microsoft.com/th

  • วิธีการสร้าง Volume ขยายพื้นที่จัดเก็บข้อมูล บน gate.openlandscape.cloud

    วิธีการสร้าง Volume ขยายพื้นที่จัดเก็บข้อมูล บน gate.openlandscape.cloud

    วิธีการสร้าง Volume ขยายพื้นที่จัดเก็บข้อมูล บน gate.openlandscape.cloud

    Volume คือ Virtual Hard Disk ทำหน้าที่เป็นที่เก็บข้อมูลของเครื่อง VM โดยใน VM จะมีที่เก็บข้อมูลอยู่ใน VM ที่เรียกว่า Root Disk หาก Root Disk เก็บข้อมูลจนเต็มหรือเกือบเต็ม การสร้าง Volume เป็นทางเลือกที่ดี เพื่อช่วยลดข้อมูลที่อยู่ใน Root Disk โดยการย้ายข้อมูลจาก Root Disk ไปยัง Volume ที่ Add เข้ามาตอนที่เราทำการสร้าง Volume โดยวิธีการสร้างมีดังนี้


    1. อันดับแรกให้กดเลือก Volume จากเมนูทางซ้าย หลังจากนั้นให้ทำการกดไปที่ Create Volume ทางด้านขวาบน

    Volume 1


    2. หลังจากกดที่ Create volume จะได้ Pop-up ที่แสดงรายละเอียดในการสร้าง Volume ขึ้นมา เมื่อทำการกรอกข้อมูลครบตามที่ผู้ใช้ต้องการสร้าง หรือหากมีการสร้าง Snapshot ไว้แล้ว ให้ทำการเพิ่มที่ช่อง “Create From Snapshot” แล้วทำการกรอกข้อมูลให้ครบ จากนั้นกดที่ Create เป็นการสร้างเสร็จสิ้น

     Volume 2


    3. เมื่อสร้าง Volume เสร็จเรียบร้อยแล้ว ข้อมูล Volume ที่คุณทำการสร้างจะแสดงบนตารางค่ะ

    Volume 3


    รับชมเป็นรูปแบบวิดีโอได้ที่นี่

    cached linux

    ติดตามข่าวสารใหม่ๆ หรือข้อมูลน่ารู้อีกมากมายได้ที่

      OpenLandscape Fanpage | https://www.facebook.com/openlandscapecloud/
      OpenLandscape Twitter | https://www.twitter.com/olscloud/
      OpenLandscape Cloud | https://openlandscape.cloud/

    Cloud Computing คือ